"Blinding” แปลว่า

คำว่า “Blinding” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้บรรยายอาการหรือสภาวะที่ทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน หรือมองเห็นอะไรบางอย่างได้ยากลำบาก มักเกิดจากแสงสว่างที่จ้ามากเกินไปจนตาปรับสภาพไม่ทัน ทำให้รู้สึกแสบตาชั่วขณะจนมองเห็นเป็นสีขาว หรือมองเห็นภาพพร่ามัวไปเลย

ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินหรือใช้คำว่า “Blinding” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อขับรถตอนกลางวันแล้วมีแสงแดดส่องเข้าตาโดยตรง หรือเมื่อเจอแสงไฟหน้ารถที่สว่างจ้ามากๆ ในตอนกลางคืน หรือแม้กระทั่งเมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีแสงไฟสว่างจ้าจนเกินไป ก็อาจจะรู้สึก “Blinding” ได้เช่นกัน นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่จนทำให้คนอื่นมองข้ามความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ไป

ความหมายและการใช้งาน

“Blinding” หมายถึง การทำให้ตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด หรือตาบอดชั่วคราวเนื่องจากแสงสว่างที่จ้ามากเกินไป

ตัวอย่างการใช้งาน

  • แสงแดดตอนเที่ยงวันแรงมากจนทำให้ blinding
  • ไฟหน้ารถคันที่สวนมาสว่างจน blinding ตาผม
  • ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของทีมทำให้ผลงานที่ผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ดู blinding ไปเลย

บริบท / การใช้งานทั่วไป

คำว่า “Blinding” มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับแสงสว่างที่รุนแรง หรือใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่จนทำให้มองข้ามสิ่งอื่นไป

“Blinding” แปลว่าอะไร?

“Blinding” แปลว่า การทำให้ตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด หรือตาบอดชั่วคราวเนื่องจากแสงสว่างที่จ้ามากเกินไป

มีคำอื่นที่ใช้แทน “Blinding” ได้หรือไม่?

ในภาษาไทย อาจใช้คำว่า “ตาพร่ามัว”, “แสบตา”, “จ้าจนมองไม่เห็น” หรือ “สว่างจนตาแทบถลน” เพื่อสื่อความหมายใกล้เคียงกันได้

Similar Posts

  • "Discriminate” แปลว่า

    คำว่า “Discriminate” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การเลือกปฏิบัติ การแบ่งแยก หรือการแยกแยะ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้ในบริบทของการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมกันต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล โดยอิงจากลักษณะบางอย่าง เช่น เชื้อชาติ เพศ ศาสนา หรือความพิการ ในชีวิตประจำวัน เราอาจพบเห็นการใช้คำนี้ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน การเลือกปฏิบัติทางเพศในที่ทำงาน หรือแม้แต่การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในสังคม การใช้คำนี้บ่งบอกถึงการกระทำที่ทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมและไม่เท่าเทียมกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Discriminate” หมายถึง การปฏิบัติหรือตัดสินใจโดยมีอคติหรือไม่เท่าเทียมกันต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล โดยอ้างอิงจากลักษณะเฉพาะตัว เช่น เชื้อชาติ เพศ ศาสนา อายุ รสนิยมทางเพศ หรือความพิการ ซึ่งการปฏิบัตินี้มักจะนำไปสู่ผลเสียหรือการกีดกัน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “บริษัทถูกกล่าวหาว่า discriminate ต่อพนักงานหญิงในการเลื่อนตำแหน่ง” (บริษัทถูกกล่าวหาว่าเลือกปฏิบัติต่อพนักงานหญิงในการเลื่อนตำแหน่ง) “กฎหมายมีขึ้นเพื่อป้องกันการ discriminate ทางเชื้อชาติ” (กฎหมายมีขึ้นเพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติตามเชื้อชาติ) “การ discriminate ต่อผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง” (การเลือกปฏิบัติต่อผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง) บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Discriminate” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมทางสังคม และกฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันการเลือกปฏิบัติ…

  • "Guys” แปลว่า

    คำว่า “Guys” เป็นคำนามพหูพจน์ในภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกกลุ่มคน โดยทั่วไปมักจะหมายถึง “พวกผู้ชาย” หรือ “กลุ่มเพื่อนผู้ชาย” แต่ในภาษาพูดและบริบทที่ไม่เป็นทางการ คำนี้สามารถใช้เรียกกลุ่มคนที่มีทั้งผู้ชายและผู้หญิงได้เช่นกัน เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันและอังกฤษแบบบริติช ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Guys” ถูกใช้ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเพื่อนๆ นัดเจอกัน หรือเมื่อพูดคุยกับคนในกลุ่มเดียวกัน เพื่อให้บรรยากาศดูเป็นกันเองและไม่ทางการจนเกินไป ผู้คนมักใช้คำนี้เพื่อเรียกกลุ่มคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อนในชั้นเรียน หรือแม้กระทั่งคนแปลกหน้าที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน การใช้คำว่า “Guys” ช่วยสร้างความรู้สึกสนิทสนมและลดช่องว่างระหว่างผู้พูดกับผู้ฟังได้เป็นอย่างดี ความหมายและการใช้งาน “Guys” เป็นคำนามพหูพจน์ที่แปลว่า “พวกผู้ชาย” หรือ “กลุ่มผู้ชาย” แต่ในภาษาพูดสามารถใช้เรียกกลุ่มคนที่มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายได้เช่นกัน เหมาะสำหรับใช้ในบริบทที่ไม่เป็นทางการ เช่น การทักทายกลุ่มเพื่อน การพูดคุยทั่วไป หรือการเรียกคนในกลุ่ม ตัวอย่างการใช้งาน “Hey guys, what’s up?” (สวัสดีพวกคุณทุกคน เป็นไงบ้าง?) “Are you guys ready for the party?” (พวกคุณพร้อมสำหรับงานปาร์ตี้หรือยัง?) “I’m going…

  • "Smoking” แปลว่า

    คำว่า “Smoking” หมายถึง การสูบบุหรี่ หรือการสูดควันจากบุหรี่เข้าสู่ร่างกาย โดยทั่วไปแล้วมักจะหมายถึงการสูบบุหรี่ที่เป็นมวน แต่ก็สามารถรวมถึงการสูบผลิตภัณฑ์อื่นที่มีการเผาไหม้และเกิดควันได้เช่นกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Smoking” ในบริบทต่างๆ เช่น เวลาที่เห็นป้ายห้ามสูบบุหรี่ตามสถานที่สาธารณะ หรือเวลาที่เพื่อนชวนไป “สูบ” อะไรบางอย่าง การสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมที่พบเห็นได้ทั่วไปในสังคม แม้ว่าจะมีผลเสียต่อสุขภาพ แต่ก็ยังคงเป็นที่นิยมในบางกลุ่มคน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Smoking” เป็นคำภาษาอังกฤษที่หมายถึง “การสูบบุหรี่” หรือ “การสูบ” ในความหมายของการสูดควันจากการเผาไหม้เข้าไป ในประเทศไทย เรามักจะใช้คำว่า “สูบบุหรี่” หรือ “การสูบบุหรี่” เพื่อสื่อความหมายเดียวกัน ตัวอย่างการใช้งาน “ห้าม Smoking ในบริเวณนี้” (หมายถึง ห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณนี้) “เขาเป็นคนชอบ Smoking หลังอาหารเย็น” (หมายถึง เขาชอบสูบบุหรี่หลังอาหารเย็น) บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Smoking” มักถูกใช้ในป้ายประกาศต่างๆ ที่เกี่ยวกับข้อกำหนดและกฎระเบียบในสถานที่สาธารณะ เช่น โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า หรือระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อแจ้งเตือนไม่ให้ผู้คนสูบบุหรี่ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ยังอาจใช้ในการสนทนาทั่วไปเพื่ออ้างถึงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของบุคคล…

  • "Fasting” แปลว่า

    คำว่า “Fasting” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “การอดอาหาร” หรือ “การจำศีลอด” เป็นการงดเว้นจากการรับประทานอาหารเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยอาจจะรวมถึงการงดเครื่องดื่มบางประเภทด้วย ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการทำ Fasting นั้นๆ ในชีวิตประจำวัน ผู้คนมักจะพูดถึง “Fasting” ในบริบทของการควบคุมน้ำหนัก การดูแลสุขภาพ หรือแม้แต่เพื่อวัตถุประสงค์ทางศาสนา ตัวอย่างเช่น บางคนอาจจะเลือกทำ Intermittent Fasting (IF) ซึ่งเป็นการอดอาหารเป็นช่วงๆ สลับกับการรับประทานอาหารตามปกติ หรือบางคนอาจจะใช้วิธีนี้เพื่อชำระล้างร่างกาย หรือเพื่อเตรียมตัวสำหรับการปฏิบัติธรรมตามความเชื่อทางศาสนา ทำให้คำว่า “Fasting” เป็นที่คุ้นเคยและถูกนำไปใช้ในหลากหลายสถานการณ์ ความหมายและการใช้งาน Fasting หมายถึง การตั้งใจงดเว้นจากการบริโภคอาหารและ/หรือเครื่องดื่มบางชนิดเป็นช่วงเวลาหนึ่ง โดยมีจุดประสงค์ที่หลากหลาย เช่น เพื่อสุขภาพ การควบคุมน้ำหนัก การปฏิบัติทางศาสนา หรือเพื่อการบำบัด การใช้งานในชีวิตประจำวันมักจะเกี่ยวข้องกับรูปแบบต่างๆ ของการอดอาหาร เช่น Intermittent Fasting (IF) ที่แบ่งเป็นช่วงเวลาทานและอด หรือการอดอาหารตามประเพณีทางศาสนา ตัวอย่าง การทำ Intermittent Fasting (IF) โดยการจำกัดช่วงเวลาทานอาหารไว้เพียง 8 ชั่วโมงต่อวัน…

  • "Complex” แปลว่า

    คำว่า “Complex” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ ที่สื่อถึงความซับซ้อน ยุ่งเหยิง หรือประกอบด้วยหลายส่วนหลายองค์ประกอบที่เกี่ยวพันกันจนยากจะทำความเข้าใจได้ง่ายๆ เป็นคำที่ใช้อธิบายสิ่งต่างๆ ที่ไม่ได้เรียบง่ายตรงไปตรงมา แต่มีรายละเอียด ปัจจัย หรือความเชื่อมโยงที่ทำให้ดูมีมิติและลึกซึ้งมากขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Complex” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงปัญหาที่แก้ไขได้ยาก มีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง หรือเมื่ออธิบายถึงบุคลิกภาพของคนที่มีอารมณ์หรือความคิดที่หลากหลายจนคาดเดาได้ยาก หรือแม้กระทั่งใช้กับสิ่งก่อสร้างหรือระบบที่มีส่วนประกอบเยอะแยะมากมาย เช่น อาคารที่พักอาศัยขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “apartment complex” ก็คือการรวมกลุ่มของอาคารหลายๆ หลังเข้าด้วยกัน ความหมายและการใช้งาน “Complex” หมายถึง สิ่งที่มีหลายส่วนประกอบ มีความสัมพันธ์กัน และอาจจะเข้าใจหรืออธิบายได้ยาก มักใช้เพื่อบอกว่าบางสิ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่มีรายละเอียดปลีกย่อยหรือองค์ประกอบหลายอย่างที่ต้องพิจารณา ตัวอย่างการใช้งาน สถานการณ์: การแก้ปัญหาทางการเมือง ประโยค: “สถานการณ์ทางการเมืองตอนนี้มัน complex มากๆ เลยนะ ต้องดูหลายๆ มุมถึงจะเข้าใจได้” (The political situation is very complex right now, you have…

  • "Rings” แปลว่า

    คำว่า “Rings” ในภาษาไทยมีความหมายโดยทั่วไปว่า “แหวน” ซึ่งเป็นเครื่องประดับที่สวมใส่นิ้วมือ โดยทั่วไปทำจากโลหะมีค่า เช่น ทองคำ เงิน หรือแพลทินัม และอาจมีการประดับด้วยอัญมณีต่างๆ นอกจากนี้ “Rings” ยังสามารถหมายถึงวงแหวนหรือสิ่งที่กลมๆ เป็นวงได้อีกด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Rings” หรือ “แหวน” ในบริบทของการสวมใส่เป็นเครื่องประดับ เช่น แหวนแต่งงาน แหวนหมั้น หรือแหวนที่ใช้เป็นแฟชั่น นอกจากนี้ยังอาจใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เช่น “วงล้อม” หรือ “ขอบเขต” ตัวอย่างเช่น เราอาจได้ยินคำว่า “ring of fire” ซึ่งหมายถึงเขตวงแหวนแห่งไฟรอบมหาสมุทรแปซิฟิก หรือคำว่า “phone is ringing” ที่หมายถึงโทรศัพท์กำลังส่งเสียงดัง ซึ่งมาจากเสียงสัญญาณที่ดังเป็นวงรอบนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Rings” หมายถึง แหวน ซึ่งเป็นเครื่องประดับที่สวมใส่นิ้วมือ และยังสามารถหมายถึงวงกลมหรือขอบเขตได้ด้วย ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “She wears a beautiful diamond…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *