"sink” แปลว่า

คำว่า “sink” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “อ่างล้างจาน” หรือ “อ่างล้างหน้า/อ่างล้างมือ” ครับ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในห้องครัวหรือห้องน้ำสำหรับล้างสิ่งของต่างๆ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “sink” บ่อยๆ ในบริบทของห้องครัว โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงการล้างจาน ล้างผักผลไม้ หรือเตรียมอาหาร ก็จะพูดถึง “kitchen sink” นั่นเอง ส่วนในห้องน้ำ ก็จะหมายถึง “bathroom sink” หรือ “lavatory sink” ซึ่งเป็นที่สำหรับล้างหน้า แปรงฟัน หรือล้างมือครับ

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “sink” หมายถึงภาชนะที่มีลักษณะเป็นแอ่งหรืออ่าง มักทำจากเซรามิก สแตนเลส หรือวัสดุอื่นๆ ที่ทนทาน มีท่อระบายน้ำ และมักจะมีก๊อกน้ำติดตั้งอยู่ด้วย ใช้สำหรับรองรับน้ำและสิ่งของที่ต้องการล้าง

ตัวอย่างการใช้งาน

ในครัว: “ช่วยเอาจานไปล้างใน kitchen sink หน่อย” (Please help wash the dishes in the kitchen sink.)

ในห้องน้ำ: “อย่าลืมล้างมือที่ bathroom sink หลังเข้าห้องน้ำนะ” (Don’t forget to wash your hands at the bathroom sink after using the restroom.)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “sink” มักใช้ในบริบทของสถานที่ต่างๆ ที่มีการใช้น้ำเพื่อชำระล้าง เช่น ห้องครัว (kitchen sink) และห้องน้ำ (bathroom sink) นอกจากนี้ ยังอาจหมายถึง “อ่างอาบน้ำ” ในบางครั้ง แต่ที่ใช้บ่อยที่สุดคืออ่างล้างจานและอ่างล้างหน้า

FAQ SECTION

“sink” ใช้กับอะไรได้บ้าง?

โดยทั่วไป “sink” ใช้กับอ่างล้างจานในครัว และอ่างล้างหน้า/ล้างมือในห้องน้ำครับ

มีคำอื่นที่ใช้แทน “sink” ได้ไหม?

ในภาษาไทย เรามักจะเรียกตามลักษณะการใช้งาน เช่น “อ่างล้างจาน” หรือ “อ่างล้างหน้า” ส่วนในภาษาอังกฤษ หากต้องการเจาะจง อาจใช้คำว่า “basin” หรือ “lavatory” ได้ ขึ้นอยู่กับบริบทครับ

Similar Posts

  • "Minimal” แปลว่า

    คำว่า “Minimal” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย หมายถึง ความเรียบง่าย การลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป หรือการมีองค์ประกอบน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเน้นที่ความสำคัญและฟังก์ชันหลักเป็นหลัก ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Minimal” ในหลายบริบท เช่น การแต่งบ้านสไตล์ Minimal ที่เน้นเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น สีสบายตา และการจัดวางที่ดูโปร่งโล่ง หรือในการออกแบบกราฟิกและเว็บไซต์ที่ใช้สีน้อย ฟอนต์เรียบง่าย และองค์ประกอบที่ไม่ซับซ้อน เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจและเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังอาจหมายถึงการใช้ชีวิตแบบ Minimalist ที่เน้นการมีสิ่งของเท่าที่จำเป็นจริงๆ เพื่อลดความยุ่งยากและมีสมาธิกับสิ่งสำคัญในชีวิตมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Minimal” สื่อถึงการทำให้สิ่งต่างๆ มีจำนวนหรือองค์ประกอบน้อยที่สุด โดยยังคงไว้ซึ่งสาระสำคัญหรือประโยชน์ใช้สอย อาจหมายถึงการออกแบบที่ดูสะอาดตา การตกแต่งที่น้อยชิ้น หรือการดำเนินชีวิตที่เน้นความเรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย ตัวอย่างการใช้งาน 1. การแต่งตัวแบบ Minimal: การเลือกใส่เสื้อผ้าสีพื้นๆ ไม่ฉูดฉาด มีดีไซน์ไม่ซับซ้อน เช่น เสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์สีดำ 2. การออกแบบเว็บไซต์ Minimal: เว็บไซต์ที่มีการใช้สีน้อย มีเมนูและปุ่มที่จำเป็นเท่านั้น โหลดเร็ว และดูสบายตา 3….

  • "Brilliant” แปลว่า

    คำว่า “Brilliant” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่ออธิบายถึงบางสิ่งที่ยอดเยี่ยม ฉลาดเป็นพิเศษ หรือมีความสามารถโดดเด่น โดยทั่วไปแล้วจะสื่อถึงความฉลาด สว่างสดใส หรือมีความเฉลียวฉลาดอย่างมาก ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนใช้คำว่า “Brilliant” เพื่อชมเชยไอเดียที่น่าทึ่ง แผนการที่วางมาอย่างดี หรือแม้กระทั่งความสามารถพิเศษของใครบางคน เช่น เมื่อเพื่อนเสนอแนวคิดใหม่ที่น่าสนใจ เราอาจจะอุทานว่า “That’s a brilliant idea!” ซึ่งหมายถึง “เป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!” หรือเมื่อพูดถึงนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบสิ่งสำคัญ เราอาจจะบอกว่าเขาเป็น “a brilliant scientist” เพื่อแสดงความชื่นชมในสติปัญญาและความสามารถของเขา ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Brilliant” มีความหมายหลักๆ ดังนี้: ฉลาดเฉลียว หรือ มีไหวพริบดีเยี่ยม: ใช้กับบุคคลที่มีสติปัญญาความสามารถสูง มีความคิดสร้างสรรค์ หรือแก้ปัญหาได้เก่ง ยอดเยี่ยม หรือ โดดเด่น: ใช้กับสิ่งต่างๆ ที่ดีมาก เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นไอเดีย แผนการ ผลงาน หรือแม้กระทั่งความสำเร็จ สว่างสดใส: ในบางบริบท อาจหมายถึงแสงสว่างจ้า หรือสีสันสดใส แต่การใช้งานในความหมายนี้จะพบน้อยกว่าความหมายเกี่ยวกับสติปัญญา…

  • "Observational” แปลว่า

    คำว่า “Observational” ในภาษาไทยหมายถึง “เกี่ยวกับการสังเกต” หรือ “ที่ได้มาจากการสังเกต” เป็นการอธิบายถึงสิ่งที่เป็นผลลัพธ์มาจากการเฝ้าดู การพิจารณา หรือการสำรวจสิ่งต่างๆ อย่างละเอียด โดยไม่ได้เข้าไปแทรกแซงหรือทำการทดลองใดๆ เป็นการเก็บข้อมูลหรือข้อเท็จจริงจากสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Observational” ในบริบทต่างๆ เช่น การศึกษา การวิจัย หรือแม้แต่การพูดคุยทั่วไป เช่น นักวิทยาศาสตร์อาจทำการศึกษาแบบ “Observational study” เพื่อสังเกตพฤติกรรมของสัตว์ในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติโดยไม่เข้าไปรบกวน หรือคุณหมออาจจะวินิจฉัยอาการของผู้ป่วยเบื้องต้นจากการสังเกตลักษณะภายนอกและอาการที่แสดงออกมา หรือบางครั้งเราอาจจะใช้คำนี้ในการอธิบายว่า “ความคิดเห็นของฉันเป็นแบบ Observational นะ คือเห็นมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว ไม่ได้มีข้อมูลเชิงลึกอะไรมาก” ความหมายและการใช้งาน “Observational” เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ที่ใช้อธิบายถึงวิธีการหรือลักษณะที่เน้นการสังเกตเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา ข้อมูล หรือแม้แต่การตัดสินใจต่างๆ ซึ่งตรงข้ามกับการทดลอง (experimental) ที่จะมีการควบคุมตัวแปรและเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ เพื่อดูผลลัพธ์ ตัวอย่างการใช้งาน Observational study: การศึกษาที่นักวิจัยเฝ้าสังเกตปรากฏการณ์ต่างๆ โดยไม่เข้าไปเปลี่ยนแปลงหรือควบคุมปัจจัยใดๆ เช่น การศึกษาผลกระทบของมลพิษต่อสุขภาพของคนในชุมชน โดยการเก็บข้อมูลสุขภาพของคนในพื้นที่ที่มีมลพิษสูงและพื้นที่ที่มีมลพิษต่ำ Observational data: ข้อมูลที่ได้มาจากการสังเกตโดยตรง…

  • "Distracted” แปลว่า

    คำว่า “Distracted” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การที่จิตใจหรือสมาธิถูกดึงออกไปจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ หรือสิ่งที่ควรจะให้ความสนใจ ทำให้ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งนั้นได้อย่างเต็มที่ อาจเกิดจากสิ่งเร้าภายนอก เช่น เสียงดัง หรือสิ่งกระตุ้นภายใน เช่น ความคิดฟุ้งซ่าน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Distracted” เพื่ออธิบายสถานการณ์ที่ใครบางคนไม่สามารถมีสมาธิกับสิ่งที่กำลังทำได้ เช่น เวลาเรียน ถ้ามีเสียงดังรบกวน นักเรียนก็อาจจะรู้สึก “Distracted” จนเรียนไม่รู้เรื่อง หรือเวลาขับรถ ถ้ามีคนโทรศัพท์เข้ามา ก็อาจจะ “Distracted” ทำให้เกิดอันตรายได้ นอกจากนี้ ยังใช้กับการอธิบายเวลาที่เรากำลังพูดคุยกับใครบางคน แต่เขาดูเหมือนกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ ก็จะบอกว่าเขา “Distracted” นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน Distracted หมายถึง การเสียสมาธิ หรือการที่จิตใจวอกแวกไปจากเรื่องที่กำลังทำอยู่ ทำให้ไม่สามารถจดจ่อได้อย่างเต็มที่ ตัวอย่างการใช้งาน เด็กนักเรียนมักจะ Distracted ได้ง่ายเมื่อมีสิ่งรบกวนในห้องเรียน อย่า Distracted กับโทรศัพท์มือถือขณะขับรถ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ เขาดู Distracted เหมือนกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ ไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลย บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า Distracted…

  • "H E” แปลว่า

    H E” ย่อมาจาก His Excellency หรือ Her Excellency ซึ่งเป็นคำนำหน้าชื่อที่ใช้สำหรับบุคคลที่มีตำแหน่งสูง หรือมีเกียรติในระดับสากล โดยทั่วไปแล้วจะใช้กับประมุขแห่งรัฐ หรือหัวหน้ารัฐบาลของประเทศต่างๆ รวมถึงเอกอัครราชทูต หรือผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในบางกรณี ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า H E” นำหน้าชื่อของบุคคลสำคัญในการรายงานข่าวต่างประเทศ หรือในเอกสารทางการทูต เช่น เมื่อประธานาธิบดีของประเทศใดประเทศหนึ่งเดินทางเยือนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการกล่าวถึงผู้นำในการประชุมระดับนานาชาติ การใช้คำว่า H E” เป็นการแสดงความเคารพและให้เกียรติตามธรรมเนียมปฏิบัติสากล ความหมายและการใช้งาน H E” ย่อมาจาก His Excellency (สำหรับผู้ชาย) หรือ Her Excellency (สำหรับผู้หญิง) ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า “ท่านผู้มีเกียรติ” หรือ “ท่านทูต” (ในกรณีของเอกอัครราชทูต) เป็นคำนำหน้าชื่อที่ใช้แสดงความเคารพต่อบุคคลที่มีตำแหน่งสำคัญในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการทูตและการเมืองระหว่างประเทศ ตัวอย่าง H E” นายกรัฐมนตรีของประเทศฝรั่งเศส H E” เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศญี่ปุ่น H E” ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา…

  • "One” แปลว่า

    คำว่า “One” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักๆ คือ “หนึ่ง” ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใช้ในการนับจำนวนสิ่งของ หรือใช้เป็นลำดับที่หนึ่ง นอกจากนี้ “One” ยังสามารถใช้ในความหมายอื่นๆ ได้อีกหลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทของการใช้งาน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “One” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อสั่งอาหาร อาจจะบอกว่า “One coffee, please” ซึ่งหมายถึง “กาแฟหนึ่งแก้วครับ” หรือในการบอกลำดับ อาจจะพูดว่า “This is the one I want” แปลว่า “นี่คืออันที่ฉันต้องการ” หรือเมื่อพูดถึงคนคนเดียว อาจจะใช้ว่า “He is the one who can help us” แปลว่า “เขาคือคนที่สามารถช่วยเราได้” บางครั้งก็ใช้เพื่อเน้นย้ำ เช่น “It’s a one-time offer” หมายถึง “เป็นข้อเสนอพิเศษเพียงครั้งเดียวเท่านั้น”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *