"Establish” แปลว่า

คำว่า “Establish” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ หมายถึง การก่อตั้ง การจัดตั้ง หรือการสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้มั่นคงถาวร อาจเป็นการก่อตั้งองค์กร บริษัท หรือการสร้างความสัมพันธ์ ความน่าเชื่อถือ หรือกฎเกณฑ์ต่างๆ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยอมรับกันโดยทั่วไป

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “establish” ในบริบทของการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ที่ต้องการให้มีความมั่นคง เช่น เมื่อมีคนพูดว่า “We need to establish a new company policy” ก็หมายถึงว่า พวกเขาต้องการสร้างหรือกำหนดนโยบายใหม่ของบริษัทให้เป็นที่ยอมรับและปฏิบัติกัน หรือเมื่อมีคนบอกว่า “He established a strong reputation in his field” ก็คือ เขาได้สร้างชื่อเสียงที่แข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับในสายงานของเขาแล้ว

ความหมายและการใช้งาน

“Establish” มีความหมายหลักๆ คือ การทำให้บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นและคงอยู่ต่อไปอย่างมั่นคง

  • ก่อตั้ง/จัดตั้ง (Organize/Found): ใช้กับการตั้งองค์กร บริษัท หรือสถาบัน เช่น Establish a school (ก่อตั้งโรงเรียน)
  • สร้าง/ทำให้มั่นคง (Create/Make Firm): ใช้กับการสร้างความสัมพันธ์ ความเชื่อ หรือหลักการต่างๆ เช่น Establish trust (สร้างความไว้วางใจ)
  • พิสูจน์/ยืนยัน (Prove/Confirm): ใช้กับการแสดงให้เห็นว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นจริงหรือถูกต้อง เช่น Establish the facts (พิสูจน์ข้อเท็จจริง)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • The company was established in 1990. (บริษัทแห่งนี้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1990)
  • It’s important to establish clear communication channels. (เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องสร้างช่องทางการสื่อสารที่ชัดเจน)
  • The scientist established a link between the two phenomena. (นักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ความเชื่อมโยงระหว่างปรากฏการณ์ทั้งสอง)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “establish” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่เป็นทางการ หรือเมื่อต้องการเน้นถึงความสำคัญของการสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้มีความถาวรและเป็นที่ยอมรับ เช่น ในการทำธุรกิจ การเมือง การศึกษา หรือการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม

🔷 FAQ SECTION

“Establish” ต่างจาก “Create” อย่างไร?

“Create” หมายถึง การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นมาโดยทั่วไป ส่วน “Establish” เน้นการทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นและมีความมั่นคงถาวร อาจเป็นการสร้างสิ่งที่มีอยู่แล้วให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น หรือทำให้เป็นที่ยอมรับ

“Establish” ใช้กับเรื่องนามธรรมได้หรือไม่?

ได้ครับ “Establish” สามารถใช้กับสิ่งที่เป็นนามธรรมได้ เช่น การสร้างความเชื่อ (establish belief) การสร้างกฎเกณฑ์ (establish rules) หรือการสร้างความสัมพันธ์ (establish a relationship)

Similar Posts

  • "Shyly” แปลว่า

    คำว่า “Shyly” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การกระทำหรือแสดงออกด้วยท่าทีที่ขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก หรือทำอะไรอย่างเงียบๆ ไม่เปิดเผย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคนใช้คำนี้เพื่ออธิบายพฤติกรรมของใครบางคน เช่น เด็กที่มักจะหลบตาเมื่อเจอคนแปลกหน้า หรือคนที่พูดจาตะกุกตะกักเมื่อต้องนำเสนอหน้าชั้นเรียน หรือแม้แต่คนที่ตอบคำถามสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเบาๆ เพราะความไม่มั่นใจหรือเขินอาย ความหมายและการใช้งาน Shyly หมายถึง การทำสิ่งต่างๆ ด้วยความรู้สึกขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก หรือทำอย่างเงียบๆ ไม่โดดเด่น เป็นการบอกลักษณะอาการที่แสดงออกถึงความไม่มั่นใจหรือไม่กล้าเปิดเผย ตัวอย่างการใช้งาน เด็กน้อยก้าวออกมาจากเงาของคุณแม่ shyly และยื่นดอกไม้ให้คุณครู เขาตอบคำถามเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหม่ shyly เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ เธอหยิบหนังสือเล่มนั้น shyly จากชั้นวาง โดยไม่ต้องการให้ใครสังเกต บริบทที่ใช้บ่อย คำนี้มักใช้เพื่ออธิบายพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความประหม่า ความเขินอาย หรือการไม่ต้องการเป็นจุดสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ ผู้คนที่ไม่คุ้นเคย หรือเมื่อต้องทำอะไรที่อาจถูกจับตามอง FAQ SECTION “Shyly” ใช้ในประโยคภาษาไทยอย่างไร? เราสามารถใช้คำว่า “อย่างขี้อาย” หรือ “อย่างเงียบๆ” เพื่อสื่อความหมายเดียวกับ “shyly”…

  • "Fees” แปลว่า

    “Fees” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่คนไทยนิยมใช้กันทั่วไป หมายถึง ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ หรือค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ต้องจ่ายให้กับบุคคล องค์กร หรือหน่วยงาน เพื่อแลกกับสินค้า บริการ หรือสิทธิบางอย่างที่เราได้รับ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Fees” ในหลายสถานการณ์ เช่น เวลาไปทำธุรกรรมที่ธนาคาร อาจมีค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน หรือเมื่อสมัครบริการต่างๆ เช่น สมาชิกฟิตเนส สมาชิกแอปพลิเคชัน ก็มักจะมีค่าบริการรายเดือนหรือรายปี หรือแม้แต่เวลาไปใช้บริการบางอย่าง เช่น ค่าจอดรถ ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ก็ล้วนแล้วแต่เป็น “Fees” ที่เราต้องจ่ายทั้งสิ้น ความหมายและการใช้งาน “Fees” หมายถึง เงินที่จ่ายเป็นค่าตอบแทนสำหรับบริการ สินค้า หรือสิทธิ์ต่างๆ ในภาษาไทยเราอาจแปลได้หลายคำ ขึ้นอยู่กับบริบท เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ ค่าสมัครสมาชิก ค่าจอดรถ ค่าเข้าชม ค่าดำเนินการ เป็นต้น ตัวอย่างการใช้งาน “เวลาไปกดเงินต่างธนาคาร ต้องเสีย ATM fees เท่าไหร่?” “ถ้าอยากยกเลิกบริการ ต้องมี…

  • "Dev” แปลว่า

    คำว่า “Dev” เป็นคำย่อที่มาจากภาษาอังกฤษว่า “Developer” ซึ่งหมายถึง “นักพัฒนา” โดยทั่วไปแล้ว “Dev” มักจะถูกใช้ในบริบทของวงการเทคโนโลยีและการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อเรียกบุคคลที่มีหน้าที่สร้างสรรค์ พัฒนา หรือปรับปรุงโปรแกรม แอปพลิเคชัน เว็บไซต์ หรือระบบต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนในแวดวงไอทีใช้คำว่า “Dev” แทนคำว่า “Developer” อยู่บ่อยครั้ง เช่น เวลาพูดคุยเกี่ยวกับโปรเจกต์พัฒนาซอฟต์แวร์ อาจจะมีการกล่าวถึง “ทีม Dev” ซึ่งหมายถึงทีมที่ทำหน้าที่เขียนโค้ดและสร้างผลิตภัณฑ์ หรืออาจจะมีการพูดถึง “Dev คนนี้เก่งมาก” เพื่อชมเชยความสามารถของนักพัฒนาคนนั้นๆ การใช้คำว่า “Dev” ทำให้การสื่อสารในกลุ่มคนทำงานสายเทคโนโลยีมีความกระชับและรวดเร็วขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Dev” ย่อมาจาก “Developer” แปลตรงตัวว่า “นักพัฒนา” ในบริบทของเทคโนโลยี หมายถึงผู้ที่มีทักษะและความรู้ในการสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัลต่างๆ เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แอปพลิเคชันบนมือถือ เว็บไซต์ เกม หรือระบบซอฟต์แวร์ต่างๆ หน้าที่หลักของ Dev คือการเขียนโค้ดตามที่ออกแบบไว้ ทดสอบระบบ และแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน “โปรเจกต์นี้ต้องใช้…

  • "Fatter” แปลว่า

    คำว่า “Fatter” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่มาจากคำว่า “fat” ซึ่งหมายถึง “อ้วน” เมื่อเติม “-er” เข้าไป จะกลายเป็นรูปขั้นกว่า (comparative degree) ใช้เพื่อเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่ง “อ้วนกว่า” อีกสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้คำว่า “fatter” เมื่อพูดถึงรูปร่างของคน สัตว์ หรือแม้กระทั่งสิ่งของที่ดูอ้วนกลมกว่าเดิม หรือมีขนาดใหญ่กว่าที่เคยเป็น เช่น ถ้าเพื่อนคนหนึ่งเคยผอม แต่ตอนนี้ดูมีน้ำมีนวลขึ้น เราก็อาจจะบอกว่าเขา “fatter” ลง หรือถ้าเราเปรียบเทียบขนาดของผลไม้สองลูกที่เหมือนกัน แต่ลูกหนึ่งดูใหญ่กว่า เราก็อาจจะบอกว่าลูกนั้น “fatter” กว่า ความหมายและการใช้งาน “Fatter” แปลตรงตัวว่า “อ้วนกว่า” ใช้เพื่อเปรียบเทียบว่าสิ่งใดมีลักษณะความอ้วนมากกว่าอีกสิ่งหนึ่ง ตัวอย่าง 1. “This cat is much fatter than the one next door.” (แมวตัวนี้อ้วนกว่าแมวข้างบ้านมาก) 2. “After the holidays,…

  • "Blending” แปลว่า

    คำว่า “Blending” ในภาษาไทยสามารถแปลได้ว่า “การผสมผสาน” หรือ “การหลอมรวม” เป็นการนำสิ่งต่างๆ ตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไปมารวมเข้าด้วยกันให้กลายเป็นสิ่งใหม่ หรือทำให้ดูเหมือนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยอาจจะยังคงลักษณะเด่นของแต่ละส่วนอยู่บ้าง หรืออาจจะผสมผสานจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันไปเลยก็ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Blending” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น การผสมเครื่องดื่ม การผสมสี การผสมผสานวัฒนธรรม หรือแม้กระทั่งการผสมผสานทักษะในการทำงาน การใช้คำนี้จะช่วยให้เห็นภาพของการรวมเอาส่วนประกอบต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการผสมโดยตรง หรือการทำให้เข้ากันอย่างแนบเนียน ความหมายและการใช้งาน “Blending” หมายถึง กระบวนการที่ทำให้สิ่งต่างๆ ตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไปมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ สีสัน แนวคิด หรือวัฒนธรรม เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หรือทำให้เกิดความกลมกลืน การใช้งานคำนี้เน้นที่ผลลัพธ์ของการรวมกันที่ทำให้เกิดความต่อเนื่อง หรือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตัวอย่าง การผสมเครื่องดื่ม: บาริสต้าทำการ “blending” ส่วนผสมต่างๆ เช่น กาแฟ นม และน้ำเชื่อม เพื่อทำเมนูลาเต้ หรือสมูทตี้ คือการปั่นผลไม้หลายชนิดรวมกันให้เป็นเนื้อเดียว การผสมสี: จิตรกรทำการ “blending” สีน้ำมันสองสีเข้าด้วยกันบนผืนผ้าใบ เพื่อให้ได้เฉดสีใหม่ที่ดูนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ…

  • "Excluded” แปลว่า

    คำว่า “Excluded” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า “ถูกยกเว้น”, “ถูกกันออกไป”, “ไม่รวมอยู่ด้วย” หรือ “ถูกกีดกัน” ซึ่งหมายถึงการที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไม่ได้ถูกนับรวมอยู่ในกลุ่ม หรือไม่ได้รับสิทธิ์ หรือโอกาสเดียวกับส่วนที่เหลือ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำว่า “Excluded” ในหลายสถานการณ์ เช่น เวลาที่บริษัทประกาศรายชื่อผู้ได้รับโบนัส แต่มีบางคนถูก “Excluded” หรือไม่ได้รับโบนัสด้วยเหตุผลบางประการ หรือเวลาที่มีการจัดงานปาร์ตี้ แต่มีเพื่อนบางคนถูก “Excluded” เพราะมีปัญหากับเจ้าของงาน หรือในการสมัครเข้าแข่งขันบางประเภท อาจมีคุณสมบัติบางอย่างที่ทำให้ผู้สมัครถูก “Excluded” ออกไป ความหมายและการใช้งาน “Excluded” เป็นคำกริยาช่องที่ 3 (Past Participle) ของกริยา “exclude” ซึ่งหมายถึงการกีดกัน การไม่ยอมรับ หรือการกันออกไป เมื่อใช้ในประโยค มักจะบ่งบอกถึงสถานะของสิ่งที่ถูกกระทำ เช่น “He was excluded from the team.” (เขาถูกกีดกันออกจากทีม) ตัวอย่างการใช้งาน “This item…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *