"Terribly” แปลว่า

คำว่า “Terribly” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ในภาษาอังกฤษ ที่มีความหมายหลักๆ คือ “อย่างน่ากลัว”, “อย่างร้ายแรง”, “อย่างมาก” หรือ “อย่างเลวร้าย” ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ค่ะ

ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Terribly” ถูกใช้เพื่อเน้นย้ำถึงความรู้สึกที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นในทางลบ เช่น รู้สึกแย่มากๆ หรือในทางบวกที่อาจจะแฝงความประชดประชันเล็กน้อย หรือใช้เพื่อบอกว่าบางสิ่งบางอย่างนั้น “มากจริงๆ” จนแทบจะทนไม่ไหว หรือไม่สามารถจัดการได้ง่ายๆ ค่ะ

ความหมายและการใช้งาน

“Terribly” มักใช้เพื่อขยายคำกริยา (verb) คำคุณศัพท์ (adjective) หรือคำวิเศษณ์อื่น ๆ เพื่อแสดงระดับที่สูงมาก หรือความรู้สึกที่รุนแรง

ตัวอย่างการใช้งาน

1. แสดงความรู้สึกไม่ดีอย่างมาก:

I feel terribly sorry. (ฉันรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง)

He is terribly ill. (เขาป่วยหนักมาก)

The weather was terribly cold. (อากาศหนาวมากจนแทบจะทนไม่ไหว)

2. แสดงถึงระดับที่มาก (อาจจะแฝงความไม่พอใจหรือไม่สะดวก):

This is terribly inconvenient. (นี่มันไม่สะดวกเอามากๆ เลย)

I’m terribly busy right now. (ตอนนี้ฉันยุ่งมากๆ เลย)

บริบทและการใช้ทั่วไป

คำว่า “Terribly” มักใช้ในภาษาพูดหรือภาษาเขียนที่ไม่เป็นทางการมากนัก เพื่อเน้นย้ำความรู้สึกหรือสถานการณ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องการสื่อถึงความรู้สึกที่รุนแรง หรือระดับที่เกินกว่าปกติค่ะ

“Terribly” ใช้ในความหมายดีๆ ได้ไหม?

ส่วนใหญ่แล้ว “Terribly” มักใช้ในความหมายเชิงลบ หรือเพื่อแสดงระดับที่สูงมาก แต่ในบางครั้งก็อาจถูกใช้ในความหมายเชิงบวกได้เช่นกัน โดยมักจะแฝงความรู้สึกประหลาดใจ หรือเน้นย้ำว่า “มากจริงๆ” เช่น “That’s terribly kind of you.” (คุณใจดีมากๆ เลย) ซึ่งในกรณีนี้ก็เป็นการเน้นย้ำความใจดีให้ดูพิเศษขึ้นไปอีกค่ะ

“Terribly” กับ “Very” ต่างกันอย่างไร?

“Very” เป็นคำที่ใช้บอกระดับที่ “มาก” ทั่วไป แต่ “Terribly” จะให้ความรู้สึกที่รุนแรงกว่า อาจจะแฝงความรู้สึกไม่สบายใจ หรือสถานการณ์ที่ค่อนข้างหนักหน่วงกว่า “Very” ค่ะ

Similar Posts

  • "Sweetness” แปลว่า

    คำว่า “Sweetness” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ความหวาน” ค่ะ เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายรสชาติที่หวานเหมือนน้ำตาล หรือความรู้สึกที่น่ารัก อ่อนโยน น่าเอ็นดู ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะใช้คำว่า “Sweetness” บ่อยๆ ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เวลาพูดถึงรสชาติของขนมหวาน ผลไม้ หรือเครื่องดื่มที่หวานอร่อย หรืออาจจะใช้เพื่ออธิบายลักษณะนิสัยของคน หรือสิ่งของที่ทำให้เรารู้สึกดี อบอุ่นใจ เช่น รอยยิ้มที่หวาน หรือการกระทำที่อ่อนโยน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Sweetness” สามารถแบ่งความหมายหลักๆ ได้ดังนี้: รสชาติ: หมายถึงรสชาติหวานที่เกิดจากน้ำตาล หรือสารให้ความหวานอื่นๆ เช่น ความหวานของน้ำผึ้ง ความหวานของผลไม้สุก ลักษณะนิสัย/อารมณ์: หมายถึงความน่ารัก อ่อนโยน ใจดี หรือมีเสน่ห์ที่ทำให้คนอื่นรู้สึกดี สิ่งของ/บรรยากาศ: หมายถึงสิ่งที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น สบายใจ หรือน่าประทับใจ เช่น เพลงที่ฟังสบาย หรือภาพที่สวยงาม ตัวอย่างการใช้งาน รสชาติ: “The sweetness of the mango…

  • "Safety” แปลว่า

    คำว่า “Safety” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า ความปลอดภัย เป็นการบอกถึงสภาวะที่ปราศจากอันตราย การบาดเจ็บ หรือความเสียหายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกาย จิตใจ หรือทรัพย์สิน ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “Safety” บ่อยครั้งในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและลดความเสี่ยงต่างๆ เช่น เวลาที่เราเห็นป้าย “Safety First” ก็หมายถึง ให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก หรือเมื่อพูดถึง “Road Safety” ก็คือความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน รวมถึงการดูแล “Personal Safety” หรือความปลอดภัยส่วนบุคคล เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะปลอดภัยจากเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ต่างๆ ความหมายและการใช้งาน Safety หมายถึง สภาพที่ปลอดภัย ปราศจากอันตราย หรือความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย การใช้งานคำนี้มักเกี่ยวข้องกับการดำเนินมาตรการ การปฏิบัติตามกฎ หรือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการป้องกันอุบัติเหตุหรือภัยอันตรายต่างๆ ตัวอย่าง ป้ายเตือนตามสถานที่ต่างๆ เช่น “Beware of falling objects” (ระวังวัตถุหล่น) หรือ “No trespassing” (ห้ามบุกรุก) ล้วนเกี่ยวข้องกับหลักการ Safety เพื่อความปลอดภัยของทุกคน บริบทที่พบบ่อย…

  • "Pleasant” แปลว่า

    คำว่า “Pleasant” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “น่าพึงพอใจ” หรือ “สบายใจ” เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดี มีความสุข หรือไม่รู้สึกอึดอัด ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ กลิ่น เสียง หรือแม้กระทั่งลักษณะนิสัยของบุคคล ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Pleasant” เพื่ออธิบายประสบการณ์ที่ดีที่เกิดขึ้นรอบตัว เช่น เมื่อเราไปเที่ยวในสถานที่ที่มีอากาศดี ผู้คนเป็นมิตร หรือได้ทานอาหารอร่อยๆ เราก็อาจจะบอกว่า “It was a pleasant trip.” (เป็นการเดินทางที่น่าพึงพอใจ) หรือถ้าเราเจอใครที่พูดจาดี ยิ้มแย้มแจ่มใส เราก็อาจจะบอกว่า “He has a pleasant personality.” (เขามีบุคลิกที่น่าพึงพอใจ) เป็นคำที่ช่วยให้เราสื่อสารความรู้สึกเชิงบวกได้อย่างง่ายดาย ความหมายและการใช้งาน “Pleasant” หมายถึง สิ่งที่ทำให้รู้สึกดี ทำให้สบายใจ หรือน่าพอใจ โดยทั่วไปใช้กับสิ่งต่างๆ ที่สัมผัสได้หรือรับรู้ได้ และส่งผลให้เกิดความรู้สึกในทางบวก ตัวอย่างการใช้งาน “The weather today is very pleasant.” (อากาศวันนี้สบายมาก)…

  • "time” แปลว่า

    คำว่า “time” เป็นคำภาษาอังกฤษที่มีความหมายหลักว่า “เวลา” ซึ่งเป็นหน่วยวัดที่ใช้บอกลำดับของเหตุการณ์ การดำรงอยู่ หรือช่วงระยะเวลาต่างๆ เราสามารถใช้คำว่า “time” เพื่ออ้างถึงอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต รวมถึงช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจง เช่น เวลาที่นัดหมาย หรือระยะเวลาที่ใช้ในการทำกิจกรรม ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “time” ในหลากหลายบริบท เช่น การถามว่า “กี่โมงแล้ว” (What time is it?) หรือการบอกว่า “ฉันไม่มีเวลา” (I don’t have time) นอกจากนี้ยังใช้ในการวางแผนกิจกรรมต่างๆ เช่น “นัดเจอกันตอน 3 โมงเย็น” (Let’s meet at 3 PM) หรือการพูดถึงช่วงเวลาสำคัญในชีวิต เช่น “ช่วงเวลาที่ดีที่สุด” (the best time) หรือ “เวลาแห่งความสุข” (a happy time) ความหมายและการใช้งาน…

  • "Understanding” แปลว่า

    “Understanding” เป็นคำภาษาอังกฤษที่มีความหมายว่า การเข้าใจ การรับรู้ หรือการตระหนักถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งครอบคลุมถึงความสามารถในการตีความข้อมูล ความรู้สึก หรือสถานการณ์ต่างๆ ให้เกิดความกระจ่างแจ้ง ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Understanding” เพื่อสื่อสารในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราต้องการให้ใครสักคนเข้าใจในมุมมองของเรา หรือเมื่อเราต้องการแสดงออกว่าเราเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังสื่อสารออกมา เช่น “I understand what you mean” (ฉันเข้าใจในสิ่งที่คุณพูด) หรือ “We need to have a better understanding of the situation” (เราจำเป็นต้องมีความเข้าใจในสถานการณ์นี้ให้มากขึ้น) ความหมายและการใช้งาน “Understanding” หมายถึง กระบวนการทางความคิดที่ทำให้เรารับรู้และตีความสิ่งต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล ความรู้สึก หรือสถานการณ์ต่างๆ การเข้าใจที่ดีย่อมนำไปสู่การตัดสินใจและการกระทำที่เหมาะสม บริบทและการใช้งานทั่วไป คำนี้ถูกใช้บ่อยในการสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและความร่วมมือ เช่น การแสดงความเห็นอกเห็นใจ (“I understand your feelings”) หรือการขอความร่วมมือ (“I hope…

  • "Changes” แปลว่า

    คำว่า “Changes” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษ หมายถึง การเปลี่ยนแปลง หรือความเปลี่ยนแปลง เป็นกระบวนการที่สิ่งต่างๆ ไม่คงที่อยู่เหมือนเดิม แต่มีการพัฒนา ปรับปรุง หรือเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอ “Changes” อยู่เสมอ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ทำให้เรารู้สึกร้อนหรือหนาวขึ้น การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ทำให้เรามีอุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัยขึ้น หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงในชีวิตส่วนตัวของเราเอง เช่น การเปลี่ยนงาน การย้ายบ้าน หรือการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ การยอมรับว่าทุกสิ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอจะช่วยให้เราปรับตัวและพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ดียิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Changes” หมายถึง การที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก เช่น การพัฒนาให้ดีขึ้น หรือในเชิงลบ เช่น การเสื่อมถอยลง หรืออาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติโดยไม่มีผลดีผลเสีย การใช้งานในชีวิตประจำวันมักจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ สถานการณ์ หรือสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจจะพูดว่า “The company is going through some major changes this year” เพื่อบอกว่าบริษัทกำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปีนี้ หรือ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *