"Capable” แปลว่า

คำว่า “Capable” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง มีความสามารถ มีศักยภาพ หรือมีความเก่งในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Capable” เพื่ออธิบายถึงบุคคลหรือสิ่งของที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่โดดเด่น หรือมีความพร้อมที่จะทำงานบางอย่างให้สำเร็จลุล่วงได้ เช่น เราอาจจะพูดว่า “เขาเป็นพนักงานที่ capable มาก” หมายถึง เขาเป็นพนักงานที่มีความสามารถ ทำงานได้ดี หรืออาจจะใช้กับสิ่งของ เช่น “เครื่องมือนี้ดู capable ดี” แสดงว่าเครื่องมือมีความสามารถที่จะทำงานที่เราต้องการได้

ความหมายและการใช้งาน

“Capable” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงความสามารถ ศักยภาพ หรือความพร้อมที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถทางด้านทักษะ ความรู้ หรือสมรรถนะ

ตัวอย่าง

“She is capable of handling complex projects.” (เธอมีความสามารถในการจัดการกับโปรเจกต์ที่ซับซ้อน)

“This software is capable of performing advanced calculations.” (ซอฟต์แวร์นี้มีความสามารถในการคำนวณขั้นสูง)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Capable” มักถูกใช้ในการประเมินความสามารถของบุคคลในที่ทำงาน การรับสมัครงาน หรือการอธิบายถึงประสิทธิภาพของเครื่องมือหรือเทคโนโลยี

🔷 FAQ SECTION

“Capable” กับ “Competent” ต่างกันอย่างไร?

“Capable” เน้นที่ศักยภาพและความสามารถในการทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จได้ ในขณะที่ “Competent” มักจะหมายถึงการมีความสามารถในระดับที่เพียงพอหรือได้มาตรฐานตามที่กำหนด

สามารถใช้ “Capable” กับสิ่งของได้หรือไม่?

ได้ครับ เราสามารถใช้ “Capable” เพื่ออธิบายถึงความสามารถหรือประสิทธิภาพของสิ่งของ เครื่องมือ หรือเทคโนโลยีได้ เช่น “This car is capable of reaching high speeds.” (รถคันนี้มีความสามารถในการทำความเร็วสูง)

Similar Posts

  • "Bleaching” แปลว่า

    คำว่า “Bleaching” ในภาษาไทยมีความหมายตรงตัวว่า “การฟอกสี” ซึ่งหมายถึงกระบวนการทำให้สีของวัตถุอ่อนลง จางลง หรือหายไป โดยทั่วไปมักใช้กับเส้นผม ผ้า หรือวัสดุอื่นๆ เพื่อให้ได้สีที่ต้องการ หรือเพื่อเตรียมพื้นผิวก่อนการย้อมสี ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Bleaching” บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงเรื่องความสวยความงาม โดยเฉพาะการทำสีผม เมื่อช่างทำผมต้องการเปลี่ยนสีผมจากสีเข้มเป็นสีอ่อน หรือต้องการทำสีแฟชั่นที่ต้องใช้พื้นผมที่สว่างก่อน ก็จะมีการใช้ผลิตภัณฑ์ “Bleaching” เพื่อฟอกสีผมเดิมออกไป นอกจากนี้ ยังมีการใช้ “Bleaching” กับผ้าในการซักรีด เพื่อขจัดคราบสกปรกที่ฝังแน่น หรือทำให้ผ้าขาวดูสว่างสดใสยิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Bleaching” คือกระบวนการใช้สารเคมีเพื่อลดความเข้มของสีในวัสดุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเส้นผม เส้นใยผ้า หรือแม้กระทั่งผิวหนัง (ในทางการแพทย์) โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้สีจางลง หรือเปลี่ยนสีไปจากเดิม ตัวอย่างการใช้งาน การทำสีผม: “วันนี้จะไปร้านทำผมเพื่อ Bleaching ผมก่อน แล้วค่อยลงสีชมพู” การซักผ้า: “เสื้อขาวตัวนี้มีคราบเหลือง ลองใช้ผลิตภัณฑ์ Bleaching ช่วยดูสิ” บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Bleaching” มักถูกใช้ในบริบทของการดูแลความงาม (โดยเฉพาะผม) การซักรีด และบางครั้งอาจพบในอุตสาหกรรมสิ่งทอ…

  • "greet” แปลว่า

    “greet” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลว่า “ทักทาย” หรือ “กล่าวสวัสดี” เป็นการแสดงความเป็นมิตรหรือการเริ่มต้นบทสนทนากับผู้อื่น โดยทั่วไปแล้วเราจะใช้คำนี้เมื่อพบปะผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการเจอหน้ากันครั้งแรก หรือการพบกันเป็นประจำ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “greet” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราเดินเข้าไปในร้านค้า พนักงานก็จะเข้ามาทักทายเรา หรือเมื่อเราเจอเพื่อนร่วมงานตอนเช้า เราก็จะทักทายกัน หรือแม้แต่ในการประชุม เราก็มักจะเริ่มต้นด้วยการกล่าวทักทายผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนก่อน การทักทายนี้เป็นส่วนสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ความหมายและการใช้งาน “greet” หมายถึง การแสดงการต้อนรับ การกล่าวคำทักทาย หรือการแสดงความเคารพต่อบุคคลอื่น โดยมักจะทำด้วยคำพูดหรือการกระทำ เช่น การยิ้ม การผงกศีรษะ หรือการจับมือ การใช้งานคำนี้มีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมและบริบททางสังคม ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเราเจอเพื่อนตอนเช้า เราอาจจะพูดว่า “Good morning! How are you?” ซึ่งเป็นการ greet เพื่อนของเรา เมื่อเราเข้าไปในร้านอาหาร พนักงานต้อนรับอาจจะเข้ามากล่าวว่า “Welcome! May I help you?” เพื่อ greet เรา…

  • "Looks” แปลว่า

    คำว่า “Looks” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วหมายถึง “รูปลักษณ์ภายนอก” หรือ “ลักษณะภายนอก” ของคน สัตว์ สิ่งของ หรือสถานที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ครอบคลุมถึงหน้าตา ท่าทาง การแต่งกาย สภาพโดยรวม หรือแม้กระทั่งความสวยงาม น่าดึงดูด ในชีวิตประจำวัน คนไทยเรามักจะใช้คำว่า “Looks” ในหลายบริบท เช่น เวลาเราพูดถึงการประเมินใครสักคนจากภายนอก เช่น “เขาดูดีนะ” หรือ “ชุดนี้ทำให้เธอดูดีขึ้น” นอกจากนี้ยังอาจใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หรือแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับสิ่งที่เห็น เช่น “ร้านนี้ดูน่าเข้า” หรือ “บ้านหลังนี้มี Looks ที่ทันสมัย” บางครั้งก็ใช้ในการตัดสินใจเบื้องต้น เช่น “Looks ดีไว้ก่อน” หมายถึง การให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอกเป็นอันดับแรก ความหมายและการใช้งาน “Looks” หมายถึง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา เป็นลักษณะภายนอกที่สามารถมองเห็นได้ ไม่ว่าจะเป็นความสวยงาม ความน่าดึงดูด หรือลักษณะเฉพาะตัว สามารถนำไปใช้ได้กับทุกสิ่งที่เราสามารถมองเห็นได้ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อพูดถึงคน: “She has…

  • "Healthy” แปลว่า

    คำว่า “Healthy” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การมีสุขภาพดี สุขภาพแข็งแรง หรือสมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่ใช่แค่การไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ แต่ยังรวมถึงการรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และมีความสุขกับการใช้ชีวิตด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Healthy” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงอาหาร การออกกำลังกาย หรือไลฟ์สไตล์ต่างๆ เช่น “อาหาร Healthy” หมายถึง อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ไม่ผ่านการแปรรูปมากนัก หรือมีไขมัน น้ำตาล โซเดียมต่ำ “ชีวิต Healthy” ก็หมายถึงการใช้ชีวิตที่สมดุล มีการพักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Healthy” สามารถใช้ได้ในหลายบริบท: สุขภาพกาย: ร่างกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัย เช่น “He has a healthy body.” (เขามีร่างกายที่แข็งแรง) สุขภาพจิต: สภาพจิตใจที่แจ่มใส ไม่เครียด เช่น “She has a…

  • "Bearded” แปลว่า

    คำว่า “Bearded” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่ออธิบายลักษณะของบุคคลหรือสิ่งมีชีวิตที่มี “เครา” หรือ “หนวดเครา” นั่นเองค่ะ พูดง่ายๆ ก็คือ ใครก็ตามที่มีขนขึ้นบริเวณคาง แก้ม หรือเหนือริมฝีปากจนเห็นเป็นเครา ก็สามารถเรียกว่า “Bearded” ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนใช้คำว่า “Bearded” เพื่อบรรยายลักษณะของใครบางคน เช่น “Have you seen that new teacher? He’s quite tall and bearded.” (คุณเห็นครูคนใหม่นั่นหรือยัง เขาค่อนข้างสูงและไว้เครา) หรืออาจจะใช้ในบริบทที่พูดถึงสัตว์ เช่น “The wild boar was large and heavily bearded.” (หมูป่าตัวนั้นมีขนาดใหญ่และมีเคราดก) การใช้คำนี้ช่วยให้เห็นภาพลักษณะของบุคคลหรือสิ่งนั้นๆ ได้ชัดเจนขึ้นค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Bearded” หมายถึงการมีเครา หรือมีลักษณะที่ปกคลุมด้วยหนวดเครา ใช้ได้ทั้งกับคนและสัตว์ที่ไว้เครา เช่น ชายหนุ่มที่ไว้หนวดเครา หรือแม้กระทั่งแพะบางชนิดที่มีขนยาวบริเวณคางก็อาจถูกเรียกว่า…

  • "Insurance” แปลว่า

    คำว่า “Insurance” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “การประกันภัย” หรือ “ประกัน” เป็นการทำสัญญาเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงภัยที่อาจเกิดขึ้น โดยผู้เอาประกันภัยจะจ่ายเบี้ยประกันให้กับบริษัทประกันภัย และบริษัทประกันภัยจะชดเชยความเสียหายหรือจ่ายเงินตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะคุ้นเคยกับการใช้คำว่า “ประกัน” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราซื้อรถยนต์ เราก็จะทำ “ประกันรถยนต์” เพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับรถ หรือหากเราเจ็บป่วย เราก็อาจมี “ประกันสุขภาพ” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาล หรือแม้แต่การทำ “ประกันชีวิต” เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวในกรณีที่เราจากไปก่อนวัยอันควร การทำประกันจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงินในชีวิตของเรา ความหมายและการใช้งาน Insurance คือ สัญญาที่ผู้เอาประกันภัย (บุคคลหรือนิติบุคคล) ตกลงจ่ายเงินจำนวนหนึ่ง (เบี้ยประกัน) ให้แก่บริษัทประกันภัย เพื่อแลกกับการที่บริษัทประกันภัยจะรับภาระชดเชยความเสียหายทางการเงิน หรือจ่ายเงินจำนวนหนึ่งตามที่ตกลงไว้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันตามที่ระบุไว้ในสัญญา (กรมธรรม์) ขึ้น การใช้งานหลักๆ ของ Insurance คือการโอนความเสี่ยงจากตนเองไปให้บริษัทประกันภัยแบกรับ เพื่อลดผลกระทบทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน ประกันรถยนต์: หากรถของคุณประสบอุบัติเหตุ บริษัทประกันจะช่วยจ่ายค่าซ่อมหรือค่าเสียหายตามเงื่อนไข ประกันสุขภาพ: หากคุณป่วยและต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล บริษัทประกันจะช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามวงเงินที่กำหนด ประกันชีวิต: หากผู้เอาประกันเสียชีวิต ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินก้อนตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *