"What” แปลว่า

คำว่า “What” เป็นคำสรรพนามคำถาม (interrogative pronoun) ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อสอบถามถึงสิ่งที่ไม่ทราบหรือไม่แน่ใจ โดยทั่วไปแล้ว “What” จะแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “อะไร” ซึ่งเป็นคำที่ใช้ถามถึงสิ่งของ ลักษณะ หรือข้อมูลที่ต้องการทราบ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “What” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนถามเราว่า “What’s your name?” (ชื่ออะไรของคุณ?) หรือเมื่อเราเห็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคยแล้วถามว่า “What is that?” (นั่นคืออะไร?) นอกจากนี้ยังใช้ในการขอให้ทวนคำพูด หรือเมื่อไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด เช่น “What did you say?” (คุณพูดว่าอะไรนะ?) การใช้ “What” ช่วยให้เราสามารถสื่อสารเพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความหมายและการใช้งาน

“What” ใช้เพื่อถามถึงสิ่งที่ไม่รู้จัก หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ โดยสามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบของประโยคคำถามโดยตรง หรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของประโยคที่ซับซ้อนขึ้น

ตัวอย่างการใช้งาน

  • What is this? (นี่คืออะไร?)
  • What do you want? (คุณต้องการอะไร?)
  • I don’t know what to do. (ฉันไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี)
  • Tell me what happened. (บอกฉันหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น)

บริบทที่ใช้บ่อย

“What” เป็นคำพื้นฐานที่ใช้ในการถามคำถามทั่วไปในภาษาอังกฤษ สามารถพบเห็นได้ในบทสนทนาประจำวัน การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ หรือเมื่อต้องการสอบถามข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง

🔷 FAQ SECTION

“What” กับ “Which” ต่างกันอย่างไร?

“What” ใช้ถามถึงสิ่งใดก็ได้โดยไม่มีการจำกัดตัวเลือก ในขณะที่ “Which” ใช้ถามเมื่อมีตัวเลือกที่จำกัดหรือต้องการให้เลือกจากกลุ่มที่กำหนดไว้

สามารถใช้ “What” แทน “Who” ได้หรือไม่?

ไม่ได้ “What” ใช้ถามถึงสิ่งของหรือสถานการณ์ ส่วน “Who” ใช้ถามถึงบุคคล

Similar Posts

  • "Daily” แปลว่า

    คำว่า “Daily” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาไทย หมายถึง “รายวัน” หรือ “ทุกวัน” เป็นคำที่บอกถึงความถี่ของการเกิดขึ้นหรือการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Daily” ในหลายบริบท เช่น ข่าวสารประจำวัน (Daily News), กิจวัตรประจำวัน (Daily Routine) หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทุกวัน เช่น ครีมบำรุงผิวประจำวัน (Daily Moisturizer) การใช้คำนี้ช่วยให้เราเข้าใจได้ทันทีว่าสิ่งนั้นเกี่ยวข้องกับกิจกรรมหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ความหมายและการใช้งาน “Daily” แปลตรงตัวว่า “รายวัน” หรือ “ทุกวัน” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงความถี่ของการกระทำ เหตุการณ์ หรือสิ่งของที่เกิดขึ้น เป็นประจำในแต่ละวัน ตัวอย่างการใช้งาน Daily News: ข่าวประจำวัน Daily Routine: กิจวัตรประจำวัน Daily Dose: ปริมาณที่ต้องรับประทานทุกวัน (เช่น ยา) Daily Report: รายงานประจำวัน Daily Workout: การออกกำลังกายทุกวัน บริบทที่พบบ่อย คำว่า…

  • "คัก” แปลว่า

    คำว่า “คัก” เป็นคำวิเศษณ์ในภาษาไทยที่ใช้แสดงความรู้สึกหรือลักษณะที่โดดเด่น ชัดเจน หรือน่าประทับใจ มักใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นย้ำถึงความพิเศษ ความเข้มข้น หรือความเต็มที่ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “คัก” ถูกนำไปใช้ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงอาหารที่รสชาติจัดจ้านถึงเครื่อง หรือเมื่อพูดถึงการทำงานที่ทำอย่างเต็มที่ไม่มีกั๊ก หรือแม้กระทั่งใช้ชมเชยอะไรที่ดูดี มีสไตล์ เป็นที่น่าสนใจ คนไทยนิยมใช้คำนี้เพื่อเพิ่มอรรถรสในการสื่อสาร ทำให้บทสนทนามีชีวิตชีวาและแสดงอารมณ์ความรู้สึกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน “คัก” มีความหมายหลักๆ คือ เข้มข้น จัดจ้าน เต็มที่ ดีเลิศ น่าประทับใจ ใช้เพื่อขยายความให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นถึงลักษณะเด่นหรือความรู้สึกที่เกิดขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน “ส้มตำจานนี้รสชาติเผ็ดคัก ถูกใจมาก” (หมายถึง รสชาติเผ็ดจัดจ้าน ถึงพริกถึงเครื่อง) “เขาทำงานนี้แบบทุ่มเทคักๆ เลย” (หมายถึง ทำงานอย่างเต็มที่ เอาจริงเอาจัง) “แฟชั่นชุดนี้ดูดีคักๆ เหมาะกับเธอเลย” (หมายถึง ดูดีมาก โดดเด่น น่ามอง) บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “คัก” มักพบได้บ่อยในการพูดคุยแบบไม่เป็นทางการ โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อนฝูง หรือในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ชอบ หรือเรื่องที่น่าสนใจ เช่น…

  • "Jewellery” แปลว่า

    คำว่า “Jewellery” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง เครื่องประดับ หรือ อัญมณี ซึ่งเป็นสิ่งของที่สวมใส่เพื่อความสวยงาม หรือเพื่อแสดงถึงฐานะทางสังคม โดยทั่วไปแล้ว เครื่องประดับจะทำจากโลหะมีค่า เช่น ทองคำ เงิน ทองคำขาว หรืออาจจะประดับด้วยอัญมณีต่างๆ เช่น เพชร พลอย มุก หรือหินสีต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นและใช้เครื่องประดับกันอยู่บ่อยๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ ต่างหู แหวน กำไล หรือนาฬิกาข้อมือสวยๆ ที่เราใส่กันไปทำงาน ไปเที่ยว หรือออกงานสังคม เครื่องประดับเหล่านี้ช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูดีขึ้น ทำให้เรามั่นใจในตัวเองมากขึ้น และยังเป็นของขวัญที่มีคุณค่าที่นิยมมอบให้กันในโอกาสพิเศษต่างๆ ด้วยค่ะ ความหมายและการใช้งาน Jewellery (จิวเวลรี่) หมายถึง เครื่องประดับ หรือ อัญมณีต่างๆ ที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ตกแต่งร่างกายให้สวยงาม เช่น สร้อยคอ แหวน ต่างหู กำไล จี้ เข็มกลัด ที่มักทำจากโลหะมีค่า อย่างทองคำ เงิน หรือแพลทินัม…

  • "Correct” แปลว่า

    คำว่า “Correct” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “ถูกต้อง” หรือ “ถูก” ซึ่งใช้ในหลายบริบทเพื่อบ่งบอกถึงความสอดคล้องกับความเป็นจริง มาตรฐาน หรือกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Correct” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อมีคนตอบคำถาม เราอาจจะบอกว่า “Correct!” เพื่อแสดงว่าคำตอบนั้นถูกต้อง หรือเมื่อเราทำอะไรผิดไป เราก็อาจจะบอกว่า “I need to correct that.” เพื่อหมายถึงการแก้ไขให้ถูกต้อง หรือแม้แต่ในการสอบ เราก็ต้องการให้คำตอบของเรา “correct” เพื่อให้ได้คะแนน ความหมายและการใช้งาน “Correct” สามารถใช้เป็นได้ทั้งคำคุณศัพท์ (adjective) และคำกริยา (verb) ในฐานะคำคุณศัพท์: หมายถึง ถูกต้อง, ตรงตามความจริง, เหมาะสม, หรือเป็นไปตามกฎเกณฑ์ ในฐานะคำกริยา: หมายถึง แก้ไขให้ถูกต้อง, ตักเตือน, หรือควบคุม ตัวอย่างการใช้งาน “Your answer is correct.” (คำตอบของคุณถูกต้อง)…

  • "Colors” แปลว่า

    คำว่า “Colors” ในภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวว่า “สี” ครับ เป็นคำนามที่ใช้เรียกเฉดสีต่างๆ ที่เรามองเห็น ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีฟ้า สีเขียว หรือสีอื่นๆ อีกมากมาย เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวันเพื่ออธิบายลักษณะของวัตถุ สิ่งของ หรือแม้กระทั่งอารมณ์ความรู้สึก ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Colors” หรือ “สี” อยู่ตลอดเวลาครับ เช่น เวลาเราพูดถึงเสื้อผ้าที่เราจะใส่ “วันนี้อยากใส่เสื้อสีอะไรดี?” หรือเวลาเราไปเลือกซื้อของ “อันนี้มี Colors ให้เลือกกี่แบบ?” หรือแม้กระทั่งเวลาเราพูดถึงธรรมชาติ “ท้องฟ้าวันนี้มี Colors สวยงามมาก” หรือเวลาเราอธิบายถึงความแตกต่าง “แต่ละคนก็มี Colors ที่ไม่เหมือนกัน” คำว่า “Colors” จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เราสื่อสารและอธิบายสิ่งต่างๆ รอบตัวได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Colors” หมายถึง สีต่างๆ ที่เราสามารถมองเห็นได้ เป็นคำที่ใช้เรียกแทนเฉดสีทั้งหมด เช่น แดง ส้ม เหลือง เขียว น้ำเงิน คราม ม่วง…

  • "Tired” แปลว่า

    คำว่า “Tired” เป็นภาษาอังกฤษ แปลว่า “เหนื่อย” หรือ “อ่อนเพลีย” เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้เมื่อร่างกายหรือจิตใจได้รับการใช้งานหนักเกินไป หรือขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Tired” เพื่ออธิบายความรู้สึกเมื่อเราทำกิจกรรมต่างๆ มาทั้งวัน เช่น การทำงาน การเรียน หรือการออกกำลังกาย บางครั้งอาจจะรู้สึกง่วงนอนร่วมด้วย หรือบางทีก็แค่รู้สึกหมดแรง ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำอะไรต่อ ความหมายและการใช้งาน “Tired” หมายถึง สภาพของความเหนื่อยล้า อ่อนแรง หรือหมดกำลังกาย/ใจ มักใช้เพื่อบอกถึงสภาวะทางร่างกายหรือจิตใจที่ต้องการการพักผ่อน สามารถใช้ได้ทั้งในสถานการณ์ทั่วไปและสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง ตัวอย่างการใช้งาน I’m so tired after a long day at work. (ฉันเหนื่อยมากหลังจากทำงานมาทั้งวัน) She looked tired because she didn’t sleep well last night. (เธอดูเหนื่อยเพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับ) Are you tired? Let’s…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *