"What” แปลว่า

คำว่า “What” เป็นคำสรรพนามคำถาม (interrogative pronoun) ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อสอบถามถึงสิ่งที่ไม่ทราบหรือไม่แน่ใจ โดยทั่วไปแล้ว “What” จะแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “อะไร” ซึ่งเป็นคำที่ใช้ถามถึงสิ่งของ ลักษณะ หรือข้อมูลที่ต้องการทราบ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “What” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนถามเราว่า “What’s your name?” (ชื่ออะไรของคุณ?) หรือเมื่อเราเห็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคยแล้วถามว่า “What is that?” (นั่นคืออะไร?) นอกจากนี้ยังใช้ในการขอให้ทวนคำพูด หรือเมื่อไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด เช่น “What did you say?” (คุณพูดว่าอะไรนะ?) การใช้ “What” ช่วยให้เราสามารถสื่อสารเพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความหมายและการใช้งาน

“What” ใช้เพื่อถามถึงสิ่งที่ไม่รู้จัก หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ โดยสามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบของประโยคคำถามโดยตรง หรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของประโยคที่ซับซ้อนขึ้น

ตัวอย่างการใช้งาน

  • What is this? (นี่คืออะไร?)
  • What do you want? (คุณต้องการอะไร?)
  • I don’t know what to do. (ฉันไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี)
  • Tell me what happened. (บอกฉันหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น)

บริบทที่ใช้บ่อย

“What” เป็นคำพื้นฐานที่ใช้ในการถามคำถามทั่วไปในภาษาอังกฤษ สามารถพบเห็นได้ในบทสนทนาประจำวัน การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ หรือเมื่อต้องการสอบถามข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง

🔷 FAQ SECTION

“What” กับ “Which” ต่างกันอย่างไร?

“What” ใช้ถามถึงสิ่งใดก็ได้โดยไม่มีการจำกัดตัวเลือก ในขณะที่ “Which” ใช้ถามเมื่อมีตัวเลือกที่จำกัดหรือต้องการให้เลือกจากกลุ่มที่กำหนดไว้

สามารถใช้ “What” แทน “Who” ได้หรือไม่?

ไม่ได้ “What” ใช้ถามถึงสิ่งของหรือสถานการณ์ ส่วน “Who” ใช้ถามถึงบุคคล

Similar Posts

  • "Look” แปลว่า

    คำว่า “Look” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “มอง” หรือ “ดู” เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อเราต้องการสื่อถึงการใช้สายตาเพื่อรับรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น การสังเกต หรือการพิจารณาด้วยสายตา ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Look” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราต้องการให้ใครสักคนหันไปมองบางสิ่งบางอย่าง เราจะพูดว่า “Look at that!” หรือเมื่อเรากำลังจะออกไปข้างนอก เราอาจจะบอกว่า “Let me look in the mirror first” เพื่อดูรูปลักษณ์ของตัวเองก่อนออกจากบ้าน นอกจากนี้ยังใช้ในการแนะนำให้ผู้อื่นสังเกตเห็นสิ่งสำคัญ เช่น “Look, there’s a bird!” หรือใช้ในการขอความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปลักษณ์ เช่น “How do I look?” ความหมายและการใช้งาน “Look” หมายถึง การใช้สายตาเพื่อมอง หรือ สังเกตสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัว คือ การมองเห็น และในความหมายเปรียบเทียบ เช่น…

  • "Great” แปลว่า

    คำว่า “Great” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่ดีเยี่ยม ยอดเยี่ยม หรือมีความสำคัญมาก มีความหมายที่ครอบคลุมหลายระดับ ตั้งแต่ดีมากเป็นพิเศษ ไปจนถึงยิ่งใหญ่หรือมีคุณค่าอย่างสูง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Great” บ่อยครั้งเมื่อมีคนต้องการแสดงความชื่นชม หรือเมื่อมีเหตุการณ์หรือสิ่งของที่น่าประทับใจ เช่น เมื่อเพื่อนเล่าเรื่องดีๆ ให้ฟัง เราอาจจะตอบกลับไปว่า “That’s great!” เพื่อแสดงความยินดี หรือเมื่อเราทานอาหารอร่อยมากๆ ก็อาจจะบอกว่า “This food is great!” เพื่อบอกว่าอร่อยมาก นอกจากนี้ยังใช้เพื่ออธิบายถึงความสำเร็จ หรือโอกาสที่สำคัญ เช่น “It was a great opportunity for me.” ซึ่งหมายถึงเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมสำหรับตัวเขาเอง ความหมายและการใช้งาน “Great” สามารถแปลได้หลายอย่างขึ้นอยู่กับบริบท เช่น: **ดีเยี่ยม, ยอดเยี่ยม:** ใช้ชมเชยสิ่งของ, ประสบการณ์, หรือผลลัพธ์ที่น่าพอใจมาก เช่น “a great movie” (หนังที่ยอดเยี่ยม), “a great idea”…

  • "Curve” แปลว่า

    คำว่า “Curve” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วหมายถึง “เส้นโค้ง” หรือ “ความโค้ง” ครับ เป็นคำที่ใช้อธิบายลักษณะของสิ่งของหรือแนวโน้มที่มีรูปทรงไม่เป็นเส้นตรง แต่มีการหักมุมหรือลาดเอียงไปเรื่อยๆ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำว่า “Curve” บ่อยๆ ในหลายบริบท เช่น เวลาพูดถึงการขับรถที่ต้องเลี้ยวเข้าโค้ง เราอาจจะใช้คำว่า “เข้าโค้ง” หรือ “curve” ไปเลยก็ได้ หรือเวลาดูแผนภูมิที่แสดงข้อมูลต่างๆ เช่น ยอดขาย หรือการเติบโตของประชากร หากกราฟไม่ได้เป็นเส้นตรงขึ้นหรือลง แต่มีการเปลี่ยนแปลงในอัตราที่ต่างกัน เราก็จะเรียกว่าเป็น “curve” หรือ “เส้นโค้ง” นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Curve” สามารถหมายถึงได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: รูปร่างทางเรขาคณิต: หมายถึง เส้นที่มีลักษณะโค้ง ไม่ใช่เส้นตรง แนวโน้มหรือการเปลี่ยนแปลง: ใช้บรรยายลักษณะของข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา หรือตามปัจจัยต่างๆ เช่น กราฟยอดขายที่แสดงแนวโน้มการเติบโต การเคลื่อนที่: ใช้ในการอธิบายการเคลื่อนที่ที่ไม่เป็นเส้นตรง เช่น การขว้างลูกบอลที่ลอยเป็นเส้นโค้ง ตัวอย่างการใช้งาน ในชีวิตประจำวัน: “ระวังนะ ถนนช่วงนี้มี…

  • "Chilling” แปลว่า

    คำว่า “Chilling” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การทำให้เย็นลง การลดอุณหภูมิ หรือการทำให้สงบลง แต่ในบริบทของการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ “Chilling” มักจะหมายถึง การพักผ่อน การใช้เวลาสบายๆ ไม่เร่งรีบ หรือการผ่อนคลายหลังจากทำกิจกรรมที่เหนื่อยมา เวลาที่เราพูดว่า “Let’s go chilling” หรือ “I’m just chilling” ในภาษาไทยก็จะประมาณว่า “ไปหาอะไรสบายๆ ทำกัน” หรือ “กำลังนั่งชิลๆ อยู่เลย” เป็นการบอกว่ากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย ไม่ได้มีเรื่องเครียดหรือต้องรีบทำอะไร อาจจะนั่งเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง หรือคุยกับเพื่อนแบบสบายๆ ไม่เป็นทางการ ความหมายและการใช้งาน “Chilling” หมายถึง การพักผ่อนหย่อนใจ การใช้เวลาว่างอย่างสบายๆ หรือการผ่อนคลายจากความเครียดและความเหนื่อยล้า ไม่ได้มีความหมายถึงการทำให้เย็นลงในเชิงกายภาพเสมอไป แต่เน้นไปที่สภาวะทางอารมณ์และความรู้สึกที่สบายตัว ตัวอย่างการใช้งาน 1. “สุดสัปดาห์นี้ไม่มีแพลนอะไรเลย กะจะอยู่บ้าน chilling ยาวๆ” (หมายถึง จะพักผ่อนอยู่บ้านสบายๆ ไม่ทำอะไรมาก) 2. “เลิกงานแล้ว…

  • "Fault” แปลว่า

    คำว่า “Fault” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ความผิดพลาด” หรือ “ข้อบกพร่อง” ครับ เป็นคำที่ใช้ได้ในหลายบริบท ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงเรื่องที่เป็นทางการ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Fault” ในสถานการณ์ที่เกิดความผิดพลาดบางอย่างขึ้น เช่น เมื่อรถยนต์มีปัญหา เราอาจจะพูดว่า “There’s a fault in the engine” หรือเมื่อมีข้อผิดพลาดในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ก็จะเรียกว่า “software fault” นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายของ “ความบกพร่อง” หรือ “จุดอ่อน” ของคนหรือสิ่งของได้ด้วย เช่น “His biggest fault is his laziness” หมายถึง ความขี้เกียจคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของเขา ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Fault” โดยทั่วไปหมายถึง ความผิดพลาด ข้อบกพร่อง หรือความบกพร่องที่ทำให้บางสิ่งไม่ทำงานอย่างที่ควรจะเป็น หรือไม่สมบูรณ์แบบ ตัวอย่างการใช้งาน ในทางเทคนิค “Fault” อาจหมายถึง…

  • "Alone” แปลว่า

    คำว่า “Alone” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “โดดเดี่ยว” หรือ “ลำพัง” เป็นคำที่ใช้อธิบายสภาวะที่บุคคลหนึ่งไม่มีใครอยู่ด้วย หรือรู้สึกอ้างว้าง ไม่มีใครคอยอยู่เคียงข้าง ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Alone” เพื่อบอกว่าเรากำลังทำอะไรบางอย่างคนเดียว หรือรู้สึกเหงา เช่น “I want to be alone for a while” หมายถึง “ฉันอยากอยู่คนเดียวสักพัก” หรือเมื่อพูดถึงความรู้สึก “He felt so alone after his friends moved away” แปลว่า “เขารู้สึกโดดเดี่ยวมากหลังจากเพื่อนๆ ย้ายบ้านไป” ความหมายและการใช้งาน Alone หมายถึง การอยู่เพียงลำพัง ปราศจากผู้อื่น สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายที่เป็นรูปธรรม (Physical state) คือการอยู่คนเดียวจริงๆ และในความหมายที่เป็นนามธรรม (Emotional state) คือความรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว ตัวอย่างการใช้งาน “I’m…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *