"That” แปลว่า

คำว่า “That” ในภาษาอังกฤษ เป็นคำที่ใช้บ่อยมาก มีความหมายหลักๆ คือ “นั้น” หรือ “สิ่งนั้น” ใช้เพื่ออ้างถึงบุคคล สิ่งของ หรือเหตุการณ์ที่อยู่ห่างออกไป หรือที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว เป็นคำที่ช่วยให้การสื่อสารมีความกระชับและชัดเจนขึ้น

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “That” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อต้องการชี้สิ่งของที่อยู่ไกลออกไป หรือเมื่อพูดถึงเรื่องที่เพิ่งคุยกันไป หรือแม้แต่ใช้ในการแสดงความรู้สึกต่อบางสิ่งบางอย่าง ลองนึกภาพเวลาที่เราชี้ไปที่ของที่อยู่ไกลๆ แล้วพูดว่า “That book is mine” หรือเวลาที่เพื่อนเล่าเรื่องตลกให้ฟัง แล้วเราตอบว่า “That’s funny” เป็นต้น การเข้าใจการใช้งานของ “That” จะช่วยให้เราเข้าใจภาษาอังกฤษได้ดียิ่งขึ้น และสื่อสารได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “That” สามารถทำหน้าที่ได้หลายอย่างในประโยค:

  • คำสรรพนาม (Pronoun): ใช้แทนคำนามที่กล่าวถึงไปแล้ว เช่น “I like that.” (ฉันชอบสิ่งนั้น)
  • คำคุณศัพท์ (Adjective): ใช้ขยายคำนาม เพื่อระบุว่าเป็นสิ่งนั้นที่อยู่ไกลออกไป หรือที่เฉพาะเจาะจง เช่น “That car is red.” (รถคันนั้นสีแดง)
  • คำสันธาน (Conjunction): ใช้เชื่อมประโยค เพื่อนำหน้าอนุประโยคที่อธิบายหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติม เช่น “He said that he was tired.” (เขาบอกว่าเขาเหนื่อย)
  • คำวิเศษณ์ (Adverb): ใช้เพื่อบอกระดับ หรือความมากน้อย เช่น “It’s not that difficult.” (มันไม่ได้ยากขนาดนั้น)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • ชี้สิ่งของ: “Look at that bird!” (ดูนกตัวนั้นสิ!)
  • อ้างถึงสิ่งที่พูดถึงแล้ว: “You told me to clean my room. That’s why I’m doing it.” (คุณบอกให้ฉันทำความสะอาดห้อง นั่นคือเหตุผลที่ฉันกำลังทำ)
  • แสดงความเห็น: “That was a great movie!” (หนังเรื่องนั้นเยี่ยมมาก!)
  • ใช้ในประโยคบอกเล่า: “I think that we should go now.” (ฉันคิดว่าเราควรจะไปตอนนี้)

บริบทและการใช้ทั่วไป

“That” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการแยกแยะ หรือชี้เฉพาะเจาะจง อาจใช้เพื่อเปรียบเทียบกับ “This” (ซึ่งหมายถึง “นี้” หรือ “สิ่งนี้” ที่อยู่ใกล้ตัวผู้พูด) โดย “That” จะใช้กับสิ่งที่อยู่ไกลกว่า หรือสิ่งที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว นอกจากนี้ยังใช้บ่อยในสำนวนต่างๆ เช่น “That’s right” (ถูกต้อง) หรือ “That’s all” (แค่นั้น)

🔷 FAQ SECTION

“That” กับ “This” ต่างกันอย่างไร?

“This” ใช้กับสิ่งที่อยู่ใกล้ผู้พูด หรือสิ่งที่กำลังจะกล่าวถึงทันที ส่วน “That” ใช้กับสิ่งที่อยู่ไกลออกไป หรือสิ่งที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว

“That” สามารถใช้กับคนได้หรือไม่?

ได้ครับ “That” สามารถใช้อ้างถึงคนได้เช่นกัน โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการระบุว่าเป็นบุคคลนั้นที่อยู่ห่างออกไป หรือเป็นคนที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว เช่น “That man over there is my father.” (ผู้ชายคนนั้นตรงโน้นคือพ่อของฉัน)

Similar Posts

  • "Honest” แปลว่า

    คำว่า “Honest” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ซื่อสัตย์” หรือ “ตรงไปตรงมา” ในภาษาไทย หมายถึง การพูดความจริง ไม่ปิดบัง ไม่คดโกง และมีความจริงใจต่อผู้อื่น เป็นคุณสมบัติที่สำคัญอย่างหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ชื่นชมและให้ความสำคัญ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Honest” หรือการใช้คุณสมบัตินี้ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเพื่อนเล่าเรื่องที่อาจจะทำให้เราไม่พอใจ แต่เขาเลือกที่จะบอกเราตามตรง หรือเมื่อเราซื้อของแล้วได้รับเงินทอนเกินมา แล้วเราเลือกที่จะคืนให้ผู้ขาย การกระทำเหล่านี้ล้วนแสดงถึงความเป็น Honest หรือความซื่อสัตย์นั่นเอง การเป็นคน Honest ทำให้ผู้อื่นไว้ใจและรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ๆ ความหมายและการใช้งาน “Honest” หมายถึง การมีความจริงใจ ไม่หลอกลวง พูดความจริงเสมอ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร การกระทำที่ Honest คือการไม่เอาเปรียบผู้อื่น ไม่โกหก หรือบิดเบือนความจริง สามารถใช้ได้ทั้งกับคำพูดและการกระทำ ตัวอย่างการใช้งาน 1. “He is an honest man.” (เขาเป็นคนซื่อสัตย์) 2. “Please be honest with…

  • "Couple” แปลว่า

    คำว่า “Couple” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “คู่รัก” หรือ “คนสองคนที่คบหากันในเชิงโรแมนติก” โดยทั่วไปแล้วจะใช้เรียกผู้ชายและผู้หญิงที่อยู่ในความสัมพันธ์แบบแฟนหรือสามีภรรยา แต่ในบางบริบทก็สามารถใช้เรียกคนสองคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันในลักษณะอื่นได้เช่นกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Couple” บ่อยครั้งในการพูดคุยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ เช่น เมื่อเพื่อนของคุณมีแฟนใหม่ ก็อาจจะบอกว่า “เขามี couple แล้วนะ” หรือเวลาไปเที่ยวกับแฟน ก็อาจจะบอกว่า “เราไปเที่ยวแบบ couple กัน” นอกจากนี้ คำว่า “Couple” ยังสามารถใช้ในเชิงธุรกิจหรือกิจกรรมได้ด้วย เช่น “couple package” หมายถึง แพ็กเกจสำหรับสองคน หรือ “couple’s massage” คือการนวดสำหรับคู่รัก ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Couple” หลักๆ แล้วหมายถึง “คู่รัก” ซึ่งเป็นคนสองคนที่คบหากันอย่างเปิดเผยและมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง อาจจะเป็นแฟนกัน หมั้นกัน หรือแต่งงานกันแล้วก็ได้ การใช้งานมีความยืดหยุ่น สามารถใช้ได้ทั้งในสถานการณ์ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ตัวอย่าง “They have been a couple…

  • "อา อี้” แปลว่า

    คำว่า “อา อี้” (Ah Yi) เป็นคำที่คนไทยเชื้อสายจีนนิยมใช้เรียกคุณทวดฝ่ายแม่ หรือก็คือ คุณยายของคุณแม่นั่นเองค่ะ เป็นคำที่แสดงถึงความเคารพและความผูกพันในครอบครัว เป็นคำเรียกที่น่ารักและอบอุ่น ในชีวิตประจำวัน เราจะได้ยินคำว่า “อา อี้” บ่อยครั้งเมื่อมีการพูดถึงญาติผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อครอบครัวมีการรวมญาติ หรือพูดคุยถึงเรื่องราวในอดีต คนรุ่นลูกรุ่นหลานจะเรียกคุณทวดฝ่ายแม่ของตนเองว่า “อา อี้” เพื่อแสดงความกตัญญูและระลึกถึงท่าน คำนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการเรียกขานญาติในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “อา อี้” มีความหมายตรงตัวคือ คุณทวดฝ่ายแม่ หรือคุณยายของคุณแม่ เป็นคำเรียกที่ใช้กับผู้หญิงที่เป็นญาติผู้ใหญ่ในลำดับที่สูงกว่าคุณยายของเราขึ้นไปหนึ่งชั้น โดยเน้นที่สายสัมพันธ์ทางฝ่ายมารดา ตัวอย่างการใช้งาน “วันนี้จะพาอา อี้ ไปทานข้าวนอกบ้านหน่อยค่ะ” “ตอนเด็กๆ เคยไปเที่ยวบ้านอา อี้ ที่ต่างจังหวัดบ่อยๆ” “อา อี้ ของฉันท่านใจดีมาก ชอบเล่าเรื่องเก่าๆ ให้ฟังเสมอ” บริบท / การใช้งานทั่วไป คำว่า “อา อี้” มักถูกใช้ในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน เพื่อแสดงความเคารพและความสนิทสนมต่อคุณทวดฝ่ายแม่ เป็นคำเรียกที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น และยังคงมีความสำคัญในการรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัว “อา…

  • "Pursuing” แปลว่า

    คำว่า “Pursuing” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การไล่ตาม การแสวงหา หรือการมุ่งมั่นไปสู่เป้าหมายบางอย่าง โดยอาจจะเป็นเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม เช่น การไล่ตามความฝัน การแสวงหาโอกาส หรือเป้าหมายที่เป็นนามธรรม เช่น การมุ่งมั่นในความรู้ หรือการแสวงหาความสุข ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Pursuing” ในบริบทต่างๆ มากมาย เช่น นักเรียนที่กำลัง “pursuing” การศึกษาในระดับที่สูงขึ้น หรือนักธุรกิจที่กำลัง “pursuing” โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการที่เรากำลังพยายามอย่างหนักเพื่อไปให้ถึงสิ่งที่เราต้องการ เช่น การ “pursuing” อาชีพในฝัน หรือการ “pursuing” ความสัมพันธ์ที่ดีกับใครสักคน ความหมายและการใช้งาน “Pursuing” หมายถึง การดำเนินไปข้างหน้าอย่างตั้งใจเพื่อบรรลุเป้าหมายหรือสิ่งที่ต้องการ เป็นการแสดงถึงความพยายาม ความมุ่งมั่น และความอดทนในการก้าวไปสู่จุดหมายที่ตั้งไว้ ตัวอย่างการใช้งาน 1. He is pursuing a career in medicine. (เขากำลังมุ่งมั่นในอาชีพทางการแพทย์) 2. She is…

  • "Circle” แปลว่า

    คำว่า “Circle” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง วงกลม หรือ วงแหวน เป็นรูปทรงเรขาคณิตที่มีลักษณะกลมเท่ากันทุกด้าน โดยมีจุดศูนย์กลางและรัศมีคงที่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Circle” ในหลายบริบท เช่น วงกลมที่เราวาดในกระดาษ วงกลมบนนาฬิกา หรือแม้กระทั่งในความหมายเปรียบเทียบอย่าง “social circle” ที่หมายถึงกลุ่มเพื่อนหรือแวดวงสังคมที่เราคุ้นเคย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Circle” สามารถแปลได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: วงกลม (รูปทรง): หมายถึงรูปทรงเรขาคณิตที่กลม วงแหวน: อาจหมายถึงวัตถุที่มีลักษณะเป็นวง เช่น แหวน กลุ่ม, แวดวง: ใช้เปรียบเทียบกับกลุ่มคนที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น แวดวงเพื่อนฝูง หรือกลุ่มคนที่ทำงานร่วมกัน ตัวอย่างการใช้งาน “Draw a circle on the paper.” (วาดวงกลมบนกระดาษ) “She’s part of my close circle of friends.” (เธอเป็นส่วนหนึ่งของวงเพื่อนสนิทของฉัน)…

  • "Picture” แปลว่า

    คำว่า “Picture” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “รูปภาพ” หรือ “ภาพถ่าย” ครับ เป็นคำนามที่ใช้เรียกสิ่งที่ปรากฏเป็นภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด ภาพถ่ายจากกล้อง หรือภาพที่สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Picture” หรือ “รูป” กันบ่อยมากครับ เวลาเราไปเที่ยว หรือไปงานสำคัญๆ เรามักจะถ่ายรูปเก็บไว้ แล้วก็อาจจะพูดว่า “ขอ Picture หน่อย” หรือ “เดี๋ยวส่ง Picture ให้ดูนะ” ซึ่งก็หมายถึง การขอถ่ายรูป หรือการส่งรูปภาพให้ดูนั่นเอง นอกจากนี้ เวลาเราพูดถึงภาพในจินตนาการ หรือภาพที่เห็นในหนัง เราก็อาจจะใช้คำว่า “Picture” ได้เช่นกัน เช่น “ลองจินตนาการ Picture ในหัวดูสิ” หรือ “หนังเรื่องนี้มี Picture สวยมาก” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Picture” หมายถึง ภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหวที่มองเห็นได้ ใช้ได้ทั้งรูปภาพที่ถ่ายด้วยกล้อง, รูปวาด, ภาพกราฟิก,…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *