"Snacks” แปลว่า

คำว่า “Snacks” ในภาษาไทยหมายถึง อาหารว่าง หรือ ขนมขบเคี้ยว คือ อาหารที่กินระหว่างมื้อหลัก เช่น มื้อเช้า มื้อกลางวัน หรือมื้อเย็น เพื่อรองท้อง หรือเพื่อความเพลิดเพลิน มักจะเป็นอาหารที่กินง่าย สะดวก ไม่ต้องปรุงสุกซับซ้อน หรืออาจจะเป็นอาหารที่เตรียมไว้ล่วงหน้าก็ได้

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Snacks” หรือ “ของกินเล่น” กันบ่อยๆ เวลาที่เราหิวเล็กน้อยระหว่างมื้ออาหารหลัก หรือตอนที่กำลังดูหนัง ฟังเพลง ทำงาน หรือเดินทาง ก็มักจะหาอะไรมากินเล่น เช่น ถ้าลูกๆ ขอขนมตอนบ่ายๆ เราก็จะเรียกว่า “ขอ Snacks” หรือถ้าไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ก็อาจจะมี “Snacks” วางไว้ให้หยิบทานกันได้เรื่อยๆ นั่นเองค่ะ

ความหมายและการใช้งาน

“Snacks” หมายถึง อาหารว่าง หรือขนมขบเคี้ยวที่กินในปริมาณน้อยๆ ระหว่างมื้อหลัก เพื่อบรรเทาความหิว หรือเพื่อความเพลิดเพลิน อาจเป็นผลไม้ ถั่ว ช็อกโกแลต บิสกิต หรืออาหารสำเร็จรูปอื่นๆ ที่หาทานได้ง่ายและสะดวก

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างเช่น:

  • “ตอนบ่ายๆ รู้สึกหิว เลยหา Snacks กินรองท้อง”
  • “ในงานปาร์ตี้นี้มี Snacks หลากหลายให้เลือกทาน”
  • “เด็กๆ ชอบขอ Snacks ก่อนถึงเวลามื้อเย็น”

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Snacks” มักถูกใช้ในบริบทที่ไม่เป็นทางการ หรือในสถานการณ์ที่ต้องการกล่าวถึงอาหารที่กินเล่นๆ หรือกินระหว่างมื้อ เช่น ในการพูดคุยทั่วไป การจัดงานเลี้ยงเล็กๆ หรือเมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์อาหารประเภทขนมขบเคี้ยว


“Snacks” ต่างจากอาหารหลักอย่างไร?

“Snacks” คืออาหารที่กินในปริมาณน้อยๆ ระหว่างมื้อหลัก เพื่อรองท้องหรือความเพลิดเพลิน ส่วนอาหารหลัก (main meals) คืออาหารที่กินในปริมาณที่มากกว่าและให้สารอาหารครบถ้วนกว่า มักกินในเวลาที่กำหนด เช่น มื้อเช้า กลางวัน เย็น

ควรเลือก “Snacks” แบบไหนดีต่อสุขภาพ?

ควรเลือก Snacks ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ผลไม้สด ถั่วเปลือกแข็ง (ไม่ปรุงรส) โยเกิร์ต หรือผักสดต่างๆ หลีกเลี่ยง Snacks ที่มีน้ำตาลสูง ไขมันสูง หรือโซเดียมสูง

Similar Posts

  • "força” แปลว่า

    คำว่า “força” เป็นภาษาโปรตุเกส แปลว่า “พลัง” หรือ “กำลัง” ในภาษาไทยค่ะ เป็นคำที่ใช้สื่อถึงความแข็งแกร่ง ความสามารถ หรืออิทธิพลบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “força” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น การให้กำลังใจใครสักคน หรือการกล่าวถึงความเข้มแข็งของสิ่งต่างๆ เช่น “Ele tem muita força” (เขามีพลังมาก) หรือ “força de vontade” (กำลังใจ, ความมุ่งมั่น) นอกจากนี้ยังอาจใช้ในการอธิบายถึงแรงทางกายภาพ หรือแม้กระทั่งแรงขับเคลื่อนทางสังคมก็ได้ค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “força” โดยทั่วไปหมายถึง พลัง, กำลัง, ความแข็งแกร่ง, อำนาจ หรืออิทธิพล สามารถใช้ได้ทั้งในเชิงกายภาพและนามธรรม ตัวอย่างการใช้งาน Força física: กำลังทางกายภาพ เช่น พละกำลังในการยกของ Força de vontade: กำลังใจ, ความมุ่งมั่น, ความเด็ดเดี่ยว Força…

  • "Inevitable” แปลว่า

    คำว่า “Inevitable” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือ สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เป็นคำที่ใช้บ่งบอกถึงเหตุการณ์ สถานการณ์ หรือผลลัพธ์ ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ป้องกัน หรือหลีกหนีได้อีกต่อไป มันเป็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือได้เกิดขึ้นแล้ว และเราไม่สามารถทำอะไรเพื่อหยุดยั้งมันได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำนี้เมื่อพูดถึงสิ่งต่างๆ ที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นแน่ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล หรือการเติบโตของเด็กๆ บางครั้งเราก็ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เช่น ความสำเร็จของใครบางคนที่ทุ่มเทอย่างหนัก ก็อาจจะถูกมองว่าเป็น “inevitable” หรือความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดซ้ำๆ ก็อาจจะถูกมองว่าเป็นผลลัพธ์ที่ “inevitable” ได้เช่นกัน เป็นการบอกว่าบางสิ่งบางอย่างมันเป็นไปตามธรรมชาติ หรือเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ความหมายและการใช้งาน “Inevitable” หมายถึง สิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หรือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ใช้เพื่ออธิบายถึงสถานการณ์ เหตุการณ์ หรือผลลัพธ์ที่คาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้น และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือป้องกันได้ ตัวอย่าง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นปัญหาระดับโลกที่หลายคนมองว่าเป็น inevitable หากเราไม่ร่วมมือกันแก้ไข การที่เขาจะประสบความสำเร็จในวงการนี้นั้นแทบจะเป็น inevitable เพราะเขาฝึกฝนอย่างหนักมาตลอด ความเหนื่อยล้าหลังจากการทำงานหนักตลอดทั้งวันเป็นเรื่อง inevitable บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Inevitable” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับอนาคตที่คาดเดาได้…

  • "Diversity” แปลว่า

    คำว่า “Diversity” เป็นคำภาษาอังกฤษที่หมายถึง ความหลากหลาย หรือ การมีความแตกต่างหลากหลาย โดยทั่วไปแล้วมักใช้เพื่ออธิบายถึงกลุ่มคนที่มีความแตกต่างกันในหลายมิติ เช่น เชื้อชาติ เพศ อายุ ศาสนา ความคิดเห็น หรือภูมิหลังทางสังคม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Diversity” ในบริบทของการทำงาน หรือในองค์กรต่างๆ มากที่สุด เพื่อสื่อถึงการมีพนักงานที่มีความหลากหลายซึ่งนำมาซึ่งมุมมองและแนวคิดที่แตกต่างกัน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ทำให้องค์กรเติบโตได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังอาจพบได้ในการพูดคุยเกี่ยวกับสังคม วัฒนธรรม หรือแม้กระทั่งในสื่อต่างๆ ที่ต้องการนำเสนอเรื่องราวของผู้คนที่มีความแตกต่างกัน ความหมายและการใช้งาน Diversity หมายถึง การมีความแตกต่างหลากหลายในกลุ่มคน หรือในสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างทางด้าน เพศ เชื้อชาติ อายุ ศาสนา ความพิการ รสนิยมทางเพศ ความคิดเห็น หรือประสบการณ์ การยอมรับและให้คุณค่ากับความแตกต่างเหล่านี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญของ Diversity ตัวอย่างการใช้งาน ในที่ทำงาน: “บริษัทของเราให้ความสำคัญกับ Diversity เรามีพนักงานจากหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม” หรือ “การมีทีมงานที่มี Diversity ช่วยให้เราเข้าใจลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มมากขึ้น” ในสังคม: “การส่งเสริม…

  • "Interval” แปลว่า

    คำว่า “Interval” ในภาษาไทยหมายถึง “ช่วง” หรือ “ระยะห่าง” โดยทั่วไปแล้วใช้เพื่ออธิบายช่วงเวลา ระยะทาง หรือระดับที่แน่นอนระหว่างสองจุดหรือเหตุการณ์ เรามักจะเจอคำว่า “Interval” ในชีวิตประจำวัน เช่น เมื่อพูดถึงเวลาพักระหว่างการแสดงหรือการแข่งขัน หรือเมื่อพูดถึงช่วงราคาของหุ้น หรือแม้กระทั่งในบริบทของการออกกำลังกายเพื่อกำหนดช่วงเวลาของการทำกิจกรรมต่างๆ ความหมายและการใช้งาน Interval หมายถึง ช่วงเวลาหรือระยะห่างที่กำหนดไว้ระหว่างสิ่งสองสิ่ง อาจเป็นเวลา ระยะทาง ระดับ หรือค่าที่แน่นอน ตัวอย่าง ตัวอย่างการใช้งาน: “การแสดงจะมี interval พัก 15 นาที” (หมายถึง ช่วงพัก 15 นาที) “ราคาหุ้นมีการเคลื่อนไหวในช่วง interval ที่แคบ” (หมายถึง ช่วงราคาที่จำกัด) “นักวิ่งควรวิ่งด้วยความเร็วคงที่ในแต่ละ interval” (หมายถึง ช่วงเวลาของการวิ่ง) บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Interval” มักพบในการพูดถึง: เวลา: ช่วงพัก, ช่วงเวลาหยุด การเงิน: ช่วงราคา, ช่วงการเปลี่ยนแปลง การออกกำลังกาย:…

  • "Metoo” แปลว่า

    “Metoo” (มีทู) เป็นคำที่ใช้แสดงออกถึงการที่ผู้ที่พูดหรือเขียนประโยคนั้น มีความรู้สึก ประสบการณ์ หรือความคิดเห็นแบบเดียวกับที่ผู้อื่นได้กล่าวหรือแสดงออกไปก่อนหน้า เป็นการแสดงการเห็นด้วย หรือการบอกว่า “ฉันก็เป็นเหมือนกัน” หรือ “ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน” ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นหรือได้ยินคนใช้คำว่า “Metoo” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเพื่อนเล่าประสบการณ์ที่น่าเบื่อให้ฟัง เราอาจจะตอบกลับไปว่า “Metoo” เพื่อบอกว่าเราก็เคยเจออะไรแบบนั้นเหมือนกัน หรือเมื่อมีคนพูดถึงความชอบในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น “ชอบกินชาไข่มุกมากเลย” แล้วมีอีกคนตอบว่า “Metoo” ก็หมายความว่าเขาเองก็ชอบกินชาไข่มุกเหมือนกัน เป็นการสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงและเป็นพวกเดียวกัน ความหมายและการใช้งาน “Metoo” มาจากภาษาอังกฤษ โดย “Me” แปลว่า “ฉัน” หรือ “ผม” และ “Too” แปลว่า “ด้วย” หรือ “เช่นกัน” เมื่อรวมกันจึงมีความหมายว่า “ฉันก็ด้วย” หรือ “ฉันก็เหมือนกัน” ใช้เพื่อแสดงว่าตนเองมีความรู้สึก ประสบการณ์ หรือความคิดเห็นที่ตรงกับบุคคลอื่นที่พูดถึงก่อนหน้า เป็นการยืนยันและแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตัวอย่างการใช้งาน “วันนี้อากาศร้อนมากเลย” – “Metoo!”…

  • "Blasting” แปลว่า

    คำว่า “Blasting” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักๆ คือ การระเบิด การยิง การปะทุ หรือการพุ่งออกไปอย่างรุนแรง ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ ในชีวิตประจำวัน คำว่า “Blasting” อาจถูกนำไปใช้ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การพูดถึงการระเบิดหินเพื่อการก่อสร้าง การยิงปืน หรือแม้กระทั่งการใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่ออธิบายถึงการแสดงความคิดเห็นที่รุนแรง หรือการปล่อยเพลงดังๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ความหมายและการใช้งาน “Blasting” สามารถหมายถึง: การระเบิด: เช่น การระเบิดภูเขา การระเบิดสิ่งกีดขวาง การยิง: เช่น การยิงปืน การยิงขีปนาวุธ การพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว: เช่น การพุ่งของน้ำ การพุ่งของไฟ การพูด/แสดงความคิดเห็นอย่างรุนแรง: ในเชิงเปรียบเทียบ การเปิดเพลงเสียงดัง: หรือการปล่อยผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างการใช้งาน “The construction crew is blasting to clear the rocks.” (ทีมก่อสร้างกำลังทำการระเบิดหินเพื่อเคลียร์พื้นที่) “The army is blasting the…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *