"Shameful” แปลว่า

คำว่า “Shameful” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้อธิบายถึงสิ่งที่น่าละอาย น่าอับอาย หรือทำให้รู้สึกขายหน้า โดยปกติแล้วจะใช้กับพฤติกรรม การกระทำ หรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ดีต่อตนเองหรือผู้อื่น ทำให้รู้สึกว่าไม่เหมาะสม ไม่ควรทำ หรือเป็นสิ่งที่น่าตำหนิ

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือเห็นการใช้คำว่า “Shameful” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนทำผิดพลาดอย่างร้ายแรง หรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจนทำให้คนรอบข้างรู้สึกไม่ดี หรือเมื่อมีข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องราวที่น่าละอายเกิดขึ้น การใช้คำนี้เป็นการบ่งบอกว่าสิ่งนั้นๆ ไม่เป็นที่ยอมรับและสมควรถูกประณาม

ความหมายและการใช้งาน

“Shameful” หมายถึง น่าละอาย, น่าอับอาย, น่าขายหน้า, น่าตำหนิ เป็นคำที่ใช้บรรยายถึงสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี ผิดหวัง หรือรู้สึกว่าตนเองหรือผู้อื่นทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม

ตัวอย่างการใช้งาน

สถานการณ์ที่ถูกมองว่า “Shameful” อาจรวมถึง การโกหกเพื่อเอาเปรียบผู้อื่น, การทุจริตคอร์รัปชัน, การละเลยหน้าที่ที่สำคัญ หรือการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคม

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Shameful” มักถูกใช้ในบริบทของการวิพากษ์วิจารณ์ การประณาม หรือการแสดงความผิดหวังต่อการกระทำหรือเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสม

“Shameful” หมายถึงอะไร?

“Shameful” หมายถึงสิ่งที่น่าละอาย น่าอับอาย หรือทำให้รู้สึกขายหน้า เป็นการบรรยายถึงการกระทำหรือสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสมและก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ดี

มีสถานการณ์ใดบ้างที่ถือว่า “Shameful”?

สถานการณ์ที่ถือว่า “Shameful” คือสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกละอายใจ เช่น การกระทำผิดศีลธรรม การเอาเปรียบผู้อื่น หรือการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบและส่งผลเสียต่อส่วนรวม

Similar Posts

  • "His” แปลว่า

    คำว่า “His” เป็นคำสรรพนามบุรุษที่สามในภาษาอังกฤษ ใช้เพื่อกล่าวถึงบุคคลที่เป็นเพศชาย โดยมีความหมายว่า “ของเขา” หรือ “ของท่าน” (เมื่อใช้ในบริบทที่สุภาพ) เป็นคำที่ใช้แสดงความเป็นเจ้าของหรือความสัมพันธ์กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนั้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “His” เพื่อบอกว่าสิ่งของชิ้นไหนเป็นของใคร เช่น ถ้าเราเห็นกระเป๋าแล้วรู้ว่าเป็นของผู้ชายคนหนึ่ง เราก็จะพูดว่า “That is his bag” ซึ่งแปลว่า “นั่นคือกระเป๋าของเขา” หรือเวลาพูดถึงความสัมพันธ์ เช่น “He is my brother, and this is his wife” ก็จะแปลว่า “เขาเป็นพี่ชาย/น้องชายของฉัน และนี่คือภรรยาของเขา” เป็นต้น คำนี้ช่วยให้การสื่อสารเกี่ยวกับบุคคลที่เป็นเพศชายและสิ่งที่เป็นของเขาหรือเกี่ยวข้องกับเขานั้นชัดเจนและกระชับขึ้น ความหมายและการใช้งาน “His” ทำหน้าที่เป็นสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ (Possessive Pronoun) หรือคำคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ (Possessive Adjective) ในภาษาอังกฤษ เมื่อใช้เป็น Possessive Adjective จะวางไว้หน้าคำนามเพื่อบอกว่านามนั้นเป็นของใคร เช่น His car…

  • "ซึน” แปลว่า

    คำว่า “ซึน” เป็นคำทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น (ツンデレ – Tsundere) ที่ใช้อธิบายลักษณะนิสัยของบุคคล โดยเฉพาะในวัฒนธรรมป๊อปญี่ปุ่น หมายถึง คนที่มีท่าทีภายนอกแข็งกระด้าง ปากร้าย ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกดีๆ ออกมาตรงๆ แต่ลึกๆ แล้วเป็นคนจิตใจดี อ่อนโยน และมีความรู้สึกดีๆ ให้กับคนที่ตนเองสนใจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นการใช้คำว่า “ซึน” เพื่ออธิบายพฤติกรรมที่ดูเหมือนไม่แยแส แต่จริงๆ แล้วแฝงไปด้วยความห่วงใย เช่น เพื่อนที่ชอบแกล้งหรือพูดจาเหน็บแนม แต่พอเรามีปัญหา กลับเป็นคนแรกที่เข้ามาช่วยเหลือ หรือคนรักที่แสดงออกว่ารำคาญ แต่จริงๆ แล้วแคร์เรามาก เป็นลักษณะที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกเอ็นดูและอยากเอาใจ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ซึน” มาจากคำภาษาญี่ปุ่นสองคำคือ “สึนสึน” (ツンツン – tsun tsun) ที่หมายถึงการทำท่าทีเย็นชา ไม่แยแส และ “เดเระเดเระ” (デレデレ – dere dere) ที่หมายถึงการแสดงความรักหรือความรู้สึกอ่อนหวานออกมา ตัวอย่าง เช่น “เขาดูเหมือนจะรำคาญที่เราไปหา แต่พอเราไม่ไป เขากลับถามหา”…

  • "Surface” แปลว่า

    คำว่า “Surface” โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “พื้นผิว” หรือ “พื้น” ในภาษาไทย ซึ่งหมายถึงส่วนที่อยู่ด้านนอกสุดของวัตถุ หรือบริเวณที่สัมผัสกับอากาศหรือสิ่งอื่น ๆ ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Surface” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงพื้นโต๊ะ (table surface), พื้นถนน (road surface), หรือแม้กระทั่งพื้นผิวของหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต (screen surface) นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในความหมายเชิงนามธรรม เช่น “surface-level understanding” ที่หมายถึงความเข้าใจเพียงผิวเผิน ไม่ลึกซึ้ง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Surface” สามารถแปลได้หลายความหมายขึ้นอยู่กับบริบท แต่โดยหลักแล้วหมายถึง: พื้นผิว (Surface): ส่วนที่อยู่ด้านนอกสุดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง พื้น (Surface): บริเวณที่ใช้ในการวางของ หรือเดิน ผิวเผิน (Surface): สิ่งที่ปรากฏให้เห็นภายนอก ไม่ใช่แก่นแท้ ตัวอย่างการใช้งาน “Please clean the surface of the…

  • "Recent” แปลว่า

    คำว่า “Recent” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้บ่งบอกถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น หรือปรากฏขึ้นในช่วงเวลาไม่นานมานี้ หรือเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ นั่นเองค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Recent” บ่อยๆ ในบริบทต่างๆ เช่น การพูดถึงข่าวสารล่าสุดที่เพิ่งออกอากาศ การสอบถามถึงกิจกรรมที่เพิ่งทำไป หรือการกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้ มันช่วยให้เรารู้ว่าเรื่องที่กำลังพูดถึงนั้นยังมีความสดใหม่และเกี่ยวข้องกับปัจจุบันอยู่ค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Recent” โดยทั่วไปหมายถึง “ล่าสุด”, “เมื่อไม่นานมานี้”, “เพิ่งเกิดขึ้น” หรือ “ฉบับล่าสุด” ใช้เพื่ออธิบายเหตุการณ์, ข้อมูล, สิ่งของ หรือสภาวะที่เกิดขึ้นหรือมีอยู่ในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่นานนัก ตัวอย่างการใช้งาน Recent news: ข่าวล่าสุด Recent studies: การศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ Recent changes: การเปลี่ยนแปลงที่เพิ่งเกิดขึ้น Recent visitors: ผู้เข้าชมล่าสุด บริบทที่พบบ่อย เรามักจะเห็นคำว่า “Recent” ในแอปพลิเคชันต่างๆ บนมือถือ เช่น ในส่วนของประวัติการใช้งาน (Recent activity) หรือไฟล์ที่เพิ่งเปิด (Recent…

  • "Shirt” แปลว่า

    คำว่า “Shirt” ในภาษาไทยมีความหมายตรงตัวว่า “เสื้อ” ซึ่งหมายถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่บริเวณลำตัว โดยทั่วไปแล้ว “Shirt” จะหมายถึงเสื้อที่มีแขน และมักจะมีคอปก หรืออาจจะเป็นเสื้อคอกลมก็ได้เช่นกัน เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและเข้าใจได้ง่ายในภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Shirt” หรือ “เสื้อเชิ้ต” ในหลายบริบท เช่น เวลาไปเลือกซื้อเสื้อผ้า พนักงานขายอาจจะถามว่า “หาเสื้อเชิ้ตแบบไหนอยู่คะ/ครับ?” หรือเวลาพูดถึงการแต่งกาย เราอาจจะบอกว่า “วันนี้ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวไปทำงาน” นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายที่กว้างขึ้น เช่น เสื้อยืดก็อาจจะถูกเรียกว่า “T-shirt” ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ “Shirt” ที่มีลักษณะเป็นรูปตัวทีเมื่อวางราบ ความหมายและการใช้งาน “Shirt” หมายถึง เสื้อผ้าที่สวมใส่บริเวณลำตัว มีลักษณะเป็นเสื้อที่มีแขน โดยทั่วไปมักหมายถึงเสื้อที่มีคอปก แต่ก็สามารถรวมถึงเสื้อคอกลม หรือเสื้อที่ไม่มีคอปกก็ได้เช่นกัน คำนี้เป็นที่นิยมใช้ในภาษาไทยเพื่อสื่อถึงเสื้อประเภทนี้โดยเฉพาะ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อพูดถึงเสื้อผ้าที่ใส่ไปทำงาน หรือใส่ในโอกาสที่เป็นทางการขึ้นมาหน่อย เรามักจะนึกถึง “Shirt” เช่น “คุณพ่อใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าไปประชุม” หรือ “ฉันซื้อเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตตัวใหม่มา” ในขณะที่เสื้อยืดแขนสั้นที่ใส่ลำลอง เรามักจะเรียกว่า “T-shirt” ซึ่งก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของ “Shirt” เช่นกัน…

  • "Diagnostics” แปลว่า

    คำว่า “Diagnostics” หมายถึง กระบวนการหรือการตรวจวินิจฉัย เพื่อหาสาเหตุของปัญหา หรือเพื่อประเมินสภาพของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการแพทย์ เทคโนโลยี หรือระบบต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Diagnostics” บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพ เช่น เมื่อไปหาหมอ แพทย์จะทำการ Diagnostics เพื่อหาสาเหตุของอาการป่วย หรือเมื่อรถยนต์มีปัญหา ช่างก็จะทำการ Diagnostics เพื่อตรวจหาข้อบกพร่องของระบบต่างๆ ในรถยนต์ เพื่อให้สามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Diagnostics” มาจากภาษากรีก “diagnōstikos” ซึ่งแปลว่า “ความสามารถในการแยกแยะ” หรือ “ความสามารถในการวินิจฉัย” โดยทั่วไปแล้ว การ Diagnostics จะเกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ และการตีความผลลัพธ์ เพื่อให้ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับสถานะหรือปัญหาที่เกิดขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน ทางการแพทย์: แพทย์ทำการ Diagnostics ผู้ป่วยเพื่อหาสาเหตุของโรค เช่น การตรวจเลือด การเอ็กซเรย์ หรือการทำ MRI ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ Diagnostics ทางเทคโนโลยี: ระบบคอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์อาจมีเครื่องมือ Diagnostics…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *