"Subtracted” แปลว่า

“Subtracted” แปลว่าอะไร?

“Subtracted” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ หมายถึง การลบออก การหักออก หรือการลดจำนวนลง เมื่อเราพูดถึงการ “subtracted” สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็คือการนำสิ่งนั้นออกไป ทำให้จำนวนหรือปริมาณลดน้อยลงไปจากเดิม

ความหมายและการใช้งาน

โดยทั่วไปแล้ว “subtracted” ใช้ในบริบทของการคำนวณทางคณิตศาสตร์ เช่น การลบเลข แต่ก็สามารถนำไปใช้ในความหมายที่กว้างขึ้นได้ หมายถึงการเอาบางสิ่งออกไปจากกลุ่ม จากรายการ หรือจากสถานการณ์ ทำให้สิ่งนั้นน้อยลงหรือไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม

ตัวอย่างการใช้งาน

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “subtracted” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น

  • “The discount was subtracted from the total price.” (ส่วนลดถูกหักออกจากราคาทั้งหมด)
  • “His contribution was subtracted due to lateness.” (การมีส่วนร่วมของเขาถูกหักคะแนนเนื่องจากมาสาย)
  • “The negative elements were subtracted from the plan.” (องค์ประกอบเชิงลบถูกลบออกจากแผน)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “subtracted” มักพบในบริบทที่เกี่ยวกับการคำนวณ การประเมิน หรือการปรับลดค่าต่างๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องหรือเหมาะสมกับสถานการณ์

“Subtracted” หมายถึงอะไรในทางคณิตศาสตร์?

ในทางคณิตศาสตร์ “subtracted” หมายถึง การกระทำการลบ โดยนำจำนวนหนึ่งไปลบออกจากอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อหาผลต่าง

มีคำอื่นที่ใกล้เคียงกับ “subtracted” หรือไม่?

คำที่ใกล้เคียงในภาษาอังกฤษ ได้แก่ “deducted”, “removed”, “taken away” ซึ่งมีความหมายเกี่ยวกับการหักออกหรือเอาออกเช่นกัน

Similar Posts

  • "Collected” แปลว่า

    คำว่า “Collected” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ที่ถูกรวบรวม” หรือ “ที่เก็บรวบรวมไว้” สามารถใช้ได้กับสิ่งของ ข้อมูล หรือแม้กระทั่งอารมณ์ความรู้สึกที่ถูกรวมเข้าไว้ด้วยกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Collected” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงคอลเลกชันของสะสมที่เจ้าของได้รวบรวมไว้ หรือข้อมูลที่ถูกรวบรวมเพื่อนำไปวิเคราะห์ หรือแม้กระทั่งการแสดงออกทางอารมณ์ที่ดูสงบ ไม่ตื่นตระหนก ก็อาจจะถูกอธิบายว่า “collected” ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Collected” เป็นรูปของกริยาช่อง 3 (Past Participle) ของกริยา “collect” ซึ่งแปลว่า รวบรวม เก็บ หรือสะสม เมื่อนำมาใช้เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective) จะขยายความหมายของคำนามที่อยู่ข้างหน้าว่า “ถูกรวบรวม” หรือ “ที่ได้รวบรวมไว้แล้ว” ตัวอย่างการใช้งาน 1. Collected works: ผลงานที่ถูกรวบรวมไว้ เช่น “The collected works of Shakespeare” หมายถึง รวมผลงานทั้งหมดของเชกสเปียร์ 2….

  • "Phase” แปลว่า

    คำว่า “Phase” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ระยะ” หรือ “ช่วง” โดยทั่วไปแล้ว ใช้เพื่ออธิบายถึงส่วนหนึ่งของกระบวนการที่เกิดขึ้นเป็นขั้นตอน หรือส่วนหนึ่งของวงจรที่ต่อเนื่องกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Phase” บ่อยครั้งในบริบทที่หลากหลาย เช่น ในโครงการต่างๆ ที่แบ่งออกเป็นหลายๆ เฟส หรือในวงจรชีวิตของสิ่งต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลา ตัวอย่างเช่น นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อาจจะแบ่งการก่อสร้างออกเป็นเฟสต่างๆ เพื่อให้การจัดการโครงการเป็นไปอย่างมีระบบ หรือในการพัฒนาซอฟต์แวร์ ก็อาจจะมีการแบ่งการพัฒนาออกเป็นเฟสๆ เพื่อให้สามารถตรวจสอบและปรับปรุงได้อย่างต่อเนื่อง ความหมายและการใช้งาน “Phase” หมายถึง ช่วงเวลาหรือขั้นตอนที่ชัดเจนภายในกระบวนการที่ใหญ่กว่า หรือภายในวงจรที่เกิดขึ้นซ้ำๆ กัน เป็นการแบ่งสิ่งต่างๆ ออกเป็นส่วนย่อยๆ ที่สามารถจัดการหรือทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน ในโครงการสร้างตึก การก่อสร้างจะถูกแบ่งออกเป็นหลายphase เช่น Phase 1 คือ การเตรียมพื้นที่และวางรากฐาน, Phase 2 คือ การก่อสร้างโครงสร้างหลัก, และ Phase 3 คือ การตกแต่งภายใน ในการประชุมเรื่องการตลาด ผู้จัดการอาจจะกล่าวว่า “เรากำลังอยู่ในphase สุดท้ายของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่…

  • "Moment” แปลว่า

    คำว่า “Moment” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ช่วงเวลา สภาวะ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งที่ค่อนข้างสั้น หรือเป็นจุดสำคัญที่น่าจดจำ สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายที่เป็นรูปธรรม เช่น ช่วงเวลาที่เรากำลังทำกิจกรรมบางอย่าง หรือในความหมายที่เป็นนามธรรม เช่น ช่วงเวลาแห่งความสุข หรือช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Moment” เพื่ออธิบายถึงประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เรากำลังประสบอยู่ หรือที่เพิ่งผ่านมา เช่น “It was a beautiful moment” (มันเป็นช่วงเวลาที่สวยงาม) หรือ “Wait for a moment” (รอสักครู่) เราอาจจะพูดถึง “making a moment” คือการสร้างความทรงจำที่ดี หรือ “cherish the moment” คือการทะนุถนอมช่วงเวลาที่มีความสุขนั้นไว้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในบริบทที่กว้างขึ้น เช่น “a moment of crisis” (ช่วงเวลาวิกฤต) หรือ “a moment of realization”…

  • "Cold” แปลว่า

    คำว่า “Cold” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “ความหนาวเย็น” หรือ “อุณหภูมิต่ำ” ครับ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่หนาวเย็น หรือความรู้สึกเย็นเมื่อสัมผัสสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Cold” ในหลายบริบทครับ เช่น เวลาพูดถึงสภาพอากาศที่อากาศเย็นจนรู้สึกหนาว ก็จะบอกว่า “It’s cold today” หรือเมื่อจับสิ่งของแล้วรู้สึกเย็น ก็จะบอกว่า “This glass is cold” นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น ความรู้สึกที่ไม่เป็นมิตร หรือความสัมพันธ์ที่ห่างเหิน ก็อาจจะใช้คำว่า “cold” บรรยายได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Cold” แปลว่า “เย็น” หรือ “หนาว” ใช้ได้ทั้งกับอุณหภูมิของอากาศ วัตถุ หรือแม้กระทั่งความรู้สึกของคน ตัวอย่างการใช้งาน อากาศ: “The weather is cold in winter.” (อากาศหนาวในฤดูหนาว) สิ่งของ:…

  • "Patch” แปลว่า

    คำว่า “Patch” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “แผ่นแปะ” หรือ “ส่วนที่นำมาปะติดปะต่อ” เพื่อแก้ไข ซ่อมแซม หรือปรับปรุงบางสิ่งบางอย่างให้ดีขึ้น โดยทั่วไปแล้วมักจะใช้ในบริบทของการแก้ไขข้อผิดพลาด การอัปเดต หรือการเสริมประสิทธิภาพ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอกับคำว่า “Patch” ในหลายสถานการณ์ เช่น เวลาที่ซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันที่เราใช้มีปัญหา ผู้พัฒนาอาจจะออก “Patch” มาเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นๆ หรือเวลาที่เราเห็นเสื้อผ้าที่มีการปะชุน เราก็อาจจะเรียกว่า “Patch” ได้เช่นกัน นอกจากนี้ ในวงการเกม ก็มีการใช้ “Patch” เพื่ออัปเดตหรือปรับสมดุลของเกมอยู่เสมอ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Patch” หมายถึง ชิ้นส่วนที่ใช้ในการซ่อมแซมหรือเสริม เช่น แผ่นปะสำหรับเสื้อผ้าหรือยางรถยนต์ ในทางเทคโนโลยี “Patch” หมายถึง ชุดคำสั่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด (bug) หรือเพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆ ให้กับโปรแกรมหรือระบบปฏิบัติการ ตัวอย่างการใช้งาน ซอฟต์แวร์: “บริษัทได้ปล่อย Patch ใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยของระบบ” เสื้อผ้า: “เสื้อยีนส์ตัวนี้มี Patch ลายเท่ๆ ติดอยู่”…

  • "พรั่นพรึง” แปลว่า

    คำว่า “พรั่นพรึง” เป็นคำกริยาในภาษาไทย หมายถึง อาการที่รู้สึกหวาดกลัวอย่างจับใจ หวาดหวั่นจนใจสั่น หรือรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากเมื่อเผชิญกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่น่ากลัว หรืออาจทำให้เกิดอันตรายได้ เป็นความรู้สึกที่เกินกว่าแค่ความกลัวธรรมดา มักจะมีความรู้สึกปนมาด้วยคือความไม่แน่นอน ความกังวล และความรู้สึกว่าอาจเกิดสิ่งร้ายแรงขึ้น ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้คำว่า “พรั่นพรึง” ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างรุนแรง เช่น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยอันตรายที่คาดไม่ถึง หรือเมื่อได้ยินเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวมากๆ เช่น การเผชิญหน้ากับสัตว์ป่าดุร้าย การอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายถึงชีวิต หรือแม้กระทั่งการได้ยินข่าวร้ายที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง คนที่รู้สึก “พรั่นพรึง” มักจะมีอาการแสดงออกทางร่างกาย เช่น ตัวสั่น หน้าซีด ใจเต้นแรง เหงื่อออก เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน ความหมาย: รู้สึกหวาดกลัวอย่างจับใจ หวาดหวั่น ไม่สบายใจอย่างมาก การใช้งาน: ใช้บรรยายความรู้สึกกลัวที่รุนแรงและฉับพลัน มักเกิดจากสถานการณ์ที่คุกคามหรือน่าตกใจ ตัวอย่าง เมื่อเห็นงูเห่าเลื้อยเข้ามาในบ้าน ทุกคนก็รู้สึกพรั่นพรึงจนทำอะไรไม่ถูก ข่าวการเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ทำให้ผู้คนในละแวกนั้นรู้สึกพรั่นพรึงถึงความปลอดภัย เขาพรั่นพรึงกับอนาคตที่ไม่แน่นอนหลังจากตกงาน บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “พรั่นพรึง” มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความกลัวอย่างรุนแรง สถานการณ์ที่อันตราย ภัยพิบัติ หรือเรื่องราวที่น่าสะเทือนขวัญ ทำให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านรู้สึกถึงความน่ากลัวและความไม่สบายใจที่ตัวละครหรือผู้บรรยายกำลังประสบอยู่ คำว่า…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *