"Delicate” แปลว่า

คำว่า “Delicate” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “บอบบาง” “ละเอียดอ่อน” หรือ “อ่อนช้อย” ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในหลายบริบท ขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังพูดถึงอะไรค่ะ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Delicate” บ่อยๆ เวลาพูดถึงสิ่งของที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าเนื้อบาง หรือเครื่องประดับที่ดูสวยงามแต่ก็เปราะบาง หรือแม้กระทั่งการพูดถึงอารมณ์ความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนของคนเรา ก็สามารถใช้คำนี้ได้เช่นกันค่ะ

ความหมายและการใช้งาน

“Delicate” สามารถแปลได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับบริบท:

  • บอบบาง เปราะบาง: ใช้กับสิ่งของที่แตกหักง่าย หรือเสียหายได้ง่าย เช่น “A vase made of delicate glass” (แจกันที่ทำจากแก้วเนื้อบอบบาง)
  • ละเอียดอ่อน ประณีต: ใช้กับงานฝีมือ รสชาติ หรือกลิ่น ที่มีความซับซ้อนและต้องการความใส่ใจ เช่น “Delicate embroidery” (งานปักที่ละเอียดอ่อน) หรือ “A delicate flavour” (รสชาติที่กลมกล่อม ละมุนลิ้น)
  • อ่อนแอ สุขภาพไม่แข็งแรง: ใช้กับคนหรือสัตว์ที่ร่างกายอ่อนแอ หรือป่วย เช่น “She has a delicate constitution” (เธอมีสุขภาพที่อ่อนแอ)
  • อ่อนช้อย งดงาม: ใช้กับรูปลักษณ์ ท่าทาง หรือการเคลื่อนไหวที่ดูนุ่มนวล สวยงาม เช่น “Delicate features” (ใบหน้าที่งามอ่อนช้อย)
  • ละเอียดอ่อน (ในเชิงความรู้สึก): ใช้กับสถานการณ์ หรือเรื่องที่ต้องจัดการอย่างระมัดระวัง เพราะอาจกระทบกระเทือนจิตใจได้ง่าย เช่น “A delicate negotiation” (การเจรจาที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “Please handle this antique vase with care, it’s very delicate.” (กรุณาจับแจกันโบราณนี้ด้วยความระมัดระวัง มันบอบบางมาก)
  • “The chef prepared a dish with a very delicate balance of spices.” (เชฟปรุงอาหารที่ให้ความสมดุลของเครื่องเทศอย่างละเอียดอ่อน)
  • “Her health has been a little delicate lately.” (ช่วงนี้สุขภาพของเธอค่อนข้างอ่อนแอเล็กน้อย)
  • “The dancer’s movements were incredibly delicate and graceful.” (ท่าเต้นของนักเต้นนั้นอ่อนช้อยและสง่างามอย่างเหลือเชื่อ)
  • “This is a delicate matter, so let’s discuss it calmly.” (นี่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ดังนั้นเรามาพูดคุยกันอย่างใจเย็น)

บริบท / การใช้งานทั่วไป

คำว่า “Delicate” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความนุ่มนวล ความใส่ใจเป็นพิเศษ หรือเมื่อพูดถึงสิ่งที่มีคุณค่าและต้องทะนุถนอม ทั้งในแง่ของวัตถุ สุขภาพ และความรู้สึกค่ะ

🔷

“Delicate” ใช้กับอะไรได้บ้าง?

“Delicate” สามารถใช้ได้กับสิ่งของที่บอบบาง เช่น แก้ว ผ้า เครื่องประดับ, รสชาติและกลิ่นที่ละเอียดอ่อน, สุขภาพที่อ่อนแอ, รูปลักษณ์ที่สวยงามอ่อนช้อย, หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ที่ต้องการการจัดการอย่างระมัดระวังค่ะ

มีความหมายเหมือนกับ “fragile” หรือไม่?

ทั้ง “delicate” และ “fragile” ต่างก็หมายถึง “เปราะบาง” หรือ “แตกหักง่าย” แต่ “delicate” อาจมีความหมายที่กว้างกว่า โดยอาจรวมถึงความละเอียดอ่อน ประณีต หรืออ่อนช้อยด้วย ในขณะที่ “fragile” มักจะเน้นไปที่การแตกหักได้ง่ายเป็นหลักค่ะ

Similar Posts

  • "Collab” แปลว่า

    คำว่า “Collab” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ย่อมาจากคำว่า “Collaboration” ซึ่งมีความหมายว่า “การร่วมมือกัน” หรือ “การทำงานร่วมกัน” เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ผลงาน การทำโปรเจกต์ หรือการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Collab” บ่อยครั้งในบริบทของการทำงานร่วมกันระหว่างบุคคล กลุ่มคน หรือแม้แต่แบรนด์ต่างๆ เช่น ศิลปินสองคน Collab กันทำเพลงใหม่ นักออกแบบแฟชั่น Collab กับแบรนด์เสื้อผ้าเพื่อออกคอลเลกชันพิเศษ หรือแม้แต่ Youtuber ต่างช่อง Collab กันทำคอนเทนต์สนุกๆ เพื่อเพิ่มฐานผู้ชมให้กับทั้งสองฝ่าย เป็นการนำจุดแข็งหรือความสามารถของแต่ละฝ่ายมารวมกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่มีคุณค่าและน่าสนใจยิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน Collab คือการที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไป ตกลงที่จะทำงานร่วมกัน โดยแต่ละฝ่ายจะนำความรู้ ความสามารถ ทรัพยากร หรือแนวคิดของตนเองมารวมกัน เพื่อสร้างผลงานหรือบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ร่วมกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มักจะดีกว่าการทำคนเดียว เพราะได้มุมมองที่หลากหลายและได้ใช้ประโยชน์จากจุดเด่นของแต่ละฝ่าย ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “นักร้อง A กับ นักร้อง B กำลังจะ Collab กันทำเพลงใหม่…

  • "Credentials” แปลว่า

    คำว่า “Credentials” ในภาษาไทยมีความหมายถึงเอกสารรับรอง หรือหลักฐานที่แสดงถึงคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์ที่บุคคลหนึ่งมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน การศึกษา หรือการประกอบวิชาชีพ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอคำว่า “Credentials” ในบริบทของการสมัครงาน การศึกษาต่อ หรือการเข้าร่วมโครงการต่างๆ โดยผู้คนจะใช้เอกสารเหล่านี้เพื่อยืนยันว่าตนเองมีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนด เช่น ใบปริญญา ประกาศนียบัตร ใบรายงานผลการเรียน หรือแม้กระทั่งหนังสือรับรองการทำงาน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือและความเหมาะสม ความหมายและการใช้งาน Credentials หมายถึง เอกสาร หรือข้อมูลที่ใช้ยืนยันตัวตน คุณสมบัติ หรือความเชี่ยวชาญของบุคคลนั้นๆ ในสาขาใดสาขาหนึ่ง โดยทั่วไปมักจะเกี่ยวข้องกับ: การศึกษา: เช่น วุฒิการศึกษา ใบปริญญา ประกาศนียบัตร ประสบการณ์ทำงาน: เช่น หนังสือรับรองการทำงาน ประวัติการทำงาน ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ: เช่น ใบประกอบวิชาชีพแพทย์ ใบอนุญาตทนายความ ทักษะและความสามารถ: เช่น ใบประกาศนียบัตรการอบรม ผลการทดสอบ ตัวอย่างการใช้งาน “ในการสมัครงานตำแหน่งผู้จัดการ ฝ่ายบุคคลจะขอดู Credentials ของผู้สมัครทั้งหมด เพื่อประเมินความเหมาะสม”…

  • "Song” แปลว่า

    คำว่า “Song” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “เพลง” ครับ เป็นคำนามที่ใช้อ้างถึงการประพันธ์ดนตรีที่มีเนื้อร้องประกอบ หรือที่เรียกว่าบทเพลงนั่นเอง ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “เพลง” เพื่อพูดถึงสิ่งที่เราได้ยินจากวิทยุ โทรทัศน์ หรือแอปพลิเคชันฟังเพลงต่างๆ เช่น “เมื่อเช้าฟังเพลงโปรดเพลินเลย” หรือ “เพลงนี้เพราะจังเลยนะ” เราอาจจะบอกเพื่อนว่า “อยากไปดูคอนเสิร์ตเพลงโปรดของเรา” หรือพูดถึงแนวเพลงที่ชอบ เช่น “ชอบฟังเพลงแนวป็อป” หรือ “เพลงลูกทุ่งนี่ฟังแล้วคิดถึงบ้าน” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน “Song” (ซอง) ในภาษาไทยแปลว่า “เพลง” ครับ หมายถึง การแสดงออกทางดนตรีที่มักจะมีเสียงร้องและทำนอง อาจเป็นเพลงที่มีเนื้อหาหลากหลาย ทั้งเพลงรัก เพลงเศร้า เพลงสนุกสนาน หรือเพลงที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันชอบฟังเพลงสากลตอนออกกำลังกาย” “เพลงนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักที่อบอุ่น” “นักร้องคนนี้มีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์มาก ทำให้เพลงของเขาดังไปทั่วโลก” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “เพลง” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในทุกบริบทที่เกี่ยวกับดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการฟัง การร้อง การแต่งเพลง หรือการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องดนตรี สามารถใช้ได้ทั้งในสถานการณ์ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ 🔷 FAQ SECTION…

  • "Jammed” แปลว่า

    คำว่า “Jammed” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ติดขัด” หรือ “แน่น” โดยมักใช้ในบริบทที่สิ่งของต่างๆ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ หรือเกิดการอุดตันจนทำให้การทำงานหยุดชะงัก ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Jammed” บ่อยครั้ง เช่น เวลาที่ลิ้นชักเปิดไม่ออก หรือประตูตู้เสื้อผ้าปิดไม่สนิท ก็อาจจะบอกว่า “ลิ้นชักมัน jammed” หรือ “ประตูตู้มัน jammed” นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับสถานการณ์ที่การจราจรติดขัดอย่างหนัก จนรถเคลื่อนตัวไปไหนไม่ได้ ก็เรียกว่า “traffic jam” หรือ “รถติด jammed” ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Jammed” หมายถึง การติดขัด แน่น หรืออุดตัน ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ หรือทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็น ตัวอย่าง Printer jammed: เครื่องพิมพ์กระดาษติด My keys are jammed in the lock: กุญแจของฉันติดอยู่ในรูกุญแจ The road is…

  • "Pant” แปลว่า

    คำว่า “Pant” ในภาษาไทยหมายถึง “กางเกง” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกเสื้อผ้าที่สวมใส่ตั้งแต่ช่วงเอวลงไปจนถึงขา โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งออกเป็นสองขา แต่ก็มีรูปแบบอื่นๆ เช่น กางเกงขาสั้น หรือกางเกงที่ไม่มีการแบ่งขาอย่างชัดเจน ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Pant” หรือ “กางเกง” ในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การพูดคุยเรื่องแฟชั่น การเลือกซื้อเสื้อผ้า หรือแม้แต่การพูดถึงกิจกรรมต่างๆ เช่น “ใส่ Pant ตัวไหนดีสำหรับไปงานนี้?” หรือ “ฉันต้องการซื้อ Pant ใหม่สักตัว” เรามักจะใช้คำนี้แทนคำว่า “กางเกง” โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงกางเกงยีนส์ หรือกางเกงที่มาจากแบรนด์ต่างประเทศ ความหมายและการใช้งาน Pant หมายถึง กางเกง ซึ่งเป็นเครื่องนุ่งห่มที่สวมใส่บริเวณช่วงเอวและขา มีลักษณะเป็นผ้าที่ตัดเย็บเป็นสองขา หรืออาจจะเป็นแบบขาสั้น หรือแบบยาวก็ได้ คำนี้ได้รับความนิยมในการใช้งานในภาษาไทยมานาน โดยเฉพาะในบริบทของแฟชั่นและการแต่งกาย ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น เมื่อพูดถึงกางเกงยีนส์ เราอาจจะใช้คำว่า “ยีนส์ Pant” หรือเมื่อพูดถึงกางเกงลำลองอาจจะกล่าวว่า “หา Pant สบายๆ ใส่ที่บ้าน” หรือ “กางเกง…

  • "Dispute” แปลว่า

    คำว่า “Dispute” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้ในภาษาไทยเพื่ออธิบายถึงสถานการณ์ที่มีความขัดแย้ง การโต้เถียง หรือการไม่เห็นด้วยกันอย่างรุนแรง มักเกิดขึ้นเมื่อมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิ กรรมสิทธิ์ หรือข้อตกลงบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Dispute” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อมีข้อพิพาททางการค้าระหว่างบริษัท การโต้แย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่การทะเลาะวิวาทที่นำไปสู่การฟ้องร้อง ซึ่งในสถานการณ์เหล่านี้ “Dispute” จะหมายถึงความขัดแย้งที่ต้องการการตัดสินหรือการแก้ไข ความหมายและการใช้งาน “Dispute” หมายถึง การโต้แย้ง การวิวาท การขัดแย้ง หรือข้อพิพาท โดยทั่วไปแล้วจะใช้เมื่อมีบุคคลสองฝ่ายหรือมากกว่านั้นมีความเห็นไม่ตรงกันหรือไม่สามารถตกลงกันได้ในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง สถานการณ์เหล่านี้อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมาย การเจรจาต่อรอง หรือการไกล่เกลี่ย ตัวอย่างการใช้งาน “บริษัททั้งสองมี Dispute เกี่ยวกับเงื่อนไขในสัญญา” (หมายถึง มีข้อโต้แย้งหรือข้อพิพาทเกี่ยวกับเงื่อนไขในสัญญา) “ศาลได้ตัดสินคดี Dispute เรื่องที่ดินแล้ว” (หมายถึง ศาลได้ตัดสินข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินแล้ว) “หากมี Dispute เกี่ยวกับการชำระเงิน กรุณาติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า” (หมายถึง หากมีความขัดแย้งหรือข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการชำระเงิน) บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Dispute” มักพบเห็นได้บ่อยในบริบททางกฎหมาย ธุรกิจ และการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการกล่าวถึงข้อพิพาททางสัญญา การละเมิดสิทธิ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *