"Adults” แปลว่า

คำว่า “Adults” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ผู้ใหญ่ หรือ บุคคลที่เติบโตเต็มที่แล้ว ตามหลักกฎหมายหรือตามพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งโดยทั่วไปจะหมายถึงบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป แต่ในบางบริบทอาจมีความหมายที่แตกต่างกันไปเล็กน้อย

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Adults” เพื่อแยกแยะกลุ่มคนที่เป็นผู้ใหญ่ ออกจากเด็กหรือเยาวชน เช่น เวลาที่พูดถึงกฎระเบียบที่ใช้กับผู้ใหญ่เท่านั้น หรือเมื่อต้องการระบุว่ากิจกรรมบางอย่างสงวนไว้สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น ตัวอย่างเช่น การเข้าชมภาพยนตร์เรท R ที่ระบุว่าสำหรับ “Adults” เท่านั้น หรือการซื้อผลิตภัณฑ์ที่ถูกกฎหมายสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น

ความหมายและการใช้งาน

“Adults” หมายถึง บุคคลที่บรรลุนิติภาวะแล้ว หรือผู้ที่มีวุฒิภาวะทางร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยทั่วไปจะนับตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป ในภาษาไทยเราใช้คำว่า “ผู้ใหญ่” เพื่อสื่อความหมายเดียวกัน

ตัวอย่างการใช้งาน

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น (This movie is for Adults only.)

เราต้องปฏิบัติตามกฎสำหรับผู้ใหญ่ (We must follow the rules for Adults.)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Adults” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ข้อบังคับ หรือการจำแนกประเภท เช่น การจำกัดอายุสำหรับสินค้าบางชนิด กิจกรรมบางประเภท หรือการเข้าถึงข้อมูลบางอย่าง

FAQ SECTION

“Adults” แตกต่างจาก “Children” อย่างไร?

โดยทั่วไป “Adults” หมายถึง ผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ในขณะที่ “Children” หมายถึง เด็กหรือผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งมักจะอายุน้อยกว่า 18 ปี

คำว่า “Adults” มีความหมายเฉพาะเจาะจงในทุกสถานการณ์หรือไม่?

ส่วนใหญ่แล้ว “Adults” หมายถึง ผู้ใหญ่ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป แต่ในบางบริบท เช่น ทางชีววิทยา อาจหมายถึงสิ่งมีชีวิตที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ไม่จำกัดแค่อายุตามกฎหมาย

Similar Posts

  • "Consult” แปลว่า

    คำว่า “Consult” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาไทย หมายถึง การปรึกษาหารือ การขอคำแนะนำ หรือการให้คำปรึกษา โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเห็นหรือได้ยินคำว่า “Consult” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อเราต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย การเงิน หรือแม้แต่การปรึกษาเรื่องการปรับปรุงบ้าน หรือการวางแผนธุรกิจ การใช้คำว่า “Consult” จึงเป็นการสื่อถึงการขอความช่วยเหลือจากบุคคลหรือองค์กรที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง เพื่อให้ได้ข้อมูล แนวทาง หรือวิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Consult” โดยพื้นฐานแล้วหมายถึง การขอคำปรึกษาหรือการหารือเพื่อขอความคิดเห็นหรือคำแนะนำจากผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในเรื่องนั้นๆ เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจ หรือเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น เมื่อนักธุรกิจต้องการขยายกิจการ อาจจะไป “Consult” กับที่ปรึกษาทางการเงิน หรือเมื่อมีปัญหาสุขภาพ ก็จะไป “Consult” กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ ในแวดวงการศึกษา ก็มีการ “Consult” กับอาจารย์ที่ปรึกษา หรือในวงการไอที ก็อาจมีการ “Consult” กับผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเครือข่าย บริบทที่พบบ่อย “Consult” มักถูกใช้ในบริบทที่เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการก็ได้ แต่โดยส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการขอความช่วยเหลือจากผู้ที่มีประสบการณ์หรือความรู้ในสาขาวิชาชีพนั้นๆ เช่น…

  • "Purchasing” แปลว่า

    คำว่า “Purchasing” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “การจัดซื้อ” หรือ “การซื้อ” ในบริบททั่วไป หมายถึง กระบวนการหรือการกระทำในการได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือทรัพย์สิน โดยการจ่ายเงินหรือสิ่งแลกเปลี่ยนอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Purchasing” หรือ “การจัดซื้อ” อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของใช้ส่วนตัว การจับจ่ายซื้อวัตถุดิบสำหรับร้านอาหาร หรือแม้แต่การตัดสินใจซื้อบ้านหรือรถยนต์ ซึ่งทุกอย่างล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ Purchasing ทั้งสิ้น ในเชิงธุรกิจ คำนี้จะหมายถึงกิจกรรมที่องค์กรดำเนินการเพื่อจัดหาสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดในราคาที่เหมาะสมและทันเวลา ความหมายและการใช้งาน Purchasing หมายถึง การได้มาซึ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่งผ่านการซื้อขาย โดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเลือก การเจรจาต่อรอง และการทำธุรกรรมทางการเงิน เพื่อให้ได้สินค้าหรือบริการที่ต้องการ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น บริษัทอาจมีแผนก Purchasing ที่รับผิดชอบในการจัดซื้อวัตถุดิบสำหรับโรงงาน หรือบุคคลทั่วไปอาจกำลังอยู่ในขั้นตอน Purchasing รถยนต์คันใหม่ บริบทที่พบบ่อย คำว่า Purchasing มักถูกใช้ในบริบททางธุรกิจ การค้า และการจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาสินค้าและบริการ การบริหารต้นทุน และการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ขาย 🔷 FAQ…

  • "Ears” แปลว่า

    คำว่า “Ears” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “หู” ซึ่งเป็นอวัยวะที่ใช้ในการรับฟังเสียงต่างๆ ทั้งเสียงเพลง เสียงพูด หรือเสียงอื่นๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา หูของเรามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสื่อสารและการรับรู้สภาพแวดล้อม ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “Ears” หรือหูของเราอยู่ตลอดเวลา เช่น เมื่อเราคุยโทรศัพท์ เราก็ใช้หูฟังเสียงของคู่สนทนา หรือเมื่อเราฟังเพลงที่เราชอบ เราก็ใช้หูรับฟังท่วงทำนองต่างๆ นอกจากนี้ หูยังช่วยให้เรารับรู้ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นรอบตัว เช่น เสียงรถที่กำลังจะมา หรือเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ความหมายและการใช้งาน “Ears” หมายถึง หู ซึ่งเป็นอวัยวะรับเสียงของมนุษย์และสัตว์ ใช้ในการได้ยินเสียงต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น ในประโยค “Can you hear me with your ears?” (คุณได้ยินฉันด้วยหูของคุณไหม?) หรือ “My ears are ringing.” (หูของฉันกำลังอื้อ) บริบท / การใช้งานทั่วไป คำว่า “Ears” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการได้ยิน การฟังเสียง…

  • "Competencies” แปลว่า

    คำว่า “Competencies” เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหลากหลายวงการ โดยเฉพาะในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล การพัฒนาองค์กร และการศึกษา โดยมีความหมายตรงตัวว่า “สมรรถนะ” หรือ “คุณสมบัติ” ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานหรือการบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Competencies” โดยตรงบ่อยนัก แต่เรามักจะพูดถึงสิ่งที่มีความหมายใกล้เคียงกัน เช่น “ทักษะ” “ความสามารถ” “ความเชี่ยวชาญ” หรือ “คุณสมบัติ” ที่คนๆ หนึ่งมี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนประกอบสำคัญของ “Competencies” ทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อเราพูดถึงการสมัครงาน บริษัทมักจะมองหา “Competencies” ที่ตรงกับตำแหน่งงานนั้นๆ เช่น ทักษะการสื่อสาร ความสามารถในการแก้ปัญหา หรือความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ความหมายและการใช้งาน “Competencies” หมายถึง ชุดของความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skills) และทัศนคติ (Attitudes) ที่ส่งผลให้บุคคลสามารถปฏิบัติงานหรือกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิผล โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น สมรรถนะหลัก (Core Competencies) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนในองค์กรควรมีเหมือนกัน และสมรรถนะเฉพาะทาง (Functional/Technical Competencies)…

  • "Mass” แปลว่า

    คำว่า “Mass” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “มวล” หรือ “ปริมาณมาก” ในบริบททั่วไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Mass” ในหลายๆ สถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงสินค้าที่ผลิตออกมาจำนวนมาก หรือเมื่อพูดถึงผู้คนจำนวนมากที่มารวมตัวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสื่อต่างๆ หรือการโฆษณา ก็มักจะใช้คำนี้เพื่อสื่อถึงความนิยม หรือการเข้าถึงคนจำนวนมหาศาล ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Mass” สามารถแปลได้หลายอย่างขึ้นอยู่กับบริบท แต่ความหมายที่พบบ่อยที่สุดคือ “มวล” ซึ่งหมายถึงปริมาณเนื้อสารของวัตถุ หรือ “กลุ่มคนจำนวนมาก” หรือ “สิ่งที่เกิดขึ้นในปริมาณมาก” นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายของ “การแพร่หลาย” หรือ “ความนิยมในหมู่คนจำนวนมาก” อีกด้วย ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจจะเห็นคำว่า “Mass production” ซึ่งหมายถึงการผลิตสินค้าจำนวนมาก หรือ “Mass media” ที่หมายถึงสื่อที่เข้าถึงคนจำนวนมาก เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรืออินเทอร์เน็ต ในบางครั้งก็อาจใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เช่น “Mass appeal” หมายถึงสิ่งที่ได้รับความนิยมในวงกว้าง…

  • "Times” แปลว่า

    คำว่า “Times” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ครั้ง” หรือ “เวลา” โดยปกติแล้วเราจะใช้คำนี้เพื่ออ้างถึงจำนวนครั้งที่เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น หรือช่วงเวลาที่ผ่านไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Times” บ่อยๆ เช่น เวลาที่เพื่อนถามว่า “ไปกี่ Times แล้ว?” ก็หมายถึง “ไปมากี่ครั้งแล้ว?” หรือเวลาที่พูดถึงเรื่องข่าวสาร เช่น “New York Times” ก็คือชื่อหนังสือพิมพ์ชื่อดังของอเมริกา ซึ่งคำว่า Times ในที่นี้ก็หมายถึงช่วงเวลาของการตีพิมพ์ข่าวสาร หรืออาจใช้ในเชิงปริมาณของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้ ความหมายและการใช้งาน “Times” หมายถึง จำนวนครั้งที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น หรือช่วงเวลาที่เจาะจง ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “This is the third time I’ve called you.” (นี่เป็นครั้งที่สามที่ฉันโทรหาคุณ) หรือ “He has been here many times.” (เขาเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว) บริบทและการใช้งานทั่วไป…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *