"Submissions” แปลว่า

คำว่า “Submissions” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไปในหลายบริบท หมายถึง การส่ง การยื่น หรือการนำเสนอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร ผลงาน หรือข้อมูล เพื่อให้ผู้อื่นพิจารณา ตรวจสอบ หรือดำเนินการต่อไป

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะคุ้นเคยกับการใช้คำว่า “Submissions” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การส่งใบสมัครงาน การส่งผลงานเข้าประกวด หรือการส่งรายงานให้หัวหน้า การเข้าใจความหมายและการใช้งานของคำนี้จะช่วยให้เราสื่อสารได้อย่างถูกต้องและชัดเจนยิ่งขึ้น

ความหมายและการใช้งาน

“Submissions” โดยทั่วไปหมายถึง การกระทำของการส่งสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปให้บุคคลหรือองค์กรอื่น ซึ่งอาจเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การขออนุมัติ การเข้าร่วมกิจกรรม การแสดงความคิดเห็น หรือการให้ข้อมูล

ตัวอย่างการใช้งาน

  • การสมัครงาน: ผู้สมัครต้องทำการ Submissions ใบสมัครและเอกสารประกอบไปยังฝ่ายบุคคลของบริษัท
  • การส่งบทความ: นักเขียนทำการ Submissions บทความของตนเองไปยังกองบรรณาธิการของนิตยสาร
  • การส่งผลงานศิลปะ: ศิลปินส่งผลงานเข้าประกวดในการจัดแสดงงานศิลปะประจำปี

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Submissions” มักพบเห็นได้ในแวดวงการศึกษา การทำงาน การประกวด การแข่งขันต่างๆ รวมถึงในระบบการจัดการเอกสารหรือข้อมูลออนไลน์ ที่ผู้ใช้ต้องทำการ Submissions ข้อมูลหรือไฟล์ต่างๆ เข้าสู่ระบบ

🔷 FAQ SECTION

“Submissions” ในบริบทของการส่งบทความหมายถึงอะไร?

ในบริบทของการส่งบทความ “Submissions” หมายถึง การที่ผู้เขียนส่งต้นฉบับบทความของตนเองไปยังสำนักพิมพ์ นิตยสาร หรือเว็บไซต์ เพื่อพิจารณาตีพิมพ์

ต้องทำการ Submissions อะไรบ้างในการสมัครงาน?

โดยทั่วไป การสมัครงานอาจต้องทำการ Submissions เรซูเม่ (Resume) จดหมายสมัครงาน (Cover Letter) และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่บริษัทกำหนด

Similar Posts

  • "i miss you” แปลว่า

    คำว่า “I miss you” เป็นวลีภาษาอังกฤษที่คนไทยนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมีความหมายตรงตัวว่า “ฉันคิดถึงคุณ” หรือ “ฉันเหงาเพราะไม่มีคุณ” เป็นการแสดงความรู้สึกโหยหา คิดถึง หรือปรารถนาที่จะพบเจอใครสักคน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “I miss you” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อต้องห่างไกลจากคนรัก เพื่อน หรือครอบครัว อาจจะส่งข้อความหากัน พูดคุยผ่านโทรศัพท์ หรือแม้กระทั่งพิมพ์ลงบนโซเชียลมีเดียเพื่อบอกให้คนที่เรารักรู้ว่าเรากำลังคิดถึงพวกเขาอยู่เสมอ คำนี้เป็นวิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมาในการสื่อสารความรู้สึกดีๆ ที่เรามีต่อคนอื่น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “I miss you” แปลว่า “ฉันคิดถึงคุณ” เป็นการแสดงความรู้สึกโหยหาหรือปรารถนาที่จะอยู่ใกล้ชิดกับใครสักคน มักใช้เมื่อต้องห่างไกลกัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปต่างประเทศ ย้ายบ้าน หรือแม้แต่การไม่ได้เจอกันนานๆ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเพื่อนสนิทต้องย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศ คุณอาจจะบอกว่า “I miss you so much! Come back soon!” (ฉันคิดถึงเธอมากเลยนะ กลับมาเร็วๆ นะ!) คู่รักที่อยู่ห่างไกลกัน อาจจะส่งข้อความหากันตอนกลางคืนว่า…

  • "Annoy” แปลว่า

    คำว่า “Annoy” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า ทำให้รำคาญ ทำให้หงุดหงิด หรือกวนใจ เป็นอาการที่เกิดขึ้นเมื่อมีบางสิ่งบางอย่างหรือใครบางคนเข้ามาทำให้รู้สึกไม่สบายใจ ไม่พอใจ หรือรู้สึกถูกรบกวนจนอารมณ์เสีย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึก “annoy” ได้บ่อยครั้ง เช่น เสียงดังรบกวนจากข้างบ้านตอนดึกๆ เพื่อนที่ชอบพูดแทรกตลอดเวลา หรือแม้แต่โฆษณาที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์บ่อยๆ เมื่อมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เราอาจจะรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย หรือบางครั้งก็อาจจะถึงขั้นรำคาญมากๆ ได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Annoy” ใช้เพื่ออธิบายถึงการกระทำหรือสิ่งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความรู้สึกรำคาญ ไม่พอใจ หรือหงุดหงิด การใช้งานจะเน้นไปที่ผลกระทบทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ถูกกระทำ ตัวอย่างการใช้งาน “เสียงเพลงที่ดังเกินไปจากเพื่อนบ้าน annoy ฉันมาก” (The loud music from the neighbors really annoys me.) “เขาชอบแกล้งน้องสาวจนน้องสาว annoy เขา” (He likes to tease his sister until she gets annoyed…

  • "Available” แปลว่า

    คำว่า “Available” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “พร้อมใช้งาน” หรือ “มีอยู่” เป็นคำที่ใช้บอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้นสามารถเข้าถึงได้ มีให้เลือก หรือว่างอยู่ ไม่ว่าจะหมายถึงสินค้า บริการ บุคคล หรือแม้กระทั่งเวลา ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Available” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเรากำลังมองหาอะไรบางอย่าง เช่น เมื่อไปร้านค้าแล้วถามพนักงานว่า “รุ่นนี้มี available ไหมครับ/คะ?” ก็หมายถึง “รุ่นนี้มีของพร้อมขายไหม?” หรือเวลาจองโรงแรม หากแจ้งว่า “ห้องว่าง available” ก็คือ “มีห้องว่างให้จอง” นอกจากนี้ยังใช้กับบุคคล เช่น “เขา available ช่วงบ่ายไหม?” หมายถึง “เขาว่างช่วงบ่ายไหม?” เพื่อจะนัดหมาย หรือใช้กับบริการต่างๆ เช่น “บริการนี้ available ตลอด 24 ชั่วโมง” ก็คือ “บริการนี้เปิดให้ใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Available”…

  • "Behind” แปลว่า

    คำว่า “Behind” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ข้างหลัง” หรือ “เบื้องหลัง” เป็นคำบุพบท (preposition) ที่ใช้บ่งบอกตำแหน่งที่อยู่ด้านหลังของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือใช้ในความหมายเชิงนามธรรมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก่อน หรือเป็นสาเหตุของเรื่องราวบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “behind” ในหลายบริบท เช่น เวลาพูดถึงตำแหน่งทางกายภาพ เช่น “The cat is hiding behind the sofa” (แมวซ่อนอยู่หลังโซฟา) หรือเมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว หรือเป็นสาเหตุ เช่น “There’s a lot of hard work behind this success” (มีความพยายามอย่างหนักเบื้องหลังความสำเร็จนี้) หรือแม้กระทั่งใช้ในเชิงเปรียบเทียบว่าใครบางคนตามหลังคนอื่น เช่น “He’s still behind in his studies” (เขายังเรียนตามหลังคนอื่นอยู่) ความหมายและการใช้งาน “Behind” สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัว คือ ตำแหน่งที่อยู่ด้านหลัง และความหมายเชิงเปรียบเทียบ…

  • "Beef” แปลว่า

    คำว่า “Beef” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เนื้อวัวครับ เป็นเนื้อที่ได้จากวัวตัวเต็มวัย มักจะถูกนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด หรือย่าง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Beef” เวลาไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือสั่งอาหารตามร้านต่างๆ เช่น “อยากกินสเต๊กเนื้อ Beef” หรือ “วันนี้มีเมนูพิเศษเป็น Beef Stroganoff” เป็นต้น นอกจากนี้ คำว่า “Beef” ยังสามารถใช้ในความหมายเชิงเปรียบเปรยได้ด้วย หมายถึง ความขัดแย้ง หรือปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างบุคคลหรือกลุ่มคน ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Beef” หมายถึง เนื้อวัว ซึ่งเป็นเนื้อสัตว์ที่นิยมบริโภคกันทั่วโลก สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่เมนูง่ายๆ ไปจนถึงเมนูที่ซับซ้อน ในอีกความหมายหนึ่ง “Beef” ยังหมายถึง ความไม่ลงรอยกัน การทะเลาะเบาะแว้ง หรือความบาดหมางระหว่างบุคคล ตัวอย่าง ตัวอย่างการใช้แบบตรงตัว: “ร้านนี้มีเมนูอร่อยหลายอย่าง โดยเฉพาะสเต๊กเนื้อ Beef ที่นุ่มมาก” (This restaurant…

  • "Humidity” แปลว่า

    Humidity หรือ “ความชื้น” คือปริมาณของไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศ ณ ขณะใดขณะหนึ่ง ยิ่งอากาศมีไอน้ำมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่ามีความชื้นสูงเท่านั้น ซึ่งความชื้นนี้มีผลต่อความรู้สึกสบายตัวของเรา รวมถึงมีผลต่อสภาพแวดล้อมและสิ่งต่างๆ รอบตัวเราด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะสัมผัสได้ถึงความชื้นอยู่เสมอ เช่น ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว เราอาจจะรู้สึกเหนียวตัว เหงื่อออกง่าย นั่นเป็นเพราะอากาศมีความชื้นสูง ทำให้เหงื่อระเหยได้ช้าลง หรือในฤดูฝน เราจะรู้สึกว่าอากาศเย็นสบายขึ้น แต่ก็อาจจะรู้สึกอับๆ ได้บ้าง เพราะความชื้นในอากาศมีปริมาณมาก นอกจากนี้ ความชื้นยังมีผลต่อการเก็บรักษาอาหาร เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ด้วย ความหมายและการใช้งาน Humidity หมายถึง ปริมาณไอน้ำในอากาศ ซึ่งสามารถวัดได้หลายรูปแบบ เช่น ความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity) ที่บอกเป็นเปอร์เซ็นต์ว่าอากาศสามารถอุ้มไอน้ำได้มากแค่ไหนเมื่อเทียบกับปริมาณสูงสุดที่อากาศนั้นจะอุ้มได้ที่อุณหภูมิเดียวกัน หรือความชื้นสัมบูรณ์ (Absolute Humidity) ที่บอกถึงมวลของไอน้ำในปริมาณอากาศที่กำหนด ตัวอย่างการใช้งาน เรามักจะได้ยินคำว่า “Humidity” ในข่าวพยากรณ์อากาศ เช่น “วันนี้มี Humidity สูง ทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าว” หรือ “ความชื้นในอากาศช่วงนี้อยู่ที่ประมาณ 70%”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *