"Discriminate” แปลว่า
คำว่า “Discriminate” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การเลือกปฏิบัติ การแบ่งแยก หรือการแยกแยะ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้ในบริบทของการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมกันต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล โดยอิงจากลักษณะบางอย่าง เช่น เชื้อชาติ เพศ ศาสนา หรือความพิการ
ในชีวิตประจำวัน เราอาจพบเห็นการใช้คำนี้ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน การเลือกปฏิบัติทางเพศในที่ทำงาน หรือแม้แต่การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในสังคม การใช้คำนี้บ่งบอกถึงการกระทำที่ทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมและไม่เท่าเทียมกัน
ความหมายและการใช้งาน
คำว่า “Discriminate” หมายถึง การปฏิบัติหรือตัดสินใจโดยมีอคติหรือไม่เท่าเทียมกันต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล โดยอ้างอิงจากลักษณะเฉพาะตัว เช่น เชื้อชาติ เพศ ศาสนา อายุ รสนิยมทางเพศ หรือความพิการ ซึ่งการปฏิบัตินี้มักจะนำไปสู่ผลเสียหรือการกีดกัน
ตัวอย่างการใช้งาน
ตัวอย่างเช่น:
- “บริษัทถูกกล่าวหาว่า discriminate ต่อพนักงานหญิงในการเลื่อนตำแหน่ง” (บริษัทถูกกล่าวหาว่าเลือกปฏิบัติต่อพนักงานหญิงในการเลื่อนตำแหน่ง)
- “กฎหมายมีขึ้นเพื่อป้องกันการ discriminate ทางเชื้อชาติ” (กฎหมายมีขึ้นเพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติตามเชื้อชาติ)
- “การ discriminate ต่อผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง” (การเลือกปฏิบัติต่อผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง)
บริบทที่ใช้บ่อย
คำว่า “Discriminate” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมทางสังคม และกฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันการเลือกปฏิบัติ
คำถามที่พบบ่อย
“Discriminate” หมายถึงอะไรในทางกฎหมาย?
ในทางกฎหมาย “Discriminate” หมายถึง การกระทำที่ก่อให้เกิดการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมกัน หรือการกีดกันบุคคลหรือกลุ่มบุคคลบนพื้นฐานของลักษณะที่กฎหมายคุ้มครอง เช่น เชื้อชาติ เพศ ศาสนา หรือความพิการ
การ “Discriminate” แตกต่างจากการ “Discern” อย่างไร?
“Discriminate” หมายถึง การเลือกปฏิบัติหรือการแบ่งแยก ในขณะที่ “Discern” หมายถึง การมองเห็น การรับรู้ หรือการแยกแยะความแตกต่างของสิ่งต่างๆ ซึ่งมักจะใช้ในเชิงของการรับรู้หรือการเข้าใจมากกว่าการปฏิบัติ