"Rejected” แปลว่า

“Rejected” เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่แปลว่า “ถูกปฏิเสธ” หรือ “ไม่ได้รับการยอมรับ” ค่ะ เป็นคำที่ใช้เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างถูกเสนอหรือร้องขอไป แต่ไม่ได้รับการตอบรับในทางที่ดี หรือไม่ผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้คำว่า “rejected” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเราสมัครงานแล้วไม่ได้รับการเรียกสัมภาษณ์ หรือเมื่อผลงานของเราไม่ผ่านการพิจารณา หรือแม้กระทั่งในความสัมพันธ์ เมื่อคนคนหนึ่งไม่ได้รับความรักหรือการตอบรับจากคนที่ชอบ ก็อาจจะรู้สึกว่าตัวเอง “rejected” ได้ค่ะ เป็นคำที่สื่อถึงความรู้สึกผิดหวังหรือไม่ได้รับการยอมรับนั่นเอง

ความหมายและการใช้งาน

“Rejected” หมายถึง การถูกตีตก การไม่ได้รับการยอมรับ หรือการถูกปฏิเสธ โดยทั่วไปจะใช้เมื่อมีการเสนอสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปแล้วไม่ผ่านการพิจารณา หรือไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

ตัวอย่างการใช้งาน

  • การสมัครงาน: “I got rejected for the job.” (ฉันถูกปฏิเสธจากการสมัครงานครั้งนี้)
  • การขอความช่วยเหลือ: “His proposal was rejected by the committee.” (ข้อเสนอของเขาถูกคณะกรรมการปฏิเสธ)
  • ความรู้สึกส่วนตัว: “She felt rejected when he didn’t call her back.” (เธอรู้สึกถูกปฏิเสธเมื่อเขาไม่โทรกลับหาเธอ)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “rejected” มักใช้ในบริบทของการสมัครงาน การยื่นเสนอโครงการ การขอทุน การตัดสินใจของกลุ่ม หรือแม้กระทั่งในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกและการยอมรับทางสังคม

“Rejected” หมายถึงอะไรในภาษาไทย?

“Rejected” ในภาษาไทยหมายถึง “ถูกปฏิเสธ” หรือ “ไม่ได้รับการยอมรับ” ค่ะ

มีสถานการณ์อื่นอีกไหมที่ใช้คำว่า “rejected”?

มีค่ะ นอกจากเรื่องงานหรือการสมัครต่างๆ แล้ว ยังใช้ได้กับสิ่งของที่ถูกตีกลับ เช่น ไปรษณียภัณฑ์ที่ถูกตีกลับ หรือแม้แต่ในทางการแพทย์ เช่น การปลูกถ่ายอวัยวะที่ร่างกายผู้ป่วยปฏิเสธอวัยวะที่ปลูกถ่ายเข้าไป

Similar Posts

  • "Times” แปลว่า

    คำว่า “Times” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ครั้ง” หรือ “เวลา” โดยปกติแล้วเราจะใช้คำนี้เพื่ออ้างถึงจำนวนครั้งที่เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น หรือช่วงเวลาที่ผ่านไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Times” บ่อยๆ เช่น เวลาที่เพื่อนถามว่า “ไปกี่ Times แล้ว?” ก็หมายถึง “ไปมากี่ครั้งแล้ว?” หรือเวลาที่พูดถึงเรื่องข่าวสาร เช่น “New York Times” ก็คือชื่อหนังสือพิมพ์ชื่อดังของอเมริกา ซึ่งคำว่า Times ในที่นี้ก็หมายถึงช่วงเวลาของการตีพิมพ์ข่าวสาร หรืออาจใช้ในเชิงปริมาณของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้ ความหมายและการใช้งาน “Times” หมายถึง จำนวนครั้งที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น หรือช่วงเวลาที่เจาะจง ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “This is the third time I’ve called you.” (นี่เป็นครั้งที่สามที่ฉันโทรหาคุณ) หรือ “He has been here many times.” (เขาเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว) บริบทและการใช้งานทั่วไป…

  • "Fridge” แปลว่า

    คำว่า “Fridge” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่มาจากคำว่า “refrigerator” ซึ่งมีความหมายว่า ตู้เย็น นั่นเองค่ะ เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญมากในครัวเรือนสมัยใหม่ มีหน้าที่หลักในการรักษาอุณหภูมิให้เย็นจัด เพื่อเก็บรักษาอาหารให้สดใหม่ ยืดอายุการเก็บรักษา และป้องกันการเน่าเสีย ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “Fridge” กันอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการแช่ผักผลไม้สดๆ ไว้ในช่องผัก หรือการเก็บเนื้อสัตว์ นม ไข่ และอาหารปรุงสุกต่างๆ ไว้ในช่องแช่เย็นทั่วไป บางคนอาจจะใช้ช่องแช่แข็ง (freezer) ที่อยู่ใน “Fridge” เดียวกัน หรือบางรุ่นอาจจะมีช่องแช่แข็งแยกต่างหาก ไว้สำหรับแช่แข็งอาหาร หรือทำน้ำแข็งไว้ดื่ม หน้าที่ของ “Fridge” จึงครอบคลุมตั้งแต่การรักษาความเย็นธรรมดาไปจนถึงการทำให้อาหารกลายเป็นน้ำแข็งเลยทีเดียวค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Fridge” คือคำเรียกสั้นๆ ที่นิยมใช้กันทั่วไป แทนคำว่า “refrigerator” ซึ่งหมายถึง ตู้เย็น ที่มีกลไกในการทำความเย็นเพื่อเก็บรักษาอาหารให้คงสภาพสดใหม่และยืดอายุการเก็บรักษา การใช้งานหลักๆ คือการแช่เย็นอาหารสด อาหารปรุงสุก เครื่องดื่ม และยาบางชนิดที่ต้องเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม ตัวอย่างการใช้งาน เรามักจะได้ยินคนพูดถึง “Fridge” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น “ขอเอาผักไปแช่ใน…

  • "pinned” แปลว่า

    คำว่า “pinned” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ปักหมุด” หรือ “ตรึงไว้” ในบริบททั่วไป หมายถึง การยึดหรือตรึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้กับที่อย่างแน่นหนา เพื่อไม่ให้เคลื่อนไหวหรือหลุดออกไป ในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หรือแอปพลิเคชันต่างๆ คำว่า “pinned” ถูกนำมาใช้เพื่ออธิบายถึงการเลือกโพสต์ ข้อความ หรือรายการบางอย่างให้แสดงผลโดดเด่นขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยจะถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งบนสุดเสมอ ทำให้ผู้ใช้งานคนอื่นๆ มองเห็นได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ว่าจะมีการโพสต์ใหม่เข้ามามากน้อยเพียงใดก็ตาม เป็นเหมือนการเน้นย้ำให้เห็นว่าสิ่งนี้สำคัญหรือเป็นสิ่งที่ต้องการให้ผู้รับสารเห็นเป็นอันดับแรก ความหมายและการใช้งาน คำว่า “pinned” มาจากกริยา “pin” ที่แปลว่า ปัก, กลัด, หรือยึดไว้ เมื่อเติม “-ed” เข้าไปจะกลายเป็นรูปอดีตหรือคำคุณศัพท์ ซึ่งในบริบทของการใช้งานบนแพลตฟอร์มดิจิทัล หมายถึง การกระทำที่เลือก “ปักหมุด” หรือ “ตรึง” สิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ในตำแหน่งที่เด่นชัดที่สุด ตัวอย่างการใช้งาน ในแอปพลิเคชันแชท เช่น LINE หรือ WhatsApp เมื่อเรา “pin” ข้อความสำคัญไว้ ข้อความนั้นจะปรากฏอยู่ด้านบนสุดของหน้าต่างแชทเสมอ ทำให้เรากลับมาดูได้ง่าย หรือใน Facebook…

  • "Rescuers” แปลว่า

    คำว่า “Rescuers” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ผู้ช่วยเหลือ” หรือ “หน่วยกู้ภัย” โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในอันตราย หรือประสบภัยพิบัติต่างๆ เช่น อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ หรือสถานการณ์ฉุกเฉินอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Rescuers” บ่อยครั้งในข่าวที่รายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ภัยพิบัติ หรืออุบัติเหตุต่างๆ เช่น เมื่อเกิดแผ่นดินไหว ผู้ประสบภัยจะได้รับการช่วยเหลือจาก “Rescuers” ที่เป็นทีมกู้ภัย หรือเมื่อมีคนพลัดตกน้ำ ทีม “Rescuers” ที่เป็นหน่วยกู้ภัยทางน้ำก็จะถูกส่งไปช่วยเหลือทันที นอกจากนี้ คำนี้ยังสามารถใช้ในบริบทที่กว้างขึ้น หมายถึงใครก็ตามที่เข้ามาช่วยเหลือในสถานการณ์ที่ยากลำบากได้ ความหมายและการใช้งาน “Rescuers” มาจากคำกริยา “rescue” ที่แปลว่า “ช่วยเหลือ” ดังนั้น “Rescuers” จึงหมายถึง “ผู้ที่ทำการช่วยเหลือ” นั่นเอง คำนี้ใช้เรียกได้ทั้งบุคคลทั่วไปที่เข้าไปช่วยเหลือผู้อื่น หรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิบัติหน้าที่กู้ภัยโดยเฉพาะ เช่น หน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หรือหน่วยกู้ภัยในต่างประเทศ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่อาคารแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยที่เรียกว่า “Rescuers” จะรีบเข้าไปควบคุมเพลิงและช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายใน ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ ทีม “Rescuers” จะเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและนำส่งโรงพยาบาล บริบทที่ใช้บ่อย…

  • "Yet” แปลว่า

    คำว่า “Yet” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อแสดงถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นหรือไม่สมบูรณ์ ณ เวลาปัจจุบัน แต่มีความคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต หรืออีกนัยหนึ่งคือ “ยัง” ในภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้ “Yet” เพื่อบอกว่าบางสิ่งบางอย่างยังไม่เสร็จสิ้น หรือยังไม่เกิดขึ้นตามที่คาดหวัง เช่น เมื่อเราถามว่า “Have you finished your homework yet?” (ทำการบ้านเสร็จหรือยัง?) หรือเมื่อเราตอบว่า “I haven’t eaten yet.” (ฉันยังไม่ได้กินเลย) นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เพื่อแสดงความประหลาดใจ หรือเน้นย้ำถึงสถานการณ์ที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าจะผ่านไปสักระยะหนึ่งแล้วก็ตาม ความหมายและการใช้งาน โดยหลักแล้ว “Yet” ใช้ในรูปประโยคปฏิเสธ (negative sentences) และประโยคคำถาม (questions) เพื่อสื่อถึงการยังไม่เกิดขึ้นของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตัวอย่าง He hasn’t arrived yet. (เขายังมาไม่ถึงเลย) Is the report ready yet?…

  • "Athletic” แปลว่า

    คำว่า “Athletic” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เกี่ยวกับสมรรถภาพทางกาย ความแข็งแรง หรือทักษะทางกีฬา โดยทั่วไปมักใช้เพื่ออธิบายลักษณะของบุคคล สัตว์ หรือสิ่งของที่แสดงถึงความคล่องแคล่ว ว่องไว และมีพละกำลังที่เหมาะสมกับการเคลื่อนไหวหรือการแข่งขันทางกีฬา ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Athletic” บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงนักกีฬา หรือคนที่ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ เช่น อาจมีคนบอกว่า “เขาเป็นคน Athletic มาก” หมายถึง คนนั้นมีรูปร่างที่ดูแข็งแรง สมส่วน และมีความสามารถในการเล่นกีฬาได้ดี หรือเมื่อพูดถึงรถยนต์รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาให้ดูสปอร์ตและคล่องตัว ก็อาจใช้คำว่า “Athletic design” ได้เช่นกัน เป็นการสื่อถึงความปราดเปรียวและสมรรถนะที่น่าประทับใจ ความหมายและการใช้งาน “Athletic” สื่อถึงคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับกีฬาและสมรรถภาพทางกายที่ดี มีความหมายครอบคลุมทั้งในด้านรูปร่างที่แข็งแรง สมส่วน มีกล้ามเนื้อที่กระชับ และความสามารถในการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วว่องไว ตัวอย่างการใช้งาน Athletic build: รูปร่างที่ดูแข็งแรง สมส่วน Athletic performance: สมรรถภาพในการเล่นกีฬา Athletic shoes: รองเท้ากีฬา Athletic event: การแข่งขันกีฬา บริบทที่ใช้บ่อย คำนี้มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับวงการกีฬา…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *