"What” แปลว่า

คำว่า “What” เป็นคำสรรพนามคำถาม (interrogative pronoun) ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อสอบถามถึงสิ่งที่ไม่ทราบหรือไม่แน่ใจ โดยทั่วไปแล้ว “What” จะแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “อะไร” ซึ่งเป็นคำที่ใช้ถามถึงสิ่งของ ลักษณะ หรือข้อมูลที่ต้องการทราบ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “What” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนถามเราว่า “What’s your name?” (ชื่ออะไรของคุณ?) หรือเมื่อเราเห็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคยแล้วถามว่า “What is that?” (นั่นคืออะไร?) นอกจากนี้ยังใช้ในการขอให้ทวนคำพูด หรือเมื่อไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด เช่น “What did you say?” (คุณพูดว่าอะไรนะ?) การใช้ “What” ช่วยให้เราสามารถสื่อสารเพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความหมายและการใช้งาน

“What” ใช้เพื่อถามถึงสิ่งที่ไม่รู้จัก หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ โดยสามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบของประโยคคำถามโดยตรง หรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของประโยคที่ซับซ้อนขึ้น

ตัวอย่างการใช้งาน

  • What is this? (นี่คืออะไร?)
  • What do you want? (คุณต้องการอะไร?)
  • I don’t know what to do. (ฉันไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี)
  • Tell me what happened. (บอกฉันหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น)

บริบทที่ใช้บ่อย

“What” เป็นคำพื้นฐานที่ใช้ในการถามคำถามทั่วไปในภาษาอังกฤษ สามารถพบเห็นได้ในบทสนทนาประจำวัน การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ หรือเมื่อต้องการสอบถามข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง

🔷 FAQ SECTION

“What” กับ “Which” ต่างกันอย่างไร?

“What” ใช้ถามถึงสิ่งใดก็ได้โดยไม่มีการจำกัดตัวเลือก ในขณะที่ “Which” ใช้ถามเมื่อมีตัวเลือกที่จำกัดหรือต้องการให้เลือกจากกลุ่มที่กำหนดไว้

สามารถใช้ “What” แทน “Who” ได้หรือไม่?

ไม่ได้ “What” ใช้ถามถึงสิ่งของหรือสถานการณ์ ส่วน “Who” ใช้ถามถึงบุคคล

Similar Posts

  • "Legs” แปลว่า

    คำว่า “Legs” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ขา” ซึ่งเป็นอวัยวะส่วนล่างของร่างกายที่ใช้ในการเคลื่อนที่ เดิน วิ่ง หรือยืน คำนี้สามารถใช้ได้กับทั้งขาของมนุษย์ สัตว์ หรือแม้กระทั่งส่วนประกอบอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายขา เช่น ขาของโต๊ะ หรือขาของเก้าอี้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Legs” ในหลากหลายบริบท เช่น เวลาพูดถึงการออกกำลังกายที่เน้นกล้ามเนื้อขา (leg workout) หรือเมื่อพูดถึงการเดินทางที่ต้องใช้เวลาเดินเป็นระยะทางไกล (long legs) นอกจากนี้ ในภาษาพูด อาจมีการเปรียบเปรยถึง “Legs” ในเชิงความหมายแฝง เช่น การมี “ขา” ที่ดีในการแข่งขัน หมายถึง การมีความได้เปรียบ หรือมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้มากกว่า ความหมายและการใช้งาน “Legs” หมายถึง ขา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต และเป็นส่วนประกอบที่ทำให้วัตถุต่างๆ ตั้งอยู่ได้ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “My legs are tired from walking all…

  • "Researchers” แปลว่า

    คำว่า “Researchers” ในภาษาไทยหมายถึง “นักวิจัย” ครับ เป็นคำนามพหูพจน์ที่ใช้เรียกบุคคลหลายคนที่มีหน้าที่ทำการศึกษา ค้นคว้า หรือสำรวจในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ ข้อเท็จจริง หรือแนวคิดใหม่ๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Researchers” ในบริบทของการนำเสนอผลงานวิจัย การประกาศข่าวสารเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หรือการแพทย์ หรือเมื่อมีการพูดถึงผู้ที่กำลังทำงานเพื่อไขปริศนาบางอย่าง หรือพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ให้ดีขึ้น เช่น เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับวัคซีนใหม่ หรือเทคโนโลยีล้ำสมัย ก็มักจะมีการกล่าวถึง “Researchers” ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านั้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Researchers” มาจากคำว่า “Research” ซึ่งแปลว่า “การวิจัย” และเติม “er” เข้าไปเพื่อแสดงความเป็นผู้กระทำ (คล้ายกับการเติม “er” ในคำว่า “teach” เป็น “teacher”) ดังนั้น “Researchers” จึงหมายถึง “ผู้ทำการวิจัย” หรือ “นักวิจัย” นั่นเองครับ ใช้เรียกบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปที่ทำงานด้านการวิจัย ตัวอย่างการใช้งาน “The Researchers are…

  • "Spotted” แปลว่า

    คำว่า “Spotted” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การสังเกตเห็น หรือการมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อาจจะยากสักหน่อย หรือเป็นการเจอโดยบังเอิญค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Spotted” เวลาที่เราเห็นคนรู้จักโดยไม่คาดคิด เช่น อาจจะเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานที่ห้างสรรพสินค้า หรือเห็นดาราที่เราชื่นชอบเดินอยู่ตามท้องถนน เราก็จะพูดว่า “I spotted [ชื่อคน]!” ซึ่งหมายถึง “ฉันเห็น [ชื่อคน] แล้ว!” หรือ “ฉันเจอ [ชื่อคน] โดยบังเอิญ!” ค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Spotted” มาจากกริยา “spot” ที่แปลว่า สังเกตเห็น, มองเห็น, จำแนกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ หรือเห็นได้ยาก นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายของการพบเจอโดยบังเอิญ หรือการเจอใครบางคน/บางสิ่งบางอย่างที่กำลังมองหาอยู่ก็ได้ค่ะ ตัวอย่างการใช้งาน “I finally spotted my lost keys under the sofa.” (ในที่สุดฉันก็มองเห็นกุญแจที่หายไปของฉันใต้โซฟา) “Did you spot anyone…

  • "Totally” แปลว่า

    “Totally” เป็นคำคุณศัพท์ (adverb) ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อเน้นย้ำความหมายของคำอื่นที่ตามมา หรือใช้เพื่อแสดงการเห็นด้วยอย่างเต็มที่ มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า “อย่างสิ้นเชิง”, “โดยสิ้นเชิง”, “อย่างแน่นอน” หรือ “ทั้งหมด” ในภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “Totally” ในการสนทนาทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแสดงความรู้สึก หรือการยืนยันบางสิ่งบางอย่าง อาจจะใช้ในการพูดคุยกับเพื่อนฝูง หรือในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการนัก เพื่อให้การสื่อสารดูเป็นธรรมชาติและทันสมัยมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Totally” ใช้เพื่อเสริมความหมายของคำคุณศัพท์หรือคำกริยาที่ตามมา เพื่อแสดงว่าสิ่งนั้นเป็นไปอย่างสมบูรณ์ หรือเป็นจริงทั้งหมด นอกจากนี้ยังใช้เพื่อแสดงการเห็นด้วยอย่างเต็มที่ หรือตอบรับคำถามด้วยความมั่นใจ ตัวอย่างการใช้งาน “This movie is totally amazing!” (หนังเรื่องนี้มันสุดยอดไปเลย!) – ใช้เน้นว่าหนังดีมากจริงๆ “I totally agree with you.” (ฉันเห็นด้วยกับคุณอย่างสิ้นเชิง) – ใช้แสดงการเห็นด้วยอย่างเต็มที่ “I’m totally exhausted.” (ฉันเหนื่อยมากจริงๆ) – ใช้เน้นว่าเหนื่อยมาก บริบทและการใช้งานทั่วไป “Totally” มักถูกใช้ในบริบทที่ไม่เป็นทางการ เช่น…

  • "Viewing” แปลว่า

    “Viewing” เป็นคำภาษาอังกฤษที่โดยทั่วไปแล้วหมายถึง การมอง การชม หรือการดูสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มักใช้ในบริบทของการรับชมสื่อต่างๆ เช่น ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ หรือรูปภาพ หรืออาจหมายถึงการเข้าชมสถานที่ต่างๆ เช่น การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ หรือการดูบ้านที่ประกาศขาย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “viewing” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น เมื่อเรากำลังดูวิดีโอออนไลน์ เราอาจเห็นข้อความว่า “This video has 10,000 views” ซึ่งหมายถึงวิดีโอนี้มีคนเข้ามาดูแล้ว 10,000 ครั้ง หรือเมื่อเราเข้าเว็บไซต์ดูรูปภาพ เราอาจเห็นคำว่า “photo viewing gallery” ที่หมายถึงแกลเลอรีสำหรับชมรูปภาพ นอกจากนี้ ในวงการอสังหาริมทรัพย์ คำว่า “viewing” ยังหมายถึงการนัดหมายเพื่อเข้าไปดูบ้านหรือคอนโดที่กำลังจะซื้อหรือเช่า ความหมายและการใช้งาน “Viewing” แปลว่า การมอง การชม การดู หรือการเข้าชม โดยมีความหมายที่ยืดหยุ่นตามบริบทที่ใช้ สามารถใช้ได้กับการดูสิ่งต่างๆ ที่เป็นรูปธรรม เช่น การดูวิวทิวทัศน์ หรือการดูผลงานศิลปะ ไปจนถึงการดูสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น…

  • "Does” แปลว่า

    คำว่า “Does” เป็นคำกริยาช่วย (auxiliary verb) ในภาษาอังกฤษ ใช้ในรูปปัจจุบันกาล (present tense) เพื่อสร้างประโยคคำถามและประโยคปฏิเสธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้กับประธานที่เป็นเอกพจน์บุรุษที่สาม (he, she, it) หรือคำนามเอกพจน์ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอ “Does” ในการถามคำถามเพื่อให้ได้ข้อมูล หรือในการปฏิเสธเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยหรือไม่แน่ใจ เช่น เมื่อเราต้องการถามว่าใครบางคนทำอะไรบางอย่างหรือไม่ หรือเมื่อต้องการปฏิเสธว่าสิ่งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง ๆ เป็นคำที่ช่วยให้การสื่อสารในภาษาอังกฤษมีความถูกต้องตามหลักไวยากรณ์มากขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Does” มีความหมายหลักคือ “ทำ” หรือ “เป็น” ในรูปปัจจุบันกาล และใช้เป็นกริยาช่วยในการสร้างประโยคคำถามและประโยคปฏิเสธ ในประโยคคำถาม: ใช้ขึ้นต้นประโยคคำถามเพื่อถามถึงการกระทำหรือสถานะในปัจจุบัน เช่น “Does he like coffee?” (เขาชอบกาแฟไหม?) ในประโยคปฏิเสธ: ใช้ร่วมกับ “not” เพื่อสร้างประโยคปฏิเสธ เช่น “She does not understand.” (เธอไม่เข้าใจ) หรือ “She doesn’t understand.”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *