"Terrible” แปลว่า

คำว่า “Terrible” เป็นคำคุณศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้ในการอธิบายถึงสิ่งที่ไม่ดีอย่างมาก แย่มากๆ หรือน่ากลัวมากๆ โดยมีความหมายที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับความรู้สึกไม่สบายใจไปจนถึงความน่าสะพรึงกลัว

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Terrible” เพื่อแสดงความรู้สึกต่อเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ไม่น่าพอใจ เช่น สภาพอากาศที่เลวร้าย อาหารที่รสชาติแย่มากๆ หรือผลการแข่งขันที่น่าผิดหวัง นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่ออธิบายถึงความเจ็บปวดทางร่างกายหรือจิตใจที่รุนแรงได้ด้วย

ความหมายและการใช้งาน

“Terrible” แปลว่า แย่มาก, เลวร้าย, น่ากลัว, ร้ายแรง ใช้เพื่อเน้นย้ำถึงความไม่ดีในระดับสูง

ตัวอย่าง

สภาพอากาศ: The weather today is terrible. (อากาศวันนี้แย่มาก)

ความรู้สึก: I feel terrible about what happened. (ฉันรู้สึกแย่มากกับสิ่งที่เกิดขึ้น)

คุณภาพ: The movie was terrible. (หนังเรื่องนั้นแย่มาก)

อันตราย: There was a terrible accident. (เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้น)

บริบทการใช้งานทั่วไป

คำนี้มักใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการเน้นย้ำถึงความรู้สึกไม่ดี ความเสียหาย หรืออันตรายที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง

“Terrible” กับ “Bad” ต่างกันอย่างไร?

“Terrible” มีความหมายที่รุนแรงกว่า “Bad” มาก “Bad” ใช้กับสิ่งที่ไม่ดีในระดับทั่วไป แต่ “Terrible” ใช้กับสิ่งที่แย่มากๆ จนถึงขั้นน่ากลัวหรือร้ายแรง

มีคำอื่นที่ใช้แทน “Terrible” ได้ไหม?

มีคำอื่นที่ใกล้เคียงกัน เช่น awful, dreadful, horrible ซึ่งมีความหมายไปในทางเดียวกัน คือ แย่มาก, เลวร้าย, น่ากลัว

Similar Posts

  • "Habit” แปลว่า

    คำว่า “Habit” (แฮบ-บิท) ในภาษาไทยมีความหมายว่า “นิสัย” หรือ “ความเคยชิน” ครับ เป็นการกระทำหรือพฤติกรรมที่เราทำซ้ำๆ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน จนบางครั้งก็ทำไปโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องคิดมาก เราใช้คำว่า Habit ในชีวิตประจำวันบ่อยครั้งครับ เช่น เวลาเราพูดถึงกิจวัตรประจำวันของเราเอง หรือของคนอื่น เช่น “ฉันมี Habit ที่ต้องดื่มกาแฟตอนเช้าทุกวัน” หรือ “เขาพยายามเลิก Habit การสูบบุหรี่” มันคือการบอกเล่าถึงสิ่งที่ทำจนติดเป็นนิสัยนั่นเองครับ ความหมายและการใช้งาน Habit หมายถึง การกระทำที่ทำเป็นประจำจนเป็นนิสัย อาจจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีก็ได้ เป็นการแสดงออกที่เกิดขึ้นซ้ำๆ โดยที่เราอาจจะไม่ได้ตั้งใจคิดถึงมันทุกครั้งที่ทำ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “การออกกำลังกายตอนเช้าเป็น Habit ที่ดีต่อสุขภาพ” “ฉันมี Habit ที่ชอบอ่านหนังสือตอนกลางคืนก่อนนอน” “การเช็คอีเมลทันทีที่ตื่นนอนกลายเป็น Habit ของคนทำงานยุคใหม่ไปแล้ว” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า Habit มักถูกใช้ในบริบทของการปรับปรุงตนเอง การพัฒนาบุคลิกภาพ หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เพราะการจะสร้างหรือเลิกนิสัยใดๆ นั้นต้องอาศัยความเข้าใจในเรื่อง Habit เป็นพื้นฐานครับ…

  • "Action” แปลว่า

    คำว่า “Action” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “การกระทำ” หรือ “การปฏิบัติ” ซึ่งหมายถึงการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การเคลื่อนไหว หรือการแสดงออกเพื่อให้เกิดผลลัพธ์บางอย่าง เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในหลายบริบท ตั้งแต่การแสดงละคร การดำเนินธุรกิจ ไปจนถึงการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Action” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อมีคนพูดว่า “Let’s take action!” ก็หมายถึง “มาลงมือทำกันเถอะ!” หรือในบริบทของภาพยนตร์ เราอาจได้ยินคำว่า “Action movie” ซึ่งก็คือภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นที่มีฉากการต่อสู้ ไล่ล่า หรือการผจญภัยต่างๆ นอกจากนี้ ในการทำงาน เราอาจถูกขอให้ “Take action” ตามแผนที่วางไว้ หรือเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น การตัดสินใจ “take action” อย่างรวดเร็วก็เป็นสิ่งสำคัญ ความหมายและการใช้งาน “Action” หมายถึง การลงมือทำ การปฏิบัติ หรือการแสดงออกเพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถใช้ได้ในหลายความหมายย่อย เช่น การกระทำทางกายภาพ การดำเนินงาน หรือแม้กระทั่งการแสดงออกทางอารมณ์ ตัวอย่างการใช้งาน…

  • "Fall” แปลว่า

    คำว่า “Fall” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ ที่สื่อถึงการเคลื่อนที่ลงสู่ที่ต่ำ หรือการร่วงหล่นลงมา อาจจะเป็นการตกจากที่สูง การล้ม หรือการลดลงของระดับต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Fall” ในหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงสภาพอากาศในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของประเทศทางตะวันตก (Autumn) ที่อากาศเย็นลง ใบไม้เปลี่ยนสีและร่วงหล่น หรือเมื่อพูดถึงการล้มของคน สัตว์ หรือสิ่งของ การตกของราคา หรือแม้กระทั่งการเสื่อมถอยของบางสิ่งบางอย่าง ความหมายและการใช้งาน “Fall” สามารถแปลได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับบริบท: **การตก, การร่วงหล่น:** ใช้กับการที่สิ่งของหล่นลงมาจากที่สูง เช่น A book fell from the shelf. (หนังสือตกจากชั้น) **การล้ม:** ใช้กับการที่คนหรือสัตว์เสียการทรงตัวและล้มลง เช่น He fell down the stairs. (เขาล้มลงบันได) **ฤดูใบไม้ร่วง:** ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน จะใช้คำว่า “Fall” แทน “Autumn” เพื่อหมายถึงฤดูที่อากาศเย็นลง ใบไม้เปลี่ยนสีและร่วงหล่น…

  • "Supportive” แปลว่า

    คำว่า “Supportive” ในภาษาไทยมีความหมายว่า การให้การสนับสนุน, การช่วยเหลือ, การให้กำลังใจ หรือ การเป็นที่พึ่งพา โดยเน้นไปที่การแสดงออกถึงความห่วงใย ความเข้าใจ และการพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นการใช้คำว่า “Supportive” ในหลายบริบท เช่น เพื่อนที่คอยรับฟังปัญหาและให้คำแนะนำที่ดี, ครอบครัวที่พร้อมสนับสนุนการตัดสินใจหรือความฝันของเรา, หรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงานที่คอยช่วยเหลือเมื่อเราติดขัดงาน คำว่า “Supportive” จึงสื่อถึงความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกัน และเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เราก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Supportive” หมายถึง การแสดงออกถึงการสนับสนุน การช่วยเหลือ หรือการให้กำลังใจ ซึ่งสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น การให้คำปรึกษา, การช่วยเหลือด้านการเงิน, การให้กำลังใจทางอารมณ์, หรือเพียงแค่การอยู่เคียงข้างและรับฟัง ตัวอย่างการใช้งาน “เขาเป็นแฟนที่Supportiveมาก คอยให้กำลังใจฉันเสมอเวลาท้อแท้” (He is a very supportive boyfriend, always encouraging me when I’m discouraged.) “การมีครอบครัวที่Supportiveทำให้ฉันมีความมั่นใจที่จะทำตามความฝัน”…

  • "Dimensions” แปลว่า

    “Dimensions” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้ในหลายบริบท แต่โดยทั่วไปแล้วหมายถึง “มิติ” หรือ “ขนาด” ซึ่งสามารถอธิบายได้ทั้งในเชิงกายภาพและเชิงนามธรรม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Dimensions” เมื่อพูดถึงขนาดของสิ่งของต่างๆ เช่น ขนาดของห้อง ขนาดของเฟอร์นิเจอร์ หรือแม้กระทั่งขนาดของบรรจุภัณฑ์เวลาเราซื้อของออนไลน์ เราอาจจะเห็นคำนี้ระบุเป็นความกว้าง ความยาว และความสูง เพื่อให้เราทราบถึงพื้นที่หรือปริมาตรของสิ่งนั้นๆ นอกจากนี้ ในเชิงนามธรรม “Dimensions” ยังสามารถหมายถึงแง่มุมต่างๆ หรือระดับของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น มิติของปัญหาที่ซับซ้อน หรือมิติทางสังคมและวัฒนธรรม Meaning & Usage “Dimensions” หมายถึง การวัดขนาดของสิ่งต่างๆ ซึ่งอาจเป็นความยาว ความกว้าง ความสูง หรือเส้นผ่านศูนย์กลาง ในบริบทที่กว้างขึ้น อาจหมายถึงแง่มุมหรือระดับที่แตกต่างกันของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง Examples เมื่อซื้อตู้เสื้อผ้า อาจมีระบุว่า “Dimensions: 120cm x 60cm x 200cm” ซึ่งหมายถึง ความกว้าง 120 เซนติเมตร ความลึก 60 เซนติเมตร…

  • "Metal” แปลว่า

    คำว่า “Metal” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “โลหะ” ซึ่งหมายถึงธาตุหรือสารประกอบที่โดยทั่วไปแล้วมีความแข็ง มีความมันวาว สามารถนำไฟฟ้าและความร้อนได้ดี และมักจะอยู่ในรูปของแข็งที่อุณหภูมิห้อง (ยกเว้นปรอท) โลหะเป็นวัสดุสำคัญที่มีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวันและอุตสาหกรรมต่างๆ ตั้งแต่อุปกรณ์เครื่องใช้ไปจนถึงโครงสร้างขนาดใหญ่ ในชีวิตประจำวัน เราพบเจอ “Metal” หรือโลหะได้รอบตัว ตั้งแต่เครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น หม้อ กระทะ ช้อนส้อม ไปจนถึงโครงสร้างอาคาร สะพาน รถยนต์ เครื่องบิน หรือแม้แต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ คำว่า “Metal” ยังถูกนำไปใช้ในบริบทอื่นๆ ที่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบ เช่น ในวงการดนตรี “Heavy Metal” หมายถึงแนวเพลงร็อกที่มีจังหวะหนักหน่วง รวดเร็ว และใช้เสียงกีตาร์ที่ดังและดุดัน หรือในภาษาพูดที่อาจหมายถึงความแข็งแกร่ง ทนทาน หรือไม่ยอมอ่อนข้อ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Metal” แปลตรงตัวว่า “โลหะ” ซึ่งเป็นกลุ่มของธาตุที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว เช่น ความแข็ง ความเหนียว การนำไฟฟ้า และการนำความร้อนที่ดี นอกจากนี้ “Metal” ยังถูกใช้เป็นคำทับศัพท์ในวงการดนตรีเพื่อเรียกแนวเพลง “Heavy…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *