"Subtracted” แปลว่า

“Subtracted” แปลว่าอะไร?

“Subtracted” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ หมายถึง การลบออก การหักออก หรือการลดจำนวนลง เมื่อเราพูดถึงการ “subtracted” สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็คือการนำสิ่งนั้นออกไป ทำให้จำนวนหรือปริมาณลดน้อยลงไปจากเดิม

ความหมายและการใช้งาน

โดยทั่วไปแล้ว “subtracted” ใช้ในบริบทของการคำนวณทางคณิตศาสตร์ เช่น การลบเลข แต่ก็สามารถนำไปใช้ในความหมายที่กว้างขึ้นได้ หมายถึงการเอาบางสิ่งออกไปจากกลุ่ม จากรายการ หรือจากสถานการณ์ ทำให้สิ่งนั้นน้อยลงหรือไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม

ตัวอย่างการใช้งาน

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “subtracted” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น

  • “The discount was subtracted from the total price.” (ส่วนลดถูกหักออกจากราคาทั้งหมด)
  • “His contribution was subtracted due to lateness.” (การมีส่วนร่วมของเขาถูกหักคะแนนเนื่องจากมาสาย)
  • “The negative elements were subtracted from the plan.” (องค์ประกอบเชิงลบถูกลบออกจากแผน)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “subtracted” มักพบในบริบทที่เกี่ยวกับการคำนวณ การประเมิน หรือการปรับลดค่าต่างๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องหรือเหมาะสมกับสถานการณ์

“Subtracted” หมายถึงอะไรในทางคณิตศาสตร์?

ในทางคณิตศาสตร์ “subtracted” หมายถึง การกระทำการลบ โดยนำจำนวนหนึ่งไปลบออกจากอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อหาผลต่าง

มีคำอื่นที่ใกล้เคียงกับ “subtracted” หรือไม่?

คำที่ใกล้เคียงในภาษาอังกฤษ ได้แก่ “deducted”, “removed”, “taken away” ซึ่งมีความหมายเกี่ยวกับการหักออกหรือเอาออกเช่นกัน

Similar Posts

  • "Thanks You” แปลว่า

    คำว่า “Thank you” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงความรู้สึกขอบคุณอย่างตรงไปตรงมา เป็นคำพูดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกเมื่อต้องการแสดงความซาบซึ้งในบุญคุณ ความช่วยเหลือ หรือสิ่งดีๆ ที่ได้รับจากผู้อื่น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Thank you” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อมีคนยื่นของให้ เมื่อมีคนช่วยเหลือเราในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือแม้กระทั่งเมื่อได้รับบริการที่ดีจากพนักงานร้านค้า การกล่าว “Thank you” เป็นการแสดงออกถึงมารยาทที่ดีและสร้างความรู้สึกดีๆ ระหว่างผู้ให้และผู้รับ ความหมายและการใช้งาน “Thank you” แปลตรงตัวว่า “ขอบคุณ” เป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกขอบคุณต่อบุคคลที่ได้กระทำการบางอย่างที่เป็นประโยชน์หรือน่าพอใจต่อผู้พูด ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือ การให้ของขวัญ การให้ข้อมูล หรือแม้กระทั่งการแสดงความมีน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อมีคนช่วยเปิดประตูให้: “Thank you!” เมื่อได้รับของฝาก: “Thank you for the gift!” เมื่อได้รับคำแนะนำที่ดี: “Thank you for your advice.” เมื่อทานอาหารเสร็จและพนักงานเก็บจานให้: “Thank you.” บริบทและการใช้งานทั่วไป “Thank…

  • "Expires” แปลว่า

    คำว่า “Expires” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “หมดอายุ” หรือ “สิ้นสุดลง” เป็นคำที่ใช้บอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป หรือไม่สามารถใช้งานได้หลังจากวันที่ที่กำหนด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Expires” ได้บ่อยครั้ง โดยเฉพาะกับสินค้าที่ต้องมีการบริโภค หรือบริการที่มีระยะเวลาจำกัด เช่น วันหมดอายุของอาหาร ยา หรือแม้แต่โปรโมชั่นต่างๆ ที่มีกำหนดเวลา หากสินค้าหรือบริการนั้นหมดอายุแล้ว ก็จะไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกต่อไป การสังเกตวันที่ “Expires” จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อความปลอดภัยและประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Expires” ใช้เพื่อระบุเวลาที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งจะสิ้นสุดลงหรือไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป โดยทั่วไปจะใช้กับ: สินค้า: เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง ที่มีวันหมดอายุ เอกสาร: เช่น บัตรประชาชน ใบขับขี่ หนังสือเดินทาง ที่มีวันสิ้นอายุ สิทธิ์การใช้งาน: เช่น สิทธิ์การเข้าถึงบริการ โปรโมชั่น คูปองส่วนลด ที่มีกำหนดเวลา สัญญา: เช่น สัญญาเช่า สัญญาบริการ ที่มีวันสิ้นสุด ตัวอย่างการใช้งาน เราจะเห็นคำว่า…

  • "Chill” แปลว่า

    คำว่า “Chill” เป็นคำสแลงภาษาอังกฤษที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน หมายถึง การผ่อนคลาย สบายๆ ไม่เร่งรีบ หรือการทำตัวให้สบายๆ อยู่ในสภาวะที่สงบสุข ไม่มีความเครียด หรือความกดดันใดๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Chill” ถูกนำมาใช้ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อมีคนชวนไปทำกิจกรรมสบายๆ ก็อาจจะพูดว่า “ไป Chill กันไหม” หรือเมื่อรู้สึกเหนื่อยๆ ต้องการพักผ่อน ก็อาจจะบอกว่า “ขอนั่ง Chill อยู่บ้านเฉยๆ” นอกจากนี้ยังใช้บรรยายถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เช่น “ร้านกาแฟร้านนี้บรรยากาศดี น่านั่ง Chill มาก” หรือใช้พูดถึงอารมณ์ของคน เช่น “เขาเป็นคน Chill ๆ ชิลๆ ไม่ค่อยคิดมาก” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน โดยหลักๆ แล้ว “Chill” สื่อถึงสภาวะที่ปราศจากความตึงเครียด การเร่งรีบ หรือความกังวล เป็นการปล่อยใจให้สบายๆ อยู่กับปัจจุบัน หรือทำกิจกรรมที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เช่น การฟังเพลง ดูหนัง อ่านหนังสือ…

  • "Professional” แปลว่า

    คำว่า “Professional” แปลว่า มีความเป็นมืออาชีพ มีความเชี่ยวชาญ มีทักษะ และปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมในสายงานหรือบทบาทหน้าที่ที่รับผิดชอบ เป็นการบ่งบอกถึงคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความน่าเชื่อถือในการทำงาน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Professional” ถูกนำไปใช้ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เวลาพูดถึงการทำงานที่ต้องมีความรับผิดชอบสูง การบริการลูกค้าที่ประทับใจ หรือแม้แต่การแต่งกายที่สุภาพเรียบร้อยตามกาลเทศะ การเป็น Professional ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแวดวงงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีทัศนคติที่ดี การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ และการเคารพผู้อื่นด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Professional” หมายถึง การมีคุณสมบัติ ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่จำเป็นสำหรับอาชีพใดอาชีพหนึ่ง หรือการแสดงออกถึงพฤติกรรมที่แสดงถึงความเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีความรับผิดชอบสูง ในการทำงาน การเป็น Professional หมายถึง การส่งมอบงานที่มีคุณภาพ ตรงต่อเวลา มีจรรยาบรรณ และสามารถไว้วางใจได้ ตัวอย่างการใช้งาน หากคุณไปใช้บริการร้านอาหารที่พนักงานต้อนรับอย่างดี ให้ข้อมูลเมนูอย่างละเอียด และแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว คุณอาจจะบอกว่า “การบริการของที่นี่เป็นแบบ Professional มาก” หรือเมื่อเห็นนักกีฬาที่เตรียมตัวมาอย่างดี มีสมาธิ และเล่นได้อย่างเต็มศักยภาพ ก็อาจกล่าวได้ว่า “เขาเล่นได้อย่าง Professional…

  • "Regulatory” แปลว่า

    คำว่า “Regulatory” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “เกี่ยวกับการกำกับดูแล” หรือ “ตามกฎระเบียบ” ครับ เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ข้อบังคับ หรือมาตรฐานที่กำหนดขึ้นโดยหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ เพื่อควบคุมหรือจัดการกิจกรรมบางอย่างให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม ป้องกันความเสียหาย หรือส่งเสริมความเป็นระเบียบเรียบร้อย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Regulatory” หรือความหมายของมันอยู่บ่อยครั้ง เช่น เวลาที่เราเห็นข่าวเกี่ยวกับการควบคุมราคาสินค้า การออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจ หรือการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับ “Regulatory” ทั้งสิ้น หรือเวลาที่เราต้องกรอกเอกสารเพื่อขออนุญาตทำกิจกรรมอะไรบางอย่าง ก็ต้องเป็นไปตามข้อกำหนด “Regulatory” ของหน่วยงานนั้นๆ นั่นเองครับ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Regulatory” หมายถึง สิ่งที่เกี่ยวข้องกับการออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือการตรวจสอบเพื่อให้เป็นไปตามกฎเหล่านั้น เพื่อให้การดำเนินงานต่างๆ เป็นไปอย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และเป็นธรรม ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “Regulatory approval” หมายถึง การอนุมัติตามกฎระเบียบ ซึ่งก็คือการได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะดำเนินกิจกรรมบางอย่างได้ เช่น การผลิตยาใหม่ หรือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงิน บริบทที่พบบ่อย เรามักจะพบคำนี้ในบริบทที่เกี่ยวกับกฎหมาย การเงิน…

  • "Bye” แปลว่า

    คำว่า “Bye” เป็นคำทักทายหรือกล่าวลาภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เมื่อเราพูดว่า “Bye” หมายถึง การที่เรากำลังจะจากไป หรือการบอกลาอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นคำสั้นๆ ง่ายๆ ที่สื่อความหมายของการสิ้นสุดการสนทนา หรือการแยกจากกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Bye” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อคุยโทรศัพท์กับเพื่อนแล้วจะวางสาย หรือเมื่อเจอกันแล้วต้องแยกย้ายกลับบ้าน หรือแม้แต่ในการส่งข้อความหาเพื่อน การปิดท้ายประโยคด้วย “Bye” ก็เป็นเรื่องปกติที่ทำกัน ทำให้การสื่อสารดูเป็นกันเองและรวดเร็ว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Bye” เป็นคำที่ใช้แทนคำว่า “Goodbye” ซึ่งมีความหมายว่า “ลาก่อน” เป็นการแสดงความรู้สึกว่าจะจากไป หรือจะพบกันใหม่ในภายหลัง สามารถใช้ได้กับทุกคน ตั้งแต่เพื่อนสนิท คนในครอบครัว ไปจนถึงคนรู้จัก ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อคุยโทรศัพท์กับเพื่อน: “โอเค งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ บาย!” เมื่อออกจากบ้าน: “แม่ครับ ผมไปก่อนนะ บายครับ” เมื่อส่งข้อความ: “กินข้าวให้อร่อยนะ บาย” บริบทและการใช้ทั่วไป “Bye” เป็นคำที่นิยมใช้มากที่สุดในการบอกลาในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการ เป็นคำที่เข้าใจง่ายและใช้ได้ในแทบทุกสถานการณ์ที่ต้องการกล่าวลาอย่างรวดเร็วและเป็นมิตร…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *