"Rejected” แปลว่า

“Rejected” เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่แปลว่า “ถูกปฏิเสธ” หรือ “ไม่ได้รับการยอมรับ” ค่ะ เป็นคำที่ใช้เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างถูกเสนอหรือร้องขอไป แต่ไม่ได้รับการตอบรับในทางที่ดี หรือไม่ผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้คำว่า “rejected” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเราสมัครงานแล้วไม่ได้รับการเรียกสัมภาษณ์ หรือเมื่อผลงานของเราไม่ผ่านการพิจารณา หรือแม้กระทั่งในความสัมพันธ์ เมื่อคนคนหนึ่งไม่ได้รับความรักหรือการตอบรับจากคนที่ชอบ ก็อาจจะรู้สึกว่าตัวเอง “rejected” ได้ค่ะ เป็นคำที่สื่อถึงความรู้สึกผิดหวังหรือไม่ได้รับการยอมรับนั่นเอง

ความหมายและการใช้งาน

“Rejected” หมายถึง การถูกตีตก การไม่ได้รับการยอมรับ หรือการถูกปฏิเสธ โดยทั่วไปจะใช้เมื่อมีการเสนอสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปแล้วไม่ผ่านการพิจารณา หรือไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

ตัวอย่างการใช้งาน

  • การสมัครงาน: “I got rejected for the job.” (ฉันถูกปฏิเสธจากการสมัครงานครั้งนี้)
  • การขอความช่วยเหลือ: “His proposal was rejected by the committee.” (ข้อเสนอของเขาถูกคณะกรรมการปฏิเสธ)
  • ความรู้สึกส่วนตัว: “She felt rejected when he didn’t call her back.” (เธอรู้สึกถูกปฏิเสธเมื่อเขาไม่โทรกลับหาเธอ)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “rejected” มักใช้ในบริบทของการสมัครงาน การยื่นเสนอโครงการ การขอทุน การตัดสินใจของกลุ่ม หรือแม้กระทั่งในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกและการยอมรับทางสังคม

“Rejected” หมายถึงอะไรในภาษาไทย?

“Rejected” ในภาษาไทยหมายถึง “ถูกปฏิเสธ” หรือ “ไม่ได้รับการยอมรับ” ค่ะ

มีสถานการณ์อื่นอีกไหมที่ใช้คำว่า “rejected”?

มีค่ะ นอกจากเรื่องงานหรือการสมัครต่างๆ แล้ว ยังใช้ได้กับสิ่งของที่ถูกตีกลับ เช่น ไปรษณียภัณฑ์ที่ถูกตีกลับ หรือแม้แต่ในทางการแพทย์ เช่น การปลูกถ่ายอวัยวะที่ร่างกายผู้ป่วยปฏิเสธอวัยวะที่ปลูกถ่ายเข้าไป

Similar Posts

  • "Ends” แปลว่า

    คำว่า “Ends” ในภาษาอังกฤษนั้นมีความหมายหลักๆ คือ “จุดจบ” หรือ “ปลายทาง” โดยสามารถใช้ได้ทั้งในความหมายที่เป็นรูปธรรม เช่น ปลายถนน หรือความหมายที่เป็นนามธรรม เช่น จุดจบของเรื่องราว หรือจุดจบของความสัมพันธ์ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Ends” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงตอนจบของภาพยนตร์หรือซีรีส์ เราอาจจะได้ยินประโยคว่า “Did you like the ends of the movie?” ซึ่งหมายถึง “คุณชอบตอนจบของหนังเรื่องนี้ไหม?” หรือในการสนทนาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ เราอาจจะพูดว่า “We decided to go our separate ends” เพื่อบอกว่าเราตัดสินใจแยกทางกัน หรือเมื่อพูดถึงเป้าหมาย เราอาจจะใช้คำว่า “He is working towards his own ends” ซึ่งหมายถึง “เขากำลังทำงานเพื่อเป้าหมายของตัวเอง” ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Ends”…

  • "Goose” แปลว่า

    คำว่า “Goose” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ห่าน” ซึ่งเป็นนกน้ำชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ คอยาว และมักอาศัยอยู่เป็นฝูง มีลักษณะเด่นคือเสียงร้องที่ดังและเป็นเอกลักษณ์ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็น “Goose” หรือห่านตามฟาร์มเลี้ยงสัตว์ หรือสวนสาธารณะที่มีบ่อน้ำ ผู้คนอาจจะใช้คำว่า “Goose” เพื่ออ้างถึงตัวห่านเอง หรือบางครั้งก็ใช้ในสำนวนที่สื่อถึงความหมายอื่น ๆ เช่น “goosebumps” ที่หมายถึงอาการขนลุก ความหมายและการใช้งาน Goose (กูส) แปลว่า **ห่าน** เป็นคำนามที่ใช้อธิบายถึงนกชนิดหนึ่งที่อยู่ในวงศ์ Anatidae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับเป็ดและหงส์ ห่านมีหลากหลายสายพันธุ์ และเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องขนาดที่ใหญ่กว่าเป็ด เสียงร้องที่ดัง และพฤติกรรมทางสังคมที่มักอยู่รวมกันเป็นฝูง ตัวอย่างการใช้งาน “I saw a flock of goose flying south for the winter.” (ฉันเห็นฝูงห่านกำลังบินลงใต้เพื่อหนีหนาว) “The farmer raises goose for their meat and…

  • "OMG” แปลว่า

    คำว่า “OMG” เป็นคำย่อที่มาจากภาษาอังกฤษว่า “Oh My God” ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่า “โอ้ พระเจ้า” ในภาษาไทย เป็นคำอุทานที่แสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความตกใจ ประหลาดใจ ดีใจ เสียใจ หรือผิดหวังอย่างรุนแรง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคนใช้คำว่า “OMG” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเจอเรื่องไม่คาดฝัน ได้รับข่าวดีที่น่าตื่นเต้น หรือแม้แต่เมื่อเห็นอะไรที่น่าทึ่งมากๆ มันเป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่เพื่อนฝูง หรือในการสื่อสารที่ไม่เป็นทางการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนโซเชียลมีเดีย หรือในการแชท เพราะเป็นคำที่สั้น กระชับ และสื่ออารมณ์ได้ดี ความหมายและการใช้งาน “OMG” เป็นคำอุทานที่ใช้แสดงความรู้สึกประหลาดใจ ตกใจ หรือตื่นเต้นอย่างมาก สามารถใช้ได้ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ขึ้นอยู่กับบริบทของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเห็นเพื่อนแต่งตัวสวยมาก: “OMG! สวยมากเลยแก!” เมื่อได้รับข่าวดีที่ไม่คาดคิด: “OMG! ฉันสอบผ่านแล้ว!” เมื่อเจอเรื่องที่น่าตกใจ: “OMG! รถชนกันตรงนั้น!” เมื่อเห็นสิ่งที่น่าประทับใจ: “OMG! วิวสวยอะไรขนาดนี้!” บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “OMG”…

  • "Nephews” แปลว่า

    คำว่า “Nephews” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษ หมายถึง หลานชาย ซึ่งก็คือลูกชายของพี่ชายหรือน้องชาย หรือลูกชายของพี่สาวหรือน้องสาวของพ่อแม่นั่นเอง ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Nephews” บ่อยนัก แต่ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว หากมีพี่น้องที่มีลูกชาย เราก็จะเรียกว่า “หลานชาย” นั่นเองค่ะ ในบริบทของการพูดคุยเรื่องครอบครัว หรือการแนะนำญาติที่เป็นผู้ชายในครอบครัวของสามีหรือภรรยา เราอาจจะได้ยินคำนี้ หรือใช้คำนี้เพื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษ ความหมายและการใช้งาน “Nephews” (เนฟ-ฟิวส์) เป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า “Nephew” (เนฟ-ฟิว) ซึ่งหมายถึง หลานชาย ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “My sister has two sons, so I have two nephews.” (พี่สาวของฉันมีลูกชายสองคน ดังนั้นฉันจึงมีหลานชายสองคน) บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Nephews” มักจะใช้ในบริบทของการอธิบายความสัมพันธ์ในครอบครัว หรือเมื่อพูดถึงญาติพี่น้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสื่อสารกับผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก 🔷 FAQ SECTION “Nephew” กับ “Niece” ต่างกันอย่างไร?…

  • "Science” แปลว่า

    คำว่า “Science” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “วิทยาศาสตร์” ครับ โดยวิทยาศาสตร์คือการศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ต่างๆ ในธรรมชาติและจักรวาล โดยใช้วิธีการที่เป็นระบบ มีระเบียบ และอาศัยการสังเกต การทดลอง และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริง ทฤษฎี หรือกฎเกณฑ์ที่สามารถอธิบายและทำนายสิ่งต่างๆ ได้ ในชีวิตประจำวัน เราพบเห็นการนำ “Science” หรือวิทยาศาสตร์มาใช้ในหลายๆ ด้านเลยครับ ตั้งแต่เรื่องใกล้ตัวอย่างการทำอาหารที่ต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องปฏิกิริยาเคมี หรือการดูแลสุขภาพที่อิงตามหลักการทางชีววิทยา การแพทย์ ไปจนถึงเทคโนโลยีที่เราใช้กันทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน อินเทอร์เน็ต หรือแม้กระทั่งรถยนต์ ล้วนเป็นผลผลิตของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น การที่เราเข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน จะช่วยให้เราตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในชีวิตได้ดีขึ้น และมองโลกได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้นครับ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Science” แปลตรงตัวว่า “วิทยาศาสตร์” ซึ่งหมายถึงระบบความรู้ที่ได้มาจากการสังเกตและการทดลองอย่างเป็นระบบ เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ในธรรมชาติและจักรวาล ในการใช้งานทั่วไป เราอาจจะพูดถึง “Science” ในบริบทของการเรียน การวิจัย หรือการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เช่น “He is studying Science at university.” (เขากำลังเรียนวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย)…

  • "Pass” แปลว่า

    คำว่า “Pass” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผ่าน การส่งต่อ หรือการได้รับอนุญาต ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในหลากหลายบริบทในชีวิตประจำวัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Pass” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การสอบผ่าน การส่งต่อสิ่งของ หรือการได้รับสิทธิ์ให้ผ่านเข้าไปในที่ใดที่หนึ่ง บางครั้งก็ใช้ในการสื่อสารทั่วไปเพื่อบอกว่าเราเข้าใจหรือยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ความหมายและการใช้งาน “Pass” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ เช่น: การผ่าน (สำเร็จ): ใช้เมื่อพูดถึงการสอบ การทดสอบ หรือการแข่งขัน เช่น “He passed the exam.” (เขาสอบผ่าน) การส่งต่อ: ใช้เมื่อส่งสิ่งของหรือข้อมูลให้ผู้อื่น เช่น “Pass me the salt.” (ส่งเกลือให้ฉันหน่อย) หรือ “Pass the ball.” (ส่งบอล) การได้รับอนุญาต/การผ่านเข้าไป: ใช้เมื่อได้รับสิทธิ์ให้เข้าไปในพื้นที่หรือสถานที่ เช่น “You need a pass to enter.” (คุณต้องมีบัตรผ่านเพื่อเข้าไป)…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *