"deny” แปลว่า

คำว่า “deny” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า การปฏิเสธ การไม่ยอมรับ หรือการยืนยันว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่เป็นความจริง เป็นการแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยหรือไม่ยอมรับในสิ่งที่ถูกกล่าวถึง หรือสิ่งที่เกิดขึ้น

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “deny” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนกล่าวหาเราในเรื่องที่เราไม่ได้ทำ เราก็จะ “deny” หรือปฏิเสธข้อกล่าวหานั้น หรือเมื่อมีคนถามว่าเราทำผิดอะไรหรือไม่ แล้วเราไม่ได้ทำ เราก็จะ “deny” ว่าเราไม่ได้ทำ หรือบางครั้งอาจใช้ในบริบทของการไม่ยอมรับความจริง เช่น การ “deny” ความผิดพลาดของตัวเอง

ความหมายและการใช้งาน

“Deny” หมายถึง การปฏิเสธอย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ การไม่ยอมรับ หรือการยืนยันว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่เป็นความจริง การปฏิเสธอาจทำได้ทั้งด้วยคำพูด การกระทำ หรือท่าที

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างเช่น:

  • “He decided to deny all accusations made against him.” (เขาตัดสินใจปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดที่ถูกกล่าวหาเขา)
  • “She tried to deny that she had been crying, but her red eyes gave her away.” (เธอพยายามปฏิเสธว่าเธอไม่ได้ร้องไห้ แต่ดวงตาแดงก่ำของเธอก็ทำให้เธอเป็นที่สังเกตได้)
  • “The company denied any involvement in the scandal.” (บริษัทปฏิเสธว่ามีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องอื้อฉาว)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “deny” มักถูกใช้ในบริบทของการกล่าวหา การให้การ การข่าว หรือการสื่อสารทั่วไป เพื่อแสดงถึงการไม่ยอมรับหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเท็จจริงหรือข้อกล่าวอ้างบางอย่าง


“Deny” แปลว่าอะไร?

“Deny” แปลว่า ปฏิเสธ ไม่ยอมรับ หรือยืนยันว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่เป็นความจริง

เราใช้คำว่า “Deny” ในสถานการณ์ไหนบ้าง?

เราใช้คำว่า “Deny” เมื่อต้องการปฏิเสธข้อกล่าวหา ปฏิเสธความผิด หรือปฏิเสธที่จะยอมรับความจริงบางอย่าง

Similar Posts

  • "Formal” แปลว่า

    คำว่า “Formal” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “เป็นทางการ” หรือ “ตามแบบแผน” ค่ะ เป็นการอธิบายถึงสิ่งที่เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือขนบธรรมเนียมที่ยอมรับกันโดยทั่วไป มักจะมีความสุภาพ เรียบร้อย และมีความเป็นทางการสูง ไม่ได้ใช้ภาษาพูดที่กันเอง หรือภาษาที่ไม่เป็นทางการ ในชีวิตประจำวัน เราจะพบเจอคำว่า Formal ได้ในหลายสถานการณ์ค่ะ เช่น การแต่งกายไปงานสำคัญที่ต้องใส่ชุดสูท ผูกเนคไท หรือชุดราตรี ก็เรียกว่า “Formal attire” หรือการเขียนจดหมายสมัครงาน การติดต่อธุรกิจ การประชุมสำคัญ ที่ต้องใช้ภาษาที่สุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ ก็ถือเป็น “Formal communication” ค่ะ ตรงกันข้ามกับ Informal ที่แปลว่า ไม่เป็นทางการ สบายๆ กันเอง ความหมายและการใช้งาน Formal หมายถึง การกระทำ คำพูด การแต่งกาย หรือสิ่งใดๆ ที่เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ประเพณี หรือมารยาทที่กำหนดไว้ มีความเคร่งครัด…

  • "Browning” แปลว่า

    คำว่า “Browning” (บราวน์นิง) โดยทั่วไปแล้วหมายถึงนามสกุลของบุคคล หรืออาจหมายถึงบริษัทที่ก่อตั้งโดยบุคคลนั้น ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในวงการอาวุธปืน ในชีวิตประจำวัน หากได้ยินคำว่า “Browning” มักจะเกี่ยวข้องกับปืนพกหรือปืนไรเฟิลที่ออกแบบหรือผลิตโดยบริษัท Browning Arms Company ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงมายาวนานในด้านการผลิตอาวุธปืนคุณภาพสูง ผู้คนมักจะกล่าวถึง “Browning” เมื่อพูดถึงปืนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง หรือเมื่อพูดถึงผู้ผลิตอาวุธปืนที่มีประวัติยาวนาน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Browning” มาจากนามสกุลของ จอห์น โมเซส บราวน์นิง (John Moses Browning) นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นผู้คิดค้นและพัฒนากลไกปืนที่สำคัญหลายอย่าง ทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก บริษัท Browning Arms Company ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลิตและจำหน่ายอาวุธปืนที่เขาออกแบบ ดังนั้น เมื่อพูดถึง “Browning” ในบริบทของอาวุธปืน จึงหมายถึงปืนที่ผลิตภายใต้แบรนด์นี้ ซึ่งมักจะมีคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ตัวอย่างการใช้งาน “ผมกำลังมองหาปืนพก Browning รุ่นใหม่มาไว้ใช้ยิงเป้า” หรือ “ปืนไรเฟิล Browning เป็นที่นิยมในหมู่นักล่าป่า” บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Browning”…

  • "Particulars” แปลว่า

    “Particulars” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษที่แปลว่า “รายละเอียด” หรือ “ข้อเท็จจริงเฉพาะเจาะจง” โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงข้อมูลย่อยๆ หรือส่วนประกอบที่สำคัญซึ่งช่วยอธิบายหรือระบุถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Particulars” เมื่อต้องการทราบข้อมูลที่เจาะจงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น เวลาที่เราไปสมัครงาน ผู้สัมภาษณ์อาจจะขอ “Particulars” ของเรา ซึ่งก็คือรายละเอียดส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน หรือเมื่อเราต้องการซื้อของ บางทีผู้ขายอาจจะถามถึง “Particulars” ของสินค้าที่คุณต้องการ เพื่อให้ได้สินค้าที่ตรงตามความต้องการที่สุด ความหมายและการใช้งาน “Particulars” หมายถึง รายละเอียดเฉพาะเจาะจง ข้อมูลที่จำเป็นในการอธิบายหรือระบุสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ชัดเจน เป็นส่วนประกอบย่อยๆ ที่สำคัญที่ทำให้เราเข้าใจภาพรวมได้ดีขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน “Can you give me the full particulars of the incident?” (คุณช่วยให้รายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นแก่ฉันได้ไหม?) “Please fill in all the particulars in the application form.” (กรุณากรอกรายละเอียดทั้งหมดในแบบฟอร์มใบสมัครให้ครบถ้วน) “We…

  • "Tightly” แปลว่า

    คำว่า “Tightly” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การกระทำหรือการจัดวางสิ่งต่างๆ ที่มีความแน่นหนา, แนบสนิท, หรือปิดอย่างมิดชิด ไม่มีช่องว่าง หรือการเคลื่อนไหวหลวมๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอการใช้คำว่า “Tightly” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การปิดฝาขวดให้ “Tightly” เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้าหรือของเหลวหก หรือการผูกเชือกรองเท้าให้ “Tightly” เพื่อความกระชับ ไม่ให้หลุดง่าย นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงความสัมพันธ์ที่ “Tightly” knit คือมีความผูกพันกันอย่างใกล้ชิด หรือการทำงานที่ “Tightly” controlled คือมีการควบคุมอย่างเข้มงวด ความหมายและการใช้งาน “Tightly” ใช้เพื่ออธิบายลักษณะของการยึดเกาะ, การปิด, การผูก, หรือการจัดวางที่ไม่มีความหลวม มีความแน่นหนา หรือแนบสนิท ตัวอย่างการใช้งาน 1. Please screw the lid on tightly. (กรุณาหมุนฝาให้แน่น) 2. She held her child’s hand tightly. (เธอจับมือลูกของเธอไว้แน่น)…

  • "Beating” แปลว่า

    คำว่า “Beating” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วหมายถึง การเอาชนะ การตี หรือการเต้น แต่ในบริบทการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนไทย มักจะมีความหมายที่หลากหลายและปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ครับ ในภาษาไทย เรามักจะได้ยินคำว่า “Beating” ถูกนำมาใช้ในหลายลักษณะ เช่น ในการแข่งขันกีฬาที่ทีมหนึ่งทำผลงานได้ดีกว่าอย่างชัดเจน หรือเมื่อพูดถึงการเอาชนะคู่แข่งในการทำธุรกิจ หรือแม้กระทั่งในเชิงอารมณ์ ความรู้สึก เมื่อเราพูดว่า “heart is beating fast” ก็หมายถึงหัวใจกำลังเต้นแรงครับ ความหมายและการใช้งาน “Beating” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ครับ การเอาชนะ: ใช้ในสถานการณ์การแข่งขัน การประลอง หรือการแข่งขันต่างๆ เช่น “Our team is beating them 3-0” (ทีมของเรากำลังนำพวกเขาอยู่ 3-0) การเต้น: ใช้กับอวัยวะภายในร่างกาย เช่น หัวใจ หรือใช้กับเสียงที่ดังเป็นจังหวะ เช่น “The drum is beating” (กลองกำลังตีเป็นจังหวะ) การโจมตีหรือทำร้าย: ในบางครั้งอาจหมายถึงการตีหรือทำร้าย แต่ไม่ค่อยนิยมใช้ในความหมายนี้โดยตรงในภาษาพูดทั่วไป…

  • "Supply” แปลว่า

    คำว่า “Supply” ในภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวเป็นภาษาไทยได้ว่า “อุปทาน” หรือ “การจัดหา” หมายถึง ปริมาณของสินค้าหรือบริการที่มีอยู่ หรือที่ผู้ผลิต/ผู้ขายพร้อมที่จะนำเสนอขายในตลาด ณ ระดับราคาต่างๆ ในช่วงเวลาหนึ่งๆ โดยทั่วไปแล้ว อุปทานจะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับราคา กล่าวคือ เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น ผู้ผลิตมักจะอยากผลิตและนำเสนอขายสินค้ามากขึ้น เพราะจะได้กำไรดีขึ้น ในทางกลับกัน เมื่อราคาลดลง อุปทานก็จะลดลงตามไปด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Supply” ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การค้าขาย หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ทั่วไป เช่น เมื่อมีข่าวว่า “Supply ของชิปคอมพิวเตอร์ขาดแคลน” ก็หมายถึงว่า ปริมาณชิปคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ หรือที่สามารถผลิตออกมาได้นั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทำให้ราคาสินค้าที่ต้องใช้ชิปนั้นสูงขึ้น หรือหาซื้อได้ยากขึ้น ในทางกลับกัน หากมีการประกาศว่า “Supply ของหน้ากากอนามัยมีเพียงพอแล้ว” ก็หมายถึงว่า มีหน้ากากอนามัยผลิตออกมามากพอที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแล้ว ความหมายและการใช้งาน Supply หมายถึง ปริมาณของสินค้าหรือบริการที่มีอยู่ หรือที่ผู้ผลิต/ผู้ขายพร้อมที่จะนำเสนอขายในตลาด ณ ระดับราคาต่างๆ ในช่วงเวลาหนึ่งๆ เป็นแนวคิดพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ที่สำคัญในการอธิบายกลไกราคาและการดำเนินงานของตลาด ตัวอย่างการใช้งาน 1. “บริษัทกำลังเร่งเพิ่ม…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *