"sufficient” แปลว่า

คำว่า “sufficient” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “เพียงพอ” หรือ “พอเพียง” เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายว่ามีปริมาณ คุณภาพ หรือระดับที่เหมาะสม ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป สามารถตอบสนองความต้องการหรือวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ได้

ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “sufficient” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราพูดถึงปริมาณอาหารที่พอทานแล้ว หรือเมื่อเราพูดถึงเวลาที่มีเพียงพอสำหรับการทำงานบางอย่าง หรือแม้กระทั่งเมื่อเราต้องการบอกว่ามีทรัพยากรที่เพียงพอสำหรับการดำเนินโครงการ ตัวอย่างเช่น หากมีเงินเพียงพอสำหรับการซื้อของที่ต้องการ เราก็อาจจะพูดว่า “I have sufficient funds for this.” (ฉันมีเงินเพียงพอสำหรับสิ่งนี้)

ความหมายและการใช้งาน

“Sufficient” หมายถึง การมีมากพอที่จะตอบสนองความต้องการหรือบรรลุวัตถุประสงค์ ใช้ได้กับทั้งปริมาณ สิ่งของ คุณสมบัติ หรือแม้กระทั่งความสามารถ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “We have sufficient time to finish the project.” (เรามีเวลาเพียงพอที่จะทำงานนี้ให้เสร็จ)
  • “Is this amount of water sufficient for the recipe?” (น้ำปริมาณนี้เพียงพอสำหรับสูตรอาหารหรือไม่?)
  • “The evidence presented was sufficient to convict the suspect.” (หลักฐานที่นำเสนอเพียงพอที่จะตัดสินว่าผู้ต้องหามีความผิด)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “sufficient” มักถูกใช้ในบริบทที่เป็นทางการ เช่น ในเอกสารทางกฎหมาย รายงานทางธุรกิจ หรือการอธิบายข้อกำหนดต่างๆ แต่ก็สามารถใช้ในบทสนทนาทั่วไปได้เช่นกัน เพื่อสื่อถึงความพอเพียงในระดับที่เหมาะสม

คำถามที่พบบ่อย

“Sufficient” ต่างจาก “Enough” อย่างไร?

แม้ว่า “sufficient” และ “enough” จะมีความหมายใกล้เคียงกันคือ “เพียงพอ” แต่ “sufficient” มักให้ความรู้สึกที่เป็นทางการกว่าและเน้นที่การตอบสนองความต้องการหรือเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ในขณะที่ “enough” เป็นคำที่ใช้ทั่วไปมากกว่าและอาจมีความหมายที่ยืดหยุ่นกว่า

ต้องใช้ “sufficient” กับคำนามประเภทใดบ้าง?

“Sufficient” สามารถใช้กับคำนามได้หลากหลายประเภท ทั้งคำนามนับได้และนับไม่ได้ เช่น sufficient food (อาหารเพียงพอ), sufficient resources (ทรัพยากรเพียงพอ), sufficient information (ข้อมูลเพียงพอ), sufficient evidence (หลักฐานเพียงพอ)

Similar Posts

  • "Woolen” แปลว่า

    “Woolen” แปลว่า “ที่ทำจากขนสัตว์” หรือ “ที่เกี่ยวข้องกับขนสัตว์” ครับ เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายสิ่งของที่ผลิตขึ้นจากขนแกะ ขนแพะ ขนกระต่าย หรือขนสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่นำมาผ่านกระบวนการปั่นและทอจนเป็นผืนผ้าหรือเส้นใย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “woolen” บ่อยๆ ในบริบทของเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เช่น เสื้อกันหนาว (woolen sweater), ผ้าพันคอ (woolen scarf), หมวก (woolen hat) หรือแม้แต่ผ้าห่ม (woolen blanket) ที่ให้ความอบอุ่นเป็นพิเศษในช่วงอากาศเย็นๆ นอกจากนี้ยังอาจพบในผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำจากขนสัตว์ เช่น พรม (woolen carpet) หรือแม้แต่ของเล่นบางชนิดที่ตกแต่งด้วยขนสัตว์ ความหมายและการใช้งาน “Woolen” หมายถึง สิ่งที่ทำจากขนสัตว์ หรือมีคุณสมบัติของขนสัตว์ โดยทั่วไปจะให้ความรู้สึกถึงความอบอุ่น นุ่ม และทนทาน เป็นวัสดุธรรมชาติที่นิยมนำมาใช้ผลิตเสื้อผ้าและเครื่องใช้ต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน A warm woolen coat will keep you comfortable…

  • "Expense” แปลว่า

    คำว่า “Expense” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ค่าใช้จ่าย” หรือ “รายจ่าย” ครับ เป็นคำที่ใช้เรียกถึงจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายออกไปเพื่อซื้อสินค้า บริการ หรือเพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าสาธารณูปโภค หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอคำว่า “Expense” ได้บ่อยครั้งในการวางแผนการเงิน การทำบัญชีรายรับรายจ่าย หรือแม้กระทั่งเวลาที่เราไปซื้อของตามร้านค้าต่างๆ เช่น เวลาที่เราเห็นใบเสร็จรับเงิน ก็จะมีรายการ “Expense” หรือค่าใช้จ่ายต่างๆ ระบุอยู่ หรือเวลาที่เราพูดคุยเกี่ยวกับการบริหารเงิน เราอาจจะพูดว่า “ต้องควบคุม Expense ในแต่ละเดือนให้ดี” ซึ่งก็หมายถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมนั่นเองครับ ความหมายและการใช้งาน “Expense” หมายถึง ค่าใช้จ่าย หรือ รายจ่าย เป็นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายออกไปเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการ หรือเพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ อาจเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าใช้จ่ายในการทำงาน หรือค่าใช้จ่ายทางธุรกิจก็ได้ ตัวอย่างการใช้งาน “My monthly expense for food is quite high.”…

  • "Distinguish” แปลว่า

    คำว่า “Distinguish” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า การแยกแยะ การจำแนก หรือการทำให้แตกต่าง ซึ่งหมายถึงกระบวนการในการมองเห็นหรือระบุความแตกต่างระหว่างสิ่งสองสิ่งหรือมากกว่านั้น ทำให้เราสามารถเข้าใจและจัดหมวดหมู่สิ่งต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Distinguish” หรือความหมายของมันอยู่เสมอ เช่น เมื่อเราพยายามแยกแยะระหว่างรสชาติของอาหารสองชนิดที่คล้ายกัน หรือเมื่อเราพยายามแยกแยะระหว่างคนสองคนที่หน้าตาคล้ายกัน หรือแม้กระทั่งเมื่อเราพยายามแยกแยะระหว่างข้อมูลที่ถูกต้องและข้อมูลที่ผิดบนอินเทอร์เน็ต การแยกแยะนี้ช่วยให้เราตัดสินใจและเข้าใจโลกรอบตัวได้ดีขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Distinguish” หมายถึง การทำให้เห็นความแตกต่าง การแยกแยะความเหมือนและความต่าง หรือการทำให้โดดเด่นจนเป็นที่สังเกตได้ ในบริบททั่วไป เราอาจใช้เพื่ออธิบายถึงความสามารถในการมองเห็นความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ที่คนอื่นอาจมองข้ามไป หรือใช้เพื่ออธิบายถึงคุณสมบัติที่ทำให้สิ่งหนึ่งแตกต่างจากสิ่งอื่นอย่างชัดเจน ตัวอย่างการใช้งาน เราสามารถใช้ “Distinguish” ในประโยคเช่น “It can be difficult to distinguish between the two similar shades of blue.” (มันอาจจะยากที่จะแยกแยะระหว่างเฉดสีฟ้าสองเฉดที่คล้ายกันมาก) หรือ “Her unique style helps her distinguish…

  • "Goodbye” แปลว่า

    คำว่า “Goodbye” เป็นคำทักทายที่ใช้เมื่อต้องการบอกลา หรือสิ้นสุดการสนทนา เป็นการแสดงออกถึงการจากกัน โดยทั่วไปแล้วมักใช้ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการมากนัก หรือเมื่อต้องการแสดงความสุภาพเมื่อต้องแยกจากกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Goodbye” บ่อยครั้ง ทั้งจากการพูดคุยกับเพื่อนฝูง คนรู้จัก หรือแม้แต่ในภาพยนตร์ เพลง หรือสื่อต่างๆ การใช้คำนี้แสดงถึงการสิ้นสุดการพบปะ หรือการจากลาอย่างเป็นมิตร บางครั้งก็ใช้เพื่อบอกลาในตอนท้ายของวัน หรือเมื่อต้องเดินทางไปไหนสักแห่ง ความหมายและการใช้งาน “Goodbye” หมายถึง การบอกลา หรือการอำลา เป็นคำที่ใช้เพื่อแสดงว่าเรากำลังจะจากไป หรือสิ้นสุดการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น สามารถใช้ได้ทั้งในสถานการณ์ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ แต่ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ในบริบทที่ค่อนข้างเป็นกันเองมากกว่า ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเพื่อนกลับบ้าน: “โอเค เจอกันพรุ่งนี้นะ Goodbye!” เมื่อวางสายโทรศัพท์: “ดีใจที่ได้คุยนะ Goodbye!” เมื่อออกจากร้าน: “ขอบคุณมากครับ Goodbye!” บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “Goodbye” เป็นคำสากลที่เข้าใจกันได้ทั่วโลก แม้ว่าในภาษาไทยเราจะมีคำว่า “ลาก่อน” หรือ “สวัสดี” (เมื่อใช้ในการลา) แต่ “Goodbye” ก็ยังคงถูกนำมาใช้ในภาษาไทยอยู่บ้าง โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่คุ้นเคยกับการใช้ภาษาอังกฤษ หรือในบริบทที่ต้องการความรู้สึกที่ทันสมัยและเป็นสากลมากขึ้น FAQ…

  • "Crave” แปลว่า

    คำว่า “Crave” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การอยากได้ หรือ โหยหาอย่างรุนแรง เป็นความรู้สึกที่ต้องการบางสิ่งบางอย่างมากจนแทบจะทนไม่ไหว ไม่ใช่แค่อยากได้ธรรมดา แต่เป็นความอยากที่เข้มข้นและเร่งด่วนกว่านั้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Crave” เมื่อรู้สึกอยากกินอาหารบางอย่างมากๆ เช่น อยากกินช็อกโกแลตทั้งที่เพิ่งกินข้าวไป หรืออาจจะใช้กับสิ่งที่นอกเหนือจากอาหารก็ได้ เช่น อยากไปเที่ยวทะเลมากๆ หรือโหยหาการพักผ่อนหลังจากทำงานหนักมานาน เป็นความรู้สึกที่แสดงออกถึงความต้องการที่ลึกซึ้งและชัดเจน ความหมายและการใช้งาน “Crave” หมายถึง การปรารถนาอย่างแรงกล้า หรือ การโหยหาอย่างมาก มักใช้เมื่อต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษจนรู้สึกว่าขาดไม่ได้ หรือต้องการอย่างเร่งด่วน ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “I crave chocolate after a long day at work.” (ฉันโหยหาช็อกโกแลตมากหลังจากทำงานมาทั้งวัน) หรือ “She craves the feeling of being by the sea.” (เธอโหยหาความรู้สึกของการได้อยู่ริมทะเล) บริบทที่ใช้บ่อย คำนี้มักใช้ในบริบทที่แสดงถึงความต้องการที่เข้มข้น อาจเป็นความอยากอาหารที่เจาะจง…

  • "Snowy” แปลว่า

    คำว่า “Snowy” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ แปลว่า ปกคลุมไปด้วยหิมะ หรือ มีหิมะตก ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Snowy” เพื่ออธิบายสภาพอากาศหรือทิวทัศน์ในช่วงฤดูหนาวที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ เช่น เมื่อพูดถึงวันหยุดพักผ่อนที่ภูเขาที่มีหิมะตกเยอะๆ หรือเมื่อเห็นทุ่งหญ้าขาวโพลนไปด้วยเกล็ดหิมะ ความหมายและการใช้งาน “Snowy” ใช้เพื่อบอกว่ามีหิมะอยู่ หรือมีหิมะปกคลุมอยู่ เช่น “a snowy day” หมายถึง วันที่มีหิมะตก หรือ “a snowy landscape” หมายถึง ทิวทัศน์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ตัวอย่าง The mountains looked beautiful in the snowy weather. (ภูเขามีทิวทัศน์ที่สวยงามในสภาพอากาศที่มีหิมะตก) We had a snowy morning, perfect for staying indoors. (เรามีเช้าที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ เหมาะสำหรับการอยู่บ้าน) บริบท / การใช้งานทั่วไป คำว่า…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *