"Raised” แปลว่า

คำว่า “raised” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การทำให้บางสิ่งสูงขึ้น การเลี้ยงดู หรือการปลูกฝัง โดยทั่วไปแล้ว เรามักจะใช้คำนี้ในบริบทของการเลี้ยงดูเด็ก หรือการปลูกฝังทัศนคติ ค่านิยม หรือทักษะบางอย่างให้กับใครบางคน

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “raised” บ่อยครั้งในประโยคที่เกี่ยวกับการเติบโตของเด็กๆ เช่น “She was raised by her grandparents” (เธอถูกเลี้ยงดูโดยปู่ย่าตายายของเธอ) หรือในบริบทของการพัฒนาทักษะ เช่น “He was raised to be a responsible person” (เขาถูกปลูกฝังให้เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ) นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในความหมายของการยกสิ่งของให้สูงขึ้นได้เช่นกัน เช่น “The price was raised” (ราคาถูกปรับเพิ่มขึ้น)

ความหมายและการใช้งาน

“Raised” เป็นรูปกริยาช่องที่ 3 (Past Participle) ของกริยา “raise” ซึ่งมีความหมายหลักๆ ดังนี้:

  • การเลี้ยงดู: ใช้กับการเลี้ยงดูเด็ก หรือสัตว์ ให้เติบโตขึ้น
  • การปลูกฝัง: ใช้กับการสอนหรือปลูกฝังทัศนคติ ค่านิยม ความเชื่อ หรือทักษะ
  • การทำให้สูงขึ้น/เพิ่มขึ้น: ใช้กับการยกสิ่งของให้สูงขึ้น หรือการเพิ่มระดับ จำนวน หรือราคา

ตัวอย่าง

  • การเลี้ยงดู: My parents raised me with strong moral values. (พ่อแม่ของฉันเลี้ยงดูฉันด้วยคุณธรรมที่แข็งแกร่ง)
  • การปลูกฝัง: The teacher raised the students’ awareness about environmental issues. (ครูได้ปลูกฝังจิตสำนึกของนักเรียนเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม)
  • การทำให้สูงขึ้น/เพิ่มขึ้น: The company raised its profit margin. (บริษัทได้เพิ่มอัตรากำไรของตนเอง)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “raised” มักจะปรากฏในบทสนทนาทั่วไปเกี่ยวกับครอบครัว การศึกษา การพัฒนาตนเอง และสถานการณ์ทางธุรกิจ

🔷 FAQ SECTION

“Raised” กับ “Brought up” ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองคำมีความหมายใกล้เคียงกันมาก โดย “raised” เน้นที่การให้การดูแลและการเติบโต ส่วน “brought up” จะมีความหมายครอบคลุมถึงการเลี้ยงดู การสั่งสอน และการปลูกฝังค่านิยมต่างๆ ด้วย

“Raised” ใช้กับสิ่งของได้หรือไม่?

ได้ สามารถใช้ “raised” ในความหมายของการยกให้สูงขึ้น หรือการเพิ่มระดับ/ราคา เช่น “The platform was raised to a comfortable height” (แท่นถูกยกให้สูงขึ้นในระดับที่สบาย)

Similar Posts

  • "Individual” แปลว่า

    คำว่า “Individual” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง บุคคล หรือ สิ่งที่เป็นเอกเทศ ซึ่งเน้นถึงความเป็นหนึ่งเดียว ไม่ปะปนกับผู้อื่น หรือเป็นหน่วยที่แยกออกมาจากส่วนรวม ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Individual” เพื่อกล่าวถึงคนคนหนึ่งโดยเฉพาะ หรือเพื่อเน้นว่าสิ่งนั้นๆ เป็นของใครคนเดียว ไม่ได้ทำร่วมกัน หรือไม่ได้เป็นของส่วนรวม เช่น เวลาพูดถึงสิทธิ์ของแต่ละคน หรือความรับผิดชอบของแต่ละคน เราก็จะใช้คำนี้เพื่อแยกแยะออกมาให้ชัดเจน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Individual” สื่อถึงความเป็นบุคคล หรือหน่วยที่แยกออกมาจากกลุ่ม สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายเชิงนามธรรมและรูปธรรม ตัวอย่างการใช้งาน “Each individual has the right to express their opinion.” (แต่ละบุคคลมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเอง) “This is an individual project, not a group one.” (นี่เป็นโปรเจกต์ของแต่ละคน ไม่ใช่โปรเจกต์กลุ่ม) “The company offers individual training…

  • "Amount” แปลว่า

    คำว่า “Amount” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ปริมาณ จำนวน หรือยอดรวม เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อระบุถึงขนาดหรือปริมาณของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นวัตถุ สิ่งของ เงินทอง หรือแม้แต่ความคิด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Amount” อยู่บ่อยครั้ง เช่น เมื่อพูดถึงการซื้อของ เราอาจจะถามว่า “What is the total amount?” (ยอดรวมทั้งหมดเท่าไหร่) หรือเมื่อพูดถึงปริมาณส่วนผสมในการทำอาหาร ก็อาจจะระบุว่า “Use a small amount of salt” (ใช้เกลือในปริมาณเล็กน้อย) หรือแม้แต่ในการพูดถึงความสำคัญของบางสิ่ง ก็อาจจะใช้คำว่า “The amount of effort” (ปริมาณความพยายาม) เพื่อสื่อถึงความทุ่มเทที่ใส่ลงไป ความหมายและการใช้งาน “Amount” ใช้เพื่อบอกถึงปริมาณหรือจำนวนของสิ่งที่ไม่สามารถนับเป็นหน่วยย่อยๆ ได้โดยตรง (uncountable nouns) หรือเมื่อต้องการกล่าวถึงปริมาณโดยรวม เช่น ปริมาณน้ำ ปริมาณเวลา ปริมาณความสุข หรือปริมาณเงิน ตัวอย่าง…

  • "Army” แปลว่า

    คำว่า “Army” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “กองทัพ” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงหน่วยงานทางทหารที่สังกัดอยู่ในกองทัพบก ซึ่งมีหน้าที่หลักในการปกป้องประเทศ รักษาความสงบเรียบร้อย และปฏิบัติการทางทหารต่างๆ นอกจากนี้ “Army” ยังสามารถใช้ในความหมายที่กว้างขึ้น เพื่ออ้างถึงกลุ่มคนจำนวนมากที่มีจุดประสงค์หรือความสนใจร่วมกัน เช่น แฟนคลับของศิลปิน หรือกลุ่มผู้สนับสนุนแนวคิดใดแนวคิดหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Army” บ่อยครั้งในข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการทหาร การเมือง หรือสถานการณ์ความมั่นคงต่างๆ นอกจากนี้ ในวงการบันเทิง คำว่า “Army” ก็ถูกนำมาใช้เรียกกลุ่มแฟนคลับของศิลปิน K-Pop หรือดาราเกาหลีหลายวง เช่น BTS Army ซึ่งหมายถึงกลุ่มแฟนคลับของวง BTS นั่นเอง การใช้คำว่า “Army” ในบริบทนี้แสดงถึงความสามัคคี ความแข็งแกร่ง และการสนับสนุนอย่างเหนียวแน่นของกลุ่มคนเหล่านั้น ความหมายและการใช้งาน “Army” หมายถึง กองทัพบก หรือกลุ่มคนที่มีความเหนียวแน่นและสนับสนุนสิ่งเดียวกัน ตัวอย่างการใช้งาน ในข่าว: “กองทัพบกของประเทศ X ได้ทำการซ้อมรบครั้งใหญ่” (The Army of country X…

  • "Favs” แปลว่า

    คำว่า “Favs” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่มาจากคำว่า “Favorites” ซึ่งมีความหมายว่า “รายการโปรด” หรือ “สิ่งที่ชอบ” ในภาษาไทย เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Favs” ถูกนำไปใช้ในบริบทต่างๆ เช่น การกดไลค์หรือบันทึกโพสต์ วิดีโอ หรือสินค้าที่ถูกใจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งใช้เรียกกลุ่มเพื่อนสนิทที่เรารักและชื่นชอบเป็นพิเศษ การใช้คำนี้แสดงถึงความรู้สึกผูกพันหรือความพึงพอใจต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือใครคนหนึ่ง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Favs” มาจากคำว่า “Favorites” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งแปลตรงตัวว่า “รายการโปรด” หรือ “สิ่งที่ชอบ” โดยทั่วไปแล้วจะใช้เพื่ออ้างถึงสิ่งต่างๆ ที่ผู้ใช้ชื่นชอบหรือสนใจเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาบนเว็บไซต์, โพสต์บนโซเชียลมีเดีย, เพลง, ภาพยนตร์, หรือแม้กระทั่งบุคคล ตัวอย่างการใช้งาน คุณอาจจะเห็นคำว่า “Favs” ปรากฏในลักษณะนี้: “กดไลค์ตรงนี้เพื่อเพิ่มเข้า Favs ของคุณ” (บนแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์) “รวม Favs เพลงที่ต้องฟังในปีนี้” (ในบทความหรือเพลย์ลิสต์) “เขาคือ Favs ของฉันเลย” (หมายถึง…

  • "Morning” แปลว่า

    คำว่า “Morning” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง “ตอนเช้า” หรือ “เวลาเช้า” เป็นช่วงเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงประมาณเที่ยงวัน เป็นช่วงเวลาที่เริ่มต้นวันใหม่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Morning” เพื่อทักทายกันในช่วงเวลาเช้า เช่น เมื่อเจอเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย หรือคนรู้จักในตอนเช้า เราก็สามารถพูดว่า “Good morning” ซึ่งมีความหมายว่า “สวัสดีตอนเช้า” นอกจากนี้ยังใช้ในการพูดถึงกิจกรรมที่ทำในช่วงเช้า เช่น “I have a morning meeting” หมายถึง “ฉันมีการประชุมตอนเช้า” หรือ “Let’s have breakfast in the morning” หมายถึง “เรามาทานอาหารเช้ากันตอนเช้าเถอะ” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและเข้าใจง่าย ความหมายและการใช้งาน “Morning” หมายถึง ช่วงเวลาเช้า เป็นคำนามที่ใช้อธิบายช่วงเวลาของวัน โดยทั่วไปคือตั้งแต่แสงแรกของวันจนถึงช่วงบ่าย ในภาษาไทยเราใช้คำว่า “เช้า” หรือ “ตอนเช้า” เพื่อสื่อความหมายเดียวกัน ตัวอย่างการใช้งาน Good morning!…

  • "Into” แปลว่า

    คำว่า “Into” เป็นคำบุพบท (preposition) ในภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงการเคลื่อนที่หรือการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่บางสิ่งบางอย่าง หรือการมีความสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นการใช้คำว่า “Into” อยู่บ่อยครั้ง เช่น เมื่อมีคนพูดว่า “I’m into music” หมายถึง เขาสนใจในดนตรี หรือเมื่อพูดว่า “He walked into the room” ก็คือ เขาเดินเข้าไปในห้อง การใช้คำนี้จึงมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยค ความหมายและการใช้งาน “Into” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ใช้ โดยทั่วไปมักจะหมายถึง: การเคลื่อนที่เข้าไปใน: ใช้แสดงการเคลื่อนที่จากภายนอกเข้าไปสู่ภายใน เช่น “She dived into the swimming pool.” (เธอพุ่งตัวลงไปในสระว่ายน้ำ) การเปลี่ยนแปลงสภาพ: ใช้แสดงการเปลี่ยนรูปหรือเปลี่ยนสภาพไปเป็นอีกสิ่งหนึ่ง เช่น “Water turns into ice when it’s cold.” (น้ำกลายเป็นน้ำแข็งเมื่ออากาศเย็น) ความสนใจหรือความหลงใหล: ใช้แสดงถึงความสนใจ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *