"Temporarily” แปลว่า

“Temporarily” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อบอกว่าบางสิ่งบางอย่างจะเกิดขึ้นหรือมีอยู่เพียงชั่วคราว ไม่ได้มีผลถาวร หรือไม่ได้เป็นเช่นนั้นตลอดไป เปรียบเสมือนการบอกว่า “แค่เดี๋ยวนี้” หรือ “ยังไม่ถาวร”

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Temporarily” เพื่ออธิบายสถานการณ์ต่างๆ เช่น การปิดร้านชั่วคราว การปรับปรุงอาคารที่กำลังดำเนินการอยู่ หรือการย้ายที่ทำงานชั่วคราว มันช่วยให้คนเข้าใจว่าสิ่งนั้นๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้นี้ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่จะคงอยู่ตลอดไป

ความหมายและการใช้งาน

“Temporarily” หมายถึง “ชั่วคราว” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงการกระทำหรือสภาวะที่มีระยะเวลาจำกัด ไม่ถาวร

ตัวอย่างการใช้งาน

“The park will be temporarily closed for maintenance.” (สวนสาธารณะจะปิดให้บริการชั่วคราวเพื่อทำการบำรุงรักษา)

“We are staying in a temporarily rented apartment.” (เรากำลังพักอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่เช่าไว้ชั่วคราว)

“Please excuse the mess, we’re temporarily working from home.” (ต้องขออภัยในความไม่เรียบร้อย เรากำลังทำงานจากที่บ้านชั่วคราว)

บริบทที่พบบ่อย

คำนี้มักใช้ในประกาศ, ป้ายเตือน, หรือในการสื่อสารทั่วไปเพื่อแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ถาวร

“Temporarily” ต่างจาก “Permanently” อย่างไร?

“Temporarily” หมายถึง ชั่วคราว มีระยะเวลาจำกัด ในขณะที่ “Permanently” หมายถึง ถาวร จะคงอยู่ตลอดไป

มีคำอื่นที่ใช้แทน “Temporarily” ได้หรือไม่?

ในภาษาไทย เราสามารถใช้คำว่า “ชั่วคราว”, “สักพัก”, “ยังไม่ถาวร” หรือ “ในระยะสั้น” เพื่อสื่อความหมายใกล้เคียงกันได้

Similar Posts

  • "Nephew” แปลว่า

    คำว่า “Nephew” หมายถึง หลานชาย ซึ่งก็คือลูกชายของพี่ชายหรือน้องชายของพ่อแม่ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ลูกของลุง ป้า น้า อา นั่นเอง เป็นคำที่ใช้เรียกความสัมพันธ์ทางเครือญาติในภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Nephew” หรือ “หลานชาย” ในบริบทของการพูดคุยเรื่องครอบครัว การแนะนำญาติ หรือเมื่อพูดถึงสมาชิกในครอบครัว เช่น เมื่อคุณมีพี่ชายหรือน้องชายที่มีลูกชาย คุณก็จะเรียกเด็กคนนั้นว่า “Nephew” ของคุณ หรือเมื่อคุณไปงานรวมญาติ คุณอาจจะได้ยินคนเรียกหลานชายของตนเองว่า “My nephew” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน “Nephew” คือคำนามในภาษาอังกฤษที่ใช้เรียก “หลานชาย” โดยเฉพาะเจาะจงว่าเป็นบุตรชายของพี่ชายหรือน้องชายของบิดาหรือมารดา หรือบุตรชายของพี่สาวหรือน้องสาวของบิดาหรือมารดา (ซึ่งก็คือบุตรของลุง ป้า น้า อา) เป็นคำที่ใช้ระบุความสัมพันธ์ทางเครือญาติที่ชัดเจน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “My sister’s son is my nephew.” (ลูกชายของพี่สาวฉันคือหลานชายของฉัน) หรือ “I’m going to visit…

  • "Cabinet” แปลว่า

    คำว่า “Cabinet” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “คณะรัฐมนตรี” หรือ “ตู้เก็บของ” ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ โดยทั่วไปแล้ว เมื่อพูดถึง “Cabinet” ในทางการเมือง หรือการบริหารประเทศ จะหมายถึงคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรี ซึ่งมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ในอีกความหมายหนึ่ง “Cabinet” อาจหมายถึงตู้ประเภทต่างๆ ที่ใช้สำหรับจัดเก็บสิ่งของ เช่น ตู้เอกสาร ตู้เสื้อผ้า หรือตู้โชว์ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Cabinet” ในบริบททางการเมืองอยู่บ่อยครั้ง เช่น “การปรับคณะ Cabinet” ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงตัวรัฐมนตรี หรือ “การประชุม Cabinet” คือการประชุมของคณะรัฐมนตรีเพื่อตัดสินใจเรื่องสำคัญต่างๆ ของประเทศ ส่วนในความหมายของตู้เก็บของ คำนี้อาจใช้เรียกตู้ประเภทต่างๆ ที่เรามีอยู่ในบ้านหรือที่ทำงาน เช่น “Kitchen Cabinet” คือตู้ในครัว หรือ “Display Cabinet” คือตู้โชว์สินค้า ความหมายและการใช้งาน “Cabinet” โดยทั่วไปแปลว่า “คณะรัฐมนตรี” ซึ่งประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในกระทรวงต่างๆ นอกจากนี้ “Cabinet”…

  • "caution” แปลว่า

    คำว่า “caution” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การเตือน การระมัดระวัง หรือความระแวดระวัง เป็นการบอกให้รู้ว่าควรจะทำอะไรด้วยความรอบคอบ หรือให้ใส่ใจเป็นพิเศษเพื่อป้องกันอันตราย หรือความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “caution” ในหลายสถานการณ์ เช่น ตามป้ายเตือนต่างๆ ที่บอกให้ระวังพื้นเปียก ระวังสะดุด หรือระวังของหล่น หรืออาจจะใช้ในการสื่อสารทั่วไป เช่น “Please exercise caution when crossing the road” แปลว่า “โปรดใช้ความระมัดระวังในการข้ามถนน” เป็นการบอกให้คนฟังตระหนักถึงความปลอดภัยและรอบคอบมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “caution” มีความหมายหลักคือ การเตือนให้ระวัง หรือการแสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัย โดยมักใช้ในบริบทที่อาจมีอันตราย ความเสี่ยง หรือสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ การแสดง “caution” เป็นการบอกให้บุคคลนั้นๆ ชะลอการกระทำ พิจารณาถึงผลที่จะตามมา และดำเนินการด้วยความรอบคอบ ตัวอย่างการใช้งาน 1. ป้ายเตือน: “Caution: Wet Floor” (ระวัง: พื้นเปียก) เป็นการเตือนให้ระวังการลื่นล้ม…

  • "Afraid” แปลว่า

    คำว่า “Afraid” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง อาการรู้สึกกลัว ไม่สบายใจ หรือวิตกกังวลต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Afraid” เพื่ออธิบายความรู้สึกเมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกไม่ปลอดภัย หรือไม่มั่นใจ เช่น การกลัวความสูง กลัวสัตว์บางชนิด หรือแม้แต่กลัวการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในชีวิต บางครั้งเราก็ใช้เพื่อแสดงความไม่แน่ใจหรือไม่กล้าที่จะทำบางสิ่งบางอย่าง เพราะเกรงว่าจะเกิดผลเสียตามมา ความหมายและการใช้งาน “Afraid” เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ที่ใช้อธิบายสภาวะทางอารมณ์ของบุคคลที่กำลังรู้สึกกลัวหรือไม่สบายใจ สามารถใช้ได้ทั้งกับสิ่งที่เป็นรูปธรรม เช่น กลัวผี กลัวงู หรือสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น กลัวความล้มเหลว กลัวการถูกปฏิเสธ ตัวอย่างการใช้งาน ประโยคตัวอย่าง: I’m afraid of heights. (ฉันกลัวความสูง) She is afraid to speak in public. (เธอไม่กล้าพูดในที่สาธารณะ) Are you afraid of the dark?…

  • "Experimenting” แปลว่า

    คำว่า “Experimenting” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า การทดลอง หรือ การลองทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อค้นหาผลลัพธ์ หรือเพื่อเรียนรู้บางสิ่งบางอย่าง เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการสังเกต การตั้งสมมติฐาน และการลงมือปฏิบัติเพื่อตรวจสอบว่าสมมติฐานนั้นถูกต้องหรือไม่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Experimenting” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น การลองทำอาหารสูตรใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน หรือการลองใช้แอปพลิเคชันใหม่ๆ ที่เพิ่งออกมา เพื่อดูว่ามันมีประโยชน์หรือใช้งานง่ายแค่ไหน หรือแม้แต่ในการทำงานที่ต้องคิดค้นหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหา หรือพัฒนางานให้ดีขึ้น การ “Experimenting” เป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้และการเติบโต ทำให้เราได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Experimenting” หมายถึง การกระทำที่มุ่งเน้นไปที่การทดสอบ การสำรวจ หรือการลองทำสิ่งต่างๆ โดยไม่มีความแน่ใจในผลลัพธ์ที่แน่นอน เพื่อที่จะได้เรียนรู้ หรือค้นพบข้อมูลใหม่ๆ ซึ่งอาจเป็นการทดลองในทางวิทยาศาสตร์ การทดลองในเชิงความคิดสร้างสรรค์ หรือแม้แต่การลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างการใช้งาน นักวิทยาศาสตร์กำลัง experimenting กับสารเคมีชนิดใหม่เพื่อหายารักษาโรค เด็กๆ ชอบ experimenting กับสีสันต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์ภาพวาด ผมกำลัง experimenting กับการแต่งตัวสไตล์ใหม่ๆ เพื่อดูว่าแบบไหนเข้ากับตัวเองที่สุด…

  • "Delivery” แปลว่า

    คำว่า “Delivery” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้กันแพร่หลายในภาษาไทย หมายถึง การจัดส่ง การนำส่ง หรือการส่งมอบสิ่งของ สินค้า หรือบริการ จากผู้ส่งไปยังผู้รับ โดยทั่วไปแล้วมักจะเกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าจากร้านค้าหรือผู้ขายไปยังลูกค้าที่บ้านหรือที่อยู่ที่ระบุ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Delivery” ในบริบทของการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ หรือสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น “สั่งพิซซ่ามา Delivery” หรือ “รอ Delivery อาหารเย็น” นอกจากนี้ยังใช้กับการส่งเอกสาร พัสดุ หรือแม้กระทั่งบริการส่งคนไปรับ-ส่งตามสถานที่ต่างๆ ก็อาจเรียกว่าเป็น Delivery ได้เช่นกัน เป็นคำที่สื่อสารได้ตรงไปตรงมาและเข้าใจง่ายว่าเป็นการขนส่งสิ่งของไปให้ถึงมือผู้รับ ความหมายและการใช้งาน Delivery โดยพื้นฐานแล้วคือ กระบวนการนำส่งสิ่งของจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยมีผู้รับผิดชอบในการขนส่งนั้นๆ ในบริบทของการค้าขาย หมายถึงการส่งสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อไปยังที่อยู่ของลูกค้า อาจเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เสื้อผ้า หรือสินค้าอื่นๆ ที่สามารถขนส่งได้ ตัวอย่างการใช้งาน “วันนี้มี Delivery อาหารทะเลสดๆ มาส่งที่บ้าน” “ลองสั่งของออนไลน์มาดู เห็นว่ามีบริการ Delivery ถึงหน้าประตู” “บริษัทนี้มีบริการ Delivery ส่งเอกสารด่วนทั่วกรุงเทพฯ” บริบทและการใช้งานทั่วไป…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *