"Attempted” แปลว่า

คำว่า “Attempted” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษที่ใช้เมื่อเราพยายามทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่ยังไม่สำเร็จ หรือยังทำไม่เสร็จสิ้น เป็นการบ่งบอกถึงความพยายามที่เกิดขึ้น แต่ผลลัพธ์อาจจะยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำนี้ในสถานการณ์ที่ต้องการสื่อถึงความพยายามที่เกิดขึ้น เช่น เวลาที่ใครสักคนพยายามจะทำอะไรบางอย่างแต่มีอุปสรรค หรือเมื่อต้องการบอกว่ามีการพยายามเกิดขึ้นแล้ว แม้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายอาจจะไม่สมบูรณ์ หรือไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ แต่ก็ยังมีความพยายามนั้นอยู่

ความหมายและการใช้งาน

“Attempted” แปลตรงตัวว่า “พยายามแล้ว” หรือ “ได้พยายาม” ซึ่งเน้นที่การกระทำที่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน หรือยังไม่สำเร็จสมบูรณ์

ตัวอย่างการใช้งาน

ถ้ามีคนพยายามจะเปิดประตู แต่เปิดไม่ได้ เราอาจจะพูดว่า “He attempted to open the door, but it was locked.” (เขาพยายามจะเปิดประตู แต่ว่ามันถูกล็อกอยู่) หรือถ้ามีคนพยายามจะทำข้อสอบ แต่ทำไม่ทันเวลา ก็อาจจะบอกว่า “She attempted all the questions, but ran out of time.” (เธอพยายามทำทุกข้อ แต่เวลาหมดเสียก่อน)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำนี้มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นย้ำถึงความพยายาม หรือใช้ในรายงานข่าว เหตุการณ์ต่างๆ ที่มีการพยายามกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น “The suspect attempted to escape from the police.” (ผู้ต้องสงสัยพยายามหลบหนีตำรวจ) หรือ “The company attempted to launch a new product.” (บริษัทได้พยายามเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่)

🔷 FAQ SECTION

“Attempted” ต่างจาก “Tried” อย่างไร?

โดยทั่วไปแล้ว “Attempted” และ “Tried” มีความหมายใกล้เคียงกันคือ “พยายาม” แต่ “Attempted” มักจะให้ความรู้สึกถึงความพยายามที่อาจจะมีความยากลำบาก หรือมีความเป็นทางการมากกว่า และอาจจะสื่อถึงผลลัพธ์ที่ไม่สำเร็จได้ชัดเจนกว่า “Tried” ซึ่งมีความหมายที่กว้างกว่าและใช้ได้ทั่วไปกว่า

“Attempted” ใช้กับเหตุการณ์ที่สำเร็จแล้วได้หรือไม่?

โดยหลักการแล้ว “Attempted” เน้นที่ความพยายามที่อาจจะยังไม่สำเร็จสมบูรณ์ แต่ในบางบริบทที่ต้องการเน้นย้ำถึงความพยายามที่เกิดขึ้นก่อนที่จะสำเร็จ ก็อาจจะมีการใช้ได้ แต่โดยทั่วไปแล้วจะใช้กับเหตุการณ์ที่ยังไม่สำเร็จ หรือมีความไม่แน่นอนของผลลัพธ์มากกว่า

Similar Posts

  • "Exercises” แปลว่า

    คำว่า “Exercises” ในภาษาไทยหมายถึง “การออกกำลังกาย” หรือ “แบบฝึกหัด” ครับ ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ หากพูดถึงเรื่องสุขภาพหรือการดูแลร่างกาย “Exercises” จะหมายถึงการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อให้แข็งแรง ส่วนถ้าอยู่ในบริบทของการเรียน การทำงาน หรือการฝึกทักษะ “Exercises” จะหมายถึงชุดคำถามหรือโจทย์ที่ให้ทำเพื่อทดสอบความเข้าใจหรือฝึกฝนทักษะนั้นๆ ครับ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Exercises” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงการไปยิมเพื่อเล่นเวทเทรนนิ่ง หรือการวิ่งเพื่อสุขภาพ เราก็จะเรียกว่า “doing exercises” หรือเมื่อนักเรียนได้รับมอบหมายแบบฝึกหัดวิชาคณิตศาสตร์ หรือแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษจากคุณครู ก็จะเรียกว่า “homework exercises” หรือ “practice exercises” ครับ ความหมายและการใช้งาน “Exercises” สามารถแปลได้สองความหมายหลักๆ คือ 1. การออกกำลังกาย: หมายถึง กิจกรรมทางกายที่ทำเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดี ความแข็งแรงของร่างกาย หรือเพื่อลดน้ำหนัก 2. แบบฝึกหัด: หมายถึง ชุดคำถาม ข้อสอบ หรือโจทย์ที่ใช้ในการเรียนการสอน หรือการฝึกทักษะต่างๆ เพื่อทดสอบความรู้ ความเข้าใจ…

  • "ป้า” แปลว่า

    คำว่า “ป้า” เป็นคำนามที่ใช้เรียกผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าพ่อหรือแม่ของเรา หรือผู้หญิงที่มีอายุมากพอสมควร โดยทั่วไปมักจะใช้เรียกผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ประมาณ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้หญิงที่มีลักษณะท่าทางเป็นผู้ใหญ่และมีบุตรหลานแล้ว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “ป้า” ถูกใช้เรียกแทนชื่อหรือเป็นคำนำหน้าชื่อสำหรับผู้หญิงที่เรารู้จักและมีอายุมากกว่าเรา เช่น “ป้าสมศรี” “ป้าข้างบ้าน” หรือบางครั้งก็ใช้เรียกแทนตัวเองเมื่อพูดกับคนที่อายุน้อยกว่า เพื่อแสดงความอาวุโสและความคุ้นเคย การเรียก “ป้า” เป็นการแสดงความเคารพและให้เกียรติผู้ที่มีอายุมากกว่าในสังคมไทย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ป้า” โดยหลักแล้วหมายถึง พี่สาวของพ่อหรือแม่ แต่ในภาษาไทยปัจจุบันได้ขยายความหมายไปใช้เรียกผู้หญิงที่มีอายุมาก หรือผู้หญิงที่มีลักษณะเป็นผู้ใหญ่ที่อาวุโสกว่าผู้พูด โดยไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดเสมอไป การใช้งานคำนี้จึงมีความยืดหยุ่นและขึ้นอยู่กับบริบททางสังคมและวัฒนธรรม ตัวอย่างการใช้งาน “ป้าคะ ขอซื้อขนมครกถ้วยหนึ่งค่ะ” (ใช้เรียกแม่ค้าที่อายุมากกว่า) “วันนี้ป้าจะไปตลาดตอนเช้า” (ใช้เรียกผู้หญิงที่อายุมากซึ่งเป็นที่รู้จัก) “ลูกๆ ของป้าเรียนเก่งมากเลย” (ใช้เรียกผู้หญิงที่มีลูกแล้วและมีอายุ) บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “ป้า” มักถูกใช้ในบริบทของการทักทาย การสอบถาม หรือการพูดคุยกับผู้หญิงที่อาวุโสกว่าในครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่รู้จักแต่มีอายุมาก การเรียก “ป้า” เป็นวิธีแสดงความสุภาพและให้เกียรติ เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุในสังคมไทย “ป้า” กับ “น้า” ต่างกันอย่างไร? คำว่า…

  • "Insensitive” แปลว่า

    คำว่า “Insensitive” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การขาดความรู้สึก ไม่ใส่ใจ หรือไม่แสดงความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น เมื่อมีคนพูดหรือทำอะไรที่อาจทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่ดี หรือไม่คำนึงถึงความรู้สึกของคนรอบข้าง เราก็จะบอกว่าเขาคนนั้น “insensitive” ครับ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอสถานการณ์ที่คนอื่นพูดจาหรือแสดงพฤติกรรมที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ เพราะเขาดูเหมือนจะไม่เข้าใจ หรือไม่แคร์ความรู้สึกของเรา เช่น เพื่อนอาจจะพูดแซวรูปร่างหน้าตาของเราอย่างสนุกปาก โดยไม่รู้ว่าเรากำลังไม่มั่นใจ หรือเจ้านายอาจจะออกคำสั่งงานอย่างเร่งด่วนโดยไม่สอบถามถึงภาระงานที่เรามีอยู่ก่อนแล้ว พฤติกรรมเหล่านี้ เราอาจจะมองว่าเป็นการกระทำที่ “insensitive” เพราะขาดความละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของผู้อื่นนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Insensitive” มาจากคำว่า “sense” ที่แปลว่า ความรู้สึก หรือ การรับรู้ เมื่อเติม “in-” เข้าไปข้างหน้า จะกลายเป็น “insensitive” ซึ่งหมายถึง การขาดความรู้สึก การไม่รับรู้ หรือการไม่ใส่ใจต่อความรู้สึกของผู้อื่น หรือสถานการณ์รอบข้าง มักใช้ในเชิงลบ เพื่ออธิบายถึงคนที่ขาดความละเอียดอ่อน ไม่ระมัดระวังคำพูด หรือการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนอื่น ตัวอย่างการใช้งาน “เขาพูดถึงเรื่องการเงินของฉันต่อหน้าคนเยอะๆ แบบนั้นมัน insensitive มากๆ เลยนะ” “การที่บริษัทเลิกจ้างพนักงานหลายคนโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าเลย เป็นการกระทำที่ insensitive…

  • "Texture” แปลว่า

    คำว่า “Texture” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “พื้นผิว” หรือ “ลักษณะพื้นผิว” โดยทั่วไปแล้วเราใช้คำนี้เพื่ออธิบายถึงลักษณะทางกายภาพของวัตถุที่เราสามารถสัมผัสได้ด้วยมือ หรือมองเห็นด้วยตา ซึ่งเกี่ยวข้องกับความหยาบ ละเอียด นุ่ม แข็ง เป็นมัน หรือด้านของพื้นผิวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Texture” เพื่ออธิบายสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น เวลาเราเลือกซื้อเสื้อผ้า เราอาจจะบอกว่าชอบเสื้อที่มี “Texture” นุ่มๆ หรือเวลาทำอาหาร เราอาจจะพูดถึง “Texture” ของขนมที่กรุบกรอบ หรือความนุ่มของเค้ก หรือแม้กระทั่งเวลาพูดถึงการตกแต่งบ้าน เราก็อาจจะพูดถึง “Texture” ของผนังที่ดูเป็นธรรมชาติ หรือ “Texture” ของเฟอร์นิเจอร์ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน “Texture” หมายถึง ลักษณะของพื้นผิวของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่เกิดจากการรวมตัวกันของหน่วยย่อยๆ ทำให้เกิดความรู้สึกหรือรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันไป เช่น ความละเอียด ความหยาบ ความเรียบ ความขรุขระ ความมันวาว ความด้าน เป็นต้น การใช้งานคำนี้มักจะอยู่ในบริบทของการสัมผัส การมองเห็น หรือการอธิบายลักษณะเฉพาะของวัตถุ ตัวอย่างการใช้งาน…

  • "Appropriate” แปลว่า

    คำว่า “Appropriate” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า “เหมาะสม” หรือ “ที่ถูกต้องตามกาลเทศะ” เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงสิ่งของ การกระทำ หรือพฤติกรรมที่สอดคล้องกับสถานการณ์ เวลา หรือบริบทที่กำลังเกิดขึ้น ทำให้ดูดี เหมาะสม และเป็นที่ยอมรับ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “appropriate” เพื่อบอกว่าอะไรบางอย่างนั้นดีแล้ว เหมาะสมแล้ว เช่น การเลือกเสื้อผ้าไปงานต่างๆ การพูดจาในที่ประชุม หรือแม้แต่การแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดีย เราจะพิจารณาว่าสิ่งที่เราจะทำหรือพูดนั้น “appropriate” หรือไม่ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีและไม่สร้างความขัดแย้ง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “appropriate” หมายถึง การมีความเหมาะสม การลงตัว หรือการถูกต้องตามความคาดหวังของสังคม วัฒนธรรม หรือสถานการณ์นั้นๆ โดยทั่วไปแล้ว สิ่งที่ “appropriate” มักจะแสดงถึงความสุภาพ ความมีมารยาท หรือความเป็นมืออาชีพ ตัวอย่างการใช้งาน 1. การแต่งกาย: “It’s important to wear appropriate attire for a job…

  • "True” แปลว่า

    คำว่า “True” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักว่า “จริง” หรือ “ถูกต้อง” เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ที่ใช้บ่งบอกถึงความสอดคล้องกับความเป็นจริง ความถูกต้องตามข้อเท็จจริง หรือการเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่เรื่องโกหกหรือผิดพลาด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “True” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อต้องการยืนยันความถูกต้องของข้อมูล หรือเมื่อต้องการบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หรือแม้แต่ใช้ในบริบทของตรรกะและการตัดสินใจเพื่อระบุว่าข้อความหรือเงื่อนไขนั้นเป็นจริง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “True” มีความหมายที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: ถูกต้องตามความจริง (Correct/Accurate): ใช้เมื่อต้องการบอกว่าข้อมูล สถิติ หรือข้อเท็จจริงนั้นถูกต้อง เป็นจริง (Real/Actual): ใช้เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหรือมีอยู่นั้นมีอยู่จริง ไม่ใช่เรื่องสมมติ สัตย์ซื่อ/ภักดี (Loyal/Faithful): ในบางบริบท “True” สามารถหมายถึงความซื่อสัตย์หรือความภักดีได้ เช่น “true friend” (เพื่อนแท้) แม่นยำ/ตรง (Accurate/Precise): ใช้กับเครื่องมือหรือการวัดที่ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ ตัวอย่างการใช้งาน นี่คือตัวอย่างการใช้คำว่า “True” ในประโยคต่างๆ: “Is this statement true?” (ประโยคนี้เป็นความจริงหรือไม่?)…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *