"there” แปลว่า
คำว่า “there” ในภาษาอังกฤษ เป็นคำที่ใช้บ่งบอกถึงสถานที่ หรือตำแหน่งที่อยู่นอกเหนือจากที่ผู้พูดและผู้ฟังอยู่ หรือที่ที่เคยกล่าวถึงมาก่อน โดยทั่วไปแล้ว “there” จะทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นอยู่ที่ไหน หรือเป็นคำสรรพนาม (pronoun) เพื่อขึ้นต้นประโยคในโครงสร้าง “there is/are” เพื่อบอกว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่หรือไม่
ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “there” เพื่อชี้ไปยังสิ่งของ หรือบุคคลที่อยู่ห่างออกไป เช่น เมื่อเราชี้ให้เพื่อนดูบางอย่างที่อยู่ไกลออกไป เราอาจจะพูดว่า “Look over there!” (ดูตรงนั้นสิ!) หรือเมื่อเราต้องการบอกว่ามีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นในสถานที่หนึ่งๆ เช่น “There is a party tonight.” (คืนนี้มีงานปาร์ตี้) นอกจากนี้ “there” ยังใช้ในบริบทของการพูดถึงสิ่งที่มีอยู่แล้ว หรือการตอบคำถามเกี่ยวกับสถานที่ เช่น “Is anyone there?” (มีใครอยู่ตรงนั้นไหม?) หรือ “Yes, he is there.” (ใช่ เขาอยู่ที่นั่น)
ความหมายและการใช้งาน
“There” มีความหมายหลักๆ คือ “ที่นั่น” หรือ “ตรงนั้น” ใช้เพื่ออ้างถึงสถานที่หรือตำแหน่งที่ไม่ใช่ที่นี่ (here) หรือที่ผู้พูดกำลังพูดถึงโดยตรง
ตัวอย่างการใช้งาน
- ชี้ไปยังสถานที่: “The book is over there on the table.” (หนังสืออยู่ตรงนั้นบนโต๊ะ)
- บอกว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่: “There are many people at the park.” (มีคนมากมายที่สวนสาธารณะ)
- ตอบคำถามเกี่ยวกับสถานที่: “Where is my phone?” – “It’s right there.” (โทรศัพท์ฉันอยู่ที่ไหน? – มันอยู่ตรงนั้นแหละ)
บริบทการใช้งานทั่วไป
โครงสร้าง “There is” และ “There are” เป็นที่นิยมใช้มากที่สุด เพื่อบอกว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (There is + เอกพจน์) หรือมีหลายสิ่ง (There are + พหูพจน์) อยู่หรือไม่ในสถานที่นั้นๆ นอกจากนี้ยังใช้เพื่อบ่งบอกทิศทาง หรือตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจงได้
“there” ใช้ในความหมายว่า “ที่นั่น” อย่างไร?
“There” ใช้เมื่อเราต้องการอ้างถึงสถานที่ที่อยู่ห่างจากผู้พูด หรือเป็นสถานที่ที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว ไม่ใช่ที่ที่ผู้พูดกำลังยืนอยู่
โครงสร้าง “There is” กับ “There are” ต่างกันอย่างไร?
“There is” ใช้กับคำนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์ (สิ่งเดียว) หรือคำนามนับไม่ได้ เช่น “There is a cat.” (มีแมวหนึ่งตัว) หรือ “There is water.” (มีน้ำ) ส่วน “There are” ใช้กับคำนามนับได้ที่เป็นพหูพจน์ (หลายสิ่ง) เช่น “There are two cats.” (มีแมวสองตัว)