"tough” แปลว่า

คำว่า “tough” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้บรรยายถึงสิ่งที่ยาก ลำบาก หรือแข็งแกร่งค่ะ ในภาษาไทย เราสามารถแปลความหมายของคำว่า “tough” ได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ เช่น ยาก, แข็ง, ทนทาน, เข้มงวด, หรือหนักหนาสาหัส

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “tough” ถูกนำมาใช้ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงสถานการณ์ที่ยากลำบาก เช่น “This is a tough situation.” (นี่เป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก) หรือเมื่อพูดถึงคนที่มีความอดทนสูง เช่น “She is a tough person.” (เธอเป็นคนเข้มแข็ง/อดทน) นอกจากนี้ยังอาจใช้กับสิ่งของที่แข็งแรงทนทาน เช่น “This material is tough.” (วัสดุนี้แข็งแรงทนทาน)

ความหมายและการใช้งาน

“Tough” สามารถหมายถึง:

  • ยาก/ลำบาก: ใช้กับปัญหา อุปสรรค หรือสถานการณ์ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการแก้ไขหรือผ่านพ้นไป
  • แข็งแกร่ง/ทนทาน: ใช้กับวัตถุ สิ่งของ หรือร่างกาย ที่มีความแข็งแรง ไม่แตกหักง่าย หรือทนทานต่อการใช้งานหนัก
  • เข้มงวด/เด็ดขาด: ใช้กับบุคคล กฎ หรือนโยบาย ที่มีความเคร่งครัด ไม่ผ่อนปรน
  • หนักหนาสาหัส: ใช้กับอาการบาดเจ็บ ความเจ็บป่วย หรือความสูญเสียที่รุนแรง

ตัวอย่างการใช้งาน

  • สถานการณ์: “The exam was really tough.” (ข้อสอบยากมาก)
  • บุคคล: “He’s a tough negotiator.” (เขาเป็นนักเจรจาที่แข็งข้อ/ไม่ยอมง่ายๆ)
  • สิ่งของ: “These boots are tough enough for hiking.” (รองเท้าบูทคู่นี้ทนทานพอสำหรับการเดินป่า)
  • สภาพอากาศ: “It was a tough winter.” (เป็นฤดูหนาวที่โหดร้าย/หนักหนาสาหัส)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “tough” มักถูกใช้ในบริบทของการเผชิญหน้ากับความท้าทาย การแสดงความแข็งแกร่ง หรือการพูดถึงความทนทานของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องส่วนตัว การทำงาน หรือแม้แต่ในข่าวสารต่างๆ

🔷 FAQ SECTION

“Tough” แปลว่าอะไรได้บ้าง?

“Tough” สามารถแปลได้หลายอย่าง เช่น ยาก, ลำบาก, แข็งแกร่ง, ทนทาน, เข้มงวด, หรือหนักหนาสาหัส ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ค่ะ

มีคำอื่นที่ความหมายคล้ายกับ “tough” ไหม?

มีคำอื่นที่มีความหมายใกล้เคียงกัน เช่น “difficult” (ยาก), “hard” (ยาก, แข็ง), “strong” (แข็งแกร่ง), “durable” (ทนทาน), “strict” (เข้มงวด) เป็นต้น

Similar Posts

  • "Revisions” แปลว่า

    คำว่า “Revisions” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วหมายถึง การแก้ไข การปรับปรุง หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ได้มีการตรวจสอบหรือพิจารณาแล้ว เพื่อให้ผลลัพธ์สุดท้ายมีความถูกต้อง สมบูรณ์ หรือตรงตามความต้องการมากขึ้น ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำว่า “Revisions” ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อนักเรียนส่งการบ้านหรือรายงาน แล้วครูให้กลับไปแก้ไขตามคำแนะนำ นั่นก็คือการทำ Revisions หรือเมื่อนักเขียนส่งต้นฉบับนิยายให้บรรณาธิการพิจารณา แล้วบรรณาธิการแนะนำให้ปรับปรุงบางส่วน นักเขียนก็จะทำการ Revisions เนื้อหาเหล่านั้น หรือแม้กระทั่งในการทำงาน เมื่อเราส่งงานนำเสนอให้หัวหน้าดู แล้วหัวหน้าขอให้ปรับแก้ข้อมูลบางอย่าง เราก็ต้องกลับไปทำ Revisions งานของเราก่อนนำเสนอจริง ความหมายและการใช้งาน “Revisions” มาจากคำกริยา “revise” ที่แปลว่า แก้ไข ปรับปรุง หรือทบทวน เมื่อเติม “s” เข้าไป จะกลายเป็นคำนามพหูพจน์ หมายถึง การแก้ไขหลายๆ ครั้ง หรือผลลัพธ์ของการแก้ไขนั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน “The teacher asked for revisions on my…

  • "Drinking” แปลว่า

    คำว่า “Drinking” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวว่า “การดื่ม” ซึ่งหมายถึงการรับประทานของเหลวเข้าไปในร่างกาย โดยเฉพาะเครื่องดื่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า ชา กาแฟ น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Drinking” หรือ “ดื่ม” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น การดื่มน้ำเพื่อดับกระหาย การดื่มกาแฟตอนเช้าเพื่อความสดชื่น หรือการออกไป “drinking” กับเพื่อนฝูง ซึ่งในบริบทหลังนี้มักจะหมายถึงการไปดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์นั่นเอง การดื่มจึงเป็นกิจกรรมพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต้องทำเพื่อดำรงชีวิต และยังสามารถเป็นกิจกรรมทางสังคมที่สร้างความสัมพันธ์ได้อีกด้วย ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Drinking” หมายถึง การกระทำของการดื่มของเหลว อย่างไรก็ตาม ในบริบททางสังคม การ “going for a drinking” หรือ “ไปดื่ม” มักจะสื่อถึงการไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบาร์ ผับ หรือร้านอาหาร การใช้คำนี้จึงขึ้นอยู่กับสถานการณ์และน้ำเสียงของผู้พูด ตัวอย่างการใช้งาน “I need some water. I’m thirsty.” (ฉันต้องการน้ำ ฉันกระหายน้ำ) – ในที่นี้…

  • "Retention” แปลว่า

    คำว่า “Retention” ในภาษาไทยสามารถแปลตรงตัวได้ว่า “การรักษา” หรือ “การคงอยู่” โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึง กระบวนการหรือความสามารถในการทำให้บางสิ่งบางอย่างยังคงอยู่ หรือไม่สูญเสียไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า พนักงาน หรือข้อมูล ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Retention” บ่อยครั้งในแวดวงธุรกิจและการตลาด เช่น บริษัทอาจจะพูดถึง “Customer Retention” ซึ่งหมายถึง การรักษาฐานลูกค้าเก่าเอาไว้ไม่ให้ย้ายไปซื้อสินค้าหรือบริการของคู่แข่ง หรือในด้านทรัพยากรบุคคล ก็อาจจะมีการพูดถึง “Employee Retention” ซึ่งหมายถึง การรักษาพนักงานที่ดีเอาไว้ในองค์กรไม่ให้ออกไป เป็นต้น การให้ความสำคัญกับ Retention จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจหรือองค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน ความหมายและการใช้งาน Retention โดยพื้นฐานแล้วหมายถึง การที่บางสิ่งยังคงอยู่ หรือไม่ถูกทำให้หายไป หรือสูญเสียไป ในบริบททางธุรกิจ มักใช้เพื่ออธิบายถึงความสามารถของบริษัทในการรักษาลูกค้า พนักงาน หรือแม้กระทั่งข้อมูลสำคัญเอาไว้ โดยไม่ให้เกิดการสูญเสียออกไป ตัวอย่างการใช้งาน Customer Retention (การรักษาลูกค้า): บริษัทที่เน้นการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำอยู่เสมอ Employee Retention (การรักษาพนักงาน): องค์กรที่จัดสวัสดิการที่ดีและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่น่าอยู่ เพื่อลดอัตราการลาออกของพนักงาน Data…

  • "Insists” แปลว่า

    คำว่า “insists” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ หมายถึง การยืนกราน ยืนยัน หรือยืนยันอย่างหนักแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีคนพยายามจะคัดค้าน หรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เราพูดหรือทำ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นการใช้คำว่า “insists” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อใครบางคนต้องการให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นจริงๆ แม้ว่าจะมีความยากลำบาก หรือมีคนพยายามขัดขวางก็ตาม หรือเมื่อมีคนพูดอะไรบางอย่างซ้ำๆ ด้วยความมั่นใจ เพื่อให้คนอื่นเชื่อ หรือยอมรับในสิ่งที่ตนเองพูด ความหมายและการใช้งาน คำว่า “insists” ใช้เมื่อต้องการสื่อว่าบุคคลนั้นมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำบางสิ่งบางอย่าง หรือยืนยันในสิ่งที่ตนเองเชื่อ โดยไม่ยอมเปลี่ยนแปลงง่ายๆ อาจจะเกิดจากความเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเองพูด หรือมีความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะให้เป็นไปตามนั้น ตัวอย่าง My mom insists that I should eat more vegetables. (แม่ของฉันยืนกรานว่าฉันควรกินผักให้มากขึ้น) He insists on paying for dinner, even though I offered to treat him. (เขายืนกรานที่จะจ่ายค่าอาหารเย็น แม้ว่าฉันจะเสนอว่าจะเลี้ยงก็ตาม)…

  • "Boil” แปลว่า

    คำว่า “Boil” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ต้ม” หรือ “เดือด” เมื่อพูดถึงน้ำหรือของเหลวอื่นๆ ที่ถูกทำให้ร้อนจนถึงจุดเดือด ส่วนอีกความหมายหนึ่งที่ใช้กันทั่วไปคือ “เดือดพล่าน” หรือ “เดือดปุดๆ” ซึ่งอาจหมายถึงการเดือดของน้ำจริงๆ หรือใช้เปรียบเปรยถึงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน โกรธจัด หรือความรู้สึกที่อัดอั้นจนพร้อมจะระเบิดออกมา ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Boil” ในบริบทของการทำอาหาร เช่น การต้มไข่ (boil an egg) หรือการต้มน้ำสำหรับชงกาแฟ/ชา (boil water) นอกจากนี้ ยังมีการใช้ในเชิงเปรียบเปรยเพื่ออธิบายสภาวะอารมณ์ที่รุนแรง เช่น เมื่อใครบางคนโกรธจัดมากๆ จนแทบจะทนไม่ไหว เราอาจพูดว่า “He’s boiling with anger” ซึ่งหมายถึงเขากำลังเดือดดาลอย่างมาก หรือในสถานการณ์ที่ความตึงเครียดสะสมจนถึงจุดที่พร้อมจะปะทุ ก็อาจใช้คำว่า “The tension is boiling” ได้เช่นกัน Meaning & Usage ความหมาย: ต้ม: ใช้กับการทำอาหารหรือทำให้ของเหลวร้อนจนถึงจุดเดือด เดือดพล่าน: ใช้ได้ทั้งกับของเหลวที่เดือดจริงๆ…

  • "Poor” แปลว่า

    คำว่า “Poor” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “ยากจน” หรือ “ขัดสน” หมายถึงการขาดแคลนสิ่งจำเป็นในชีวิต เช่น เงิน อาหาร หรือที่อยู่อาศัย ทำให้การดำรงชีวิตเป็นไปอย่างลำบาก ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Poor” ในหลายบริบท ไม่ใช่แค่เรื่องความยากจนทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่อาจหมายถึงสภาพที่ไม่ดีหรือไม่น่าพอใจก็ได้ เช่น การพูดถึง “poor quality” (คุณภาพแย่) หรือ “poor performance” (ผลงานไม่ดี) หรือแม้แต่การแสดงความเห็นใจต่อสถานการณ์ที่ไม่ดีของใครบางคน เช่น “I feel poor for him” (ฉันรู้สึกสงสารเขา) ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Poor” สามารถใช้ได้หลายลักษณะ: ในเชิงเศรษฐกิจ: หมายถึงผู้ที่ไม่มีทรัพย์สินเงินทองเพียงพอต่อการดำรงชีวิต ในเชิงคุณภาพ: หมายถึงสิ่งที่ไม่ดี ไม่น่าพอใจ หรือมีข้อบกพร่อง ในเชิงความรู้สึก: ใช้แสดงความสงสารหรือเห็นใจ ตัวอย่างการใช้งาน Poor family: ครอบครัวที่ยากจน Poor health:…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *