"Significance” แปลว่า

คำว่า “Significance” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ความสำคัญ” หรือ “นัยสำคัญ” ค่ะ เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงระดับความสำคัญของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ว่ามีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน หรือมีความหมายพิเศษอย่างไร

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำว่า “Significance” ในสถานการณ์ที่ต้องการเน้นย้ำถึงความสำคัญของเรื่องบางเรื่อง เช่น เวลาพูดถึงผลการวิจัย เราอาจจะบอกว่าผลการวิจัยนี้มีความสำคัญ (has significance) ต่อวงการแพทย์ หรือเมื่อพูดถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ก็อาจจะกล่าวถึงความสำคัญ (significance) ของเหตุการณ์นั้นๆ ที่ส่งผลต่ออนาคต หรือแม้แต่ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ การตัดสินใจบางอย่างก็อาจจะมีนัยสำคัญ (significance) ต่อชีวิตของเราก็ได้ค่ะ

ความหมายและการใช้งาน

Significance หมายถึง คุณสมบัติของการเป็นสิ่งสำคัญ มีผลกระทบ หรือมีความหมายพิเศษ อาจใช้กับสิ่งที่เป็นรูปธรรม เช่น ความสำคัญของวัตถุโบราณ หรือสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น ความสำคัญของความสัมพันธ์ หรือความสำคัญของข้อมูล

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างที่ 1: “The discovery of penicillin had great significance for medicine.” (การค้นพบยาเพนิซิลลินมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวงการแพทย์)

ตัวอย่างที่ 2: “The significance of this historical event is still debated by scholars.” (ความสำคัญของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์นี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการ)

ตัวอย่างที่ 3: “His apology held no significance for me.” (คำขอโทษของเขาไม่มีความสำคัญสำหรับฉันเลย)

บริบทและการใช้งานทั่วไป

คำว่า Significance มักใช้ในบริบทที่เป็นทางการ หรือเมื่อต้องการเน้นย้ำถึงน้ำหนักหรือผลกระทบของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจพบได้ในงานเขียนทางวิชาการ ข่าวสาร การวิเคราะห์ หรือการอภิปรายเกี่ยวกับประเด็นที่สำคัญ

“Significance” หมายถึงอะไร?

“Significance” หมายถึง ความสำคัญ หรือนัยสำคัญของสิ่งใดสิ่งหนึ่งค่ะ

เราใช้คำว่า “Significance” ในสถานการณ์แบบไหนบ้าง?

เราใช้คำนี้เมื่อต้องการบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความสำคัญ มีผลกระทบ หรือมีความหมายพิเศษ เช่น ความสำคัญของเหตุการณ์ ความสำคัญของข้อมูล หรือความสำคัญของการตัดสินใจค่ะ

มีคำอื่นที่ความหมายใกล้เคียงกับ “Significance” ไหม?

คำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน เช่น importance (ความสำคัญ), meaning (ความหมาย), consequence (ผลที่ตามมา) แต่ Significance จะเน้นไปที่ระดับของความสำคัญหรือนัยที่ซ่อนอยู่ค่ะ

Similar Posts

  • "Earned” แปลว่า

    คำว่า “Earned” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การได้รับมาซึ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากการลงแรง การทำงานหนัก หรือการกระทำที่สมควรได้รับ โดยมีความหมายตรงข้ามกับการได้รับมาโดยบังเอิญ หรือการได้รับมาโดยไม่ตั้งใจ เป็นการแสดงให้เห็นถึงคุณค่าและความพยายามที่อยู่เบื้องหลังการได้รับนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Earned” ในหลายบริบท เช่น เมื่อเราพูดถึงรายได้จากการทำงาน เราจะบอกว่า “เงินเดือนที่ได้รับมานั้น เป็นเงินที่ฉัน earned” หรือเมื่อนักกีฬาสามารถคว้าชัยชนะมาได้ด้วยความสามารถและการฝึกฝนอย่างหนัก เราก็อาจจะกล่าวว่า “ชัยชนะครั้งนี้เป็นชัยชนะที่เขา earned” เป็นต้น การใช้คำนี้เป็นการเน้นย้ำว่าสิ่งที่ได้รับมานั้น เกิดจากความสามารถ ความพยายาม และความเหมาะสม ไม่ใช่โชคช่วยเพียงอย่างเดียว ความหมายและการใช้งาน “Earned” เป็นรูปอดีตกาล (past tense) และกริยาช่องที่ 3 (past participle) ของคำกริยา “earn” ซึ่งแปลว่า ได้รับมา, หามาได้, ได้รับผลตอบแทนจากการทำงาน หรือได้รับมาด้วยความสามารถ/ความพยายาม สามารถนำไปใช้ได้ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การได้รับเงินเดือน, รางวัล, การยอมรับ, ความเคารพ หรือแม้กระทั่งความสุข ตัวอย่างการใช้งาน He…

  • "Student” แปลว่า

    คำว่า “Student” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกบุคคลที่กำลังศึกษาเล่าเรียน ไม่ว่าจะเป็นในระดับชั้นใดก็ตาม ตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ไปจนถึงระดับอุดมศึกษา หรือแม้แต่การเรียนรู้ในคอร์สระยะสั้นต่างๆ ความหมายโดยทั่วไปของ “Student” คือ ผู้เรียน หรือ นักเรียน นั่นเอง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Student” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการศึกษา เช่น เวลาพูดถึงโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน เราอาจจะได้ยินประโยคอย่าง “Are you a Student?” (คุณเป็นนักเรียน/นักศึกษาหรือเปล่า?) หรือ “Student discount” (ส่วนลดสำหรับนักเรียน/นักศึกษา) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคำนี้ถูกนำมาใช้เพื่อระบุตัวตนของผู้ที่อยู่ในสถานะการเป็นผู้เรียนได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังใช้ในการอ้างอิงถึงกลุ่มคน เช่น “Student body” (กลุ่มนักศึกษาทั้งหมด) หรือ “Student life” (ชีวิตของนักเรียน/นักศึกษา) ความหมายและการใช้งาน “Student” หมายถึง ผู้ที่กำลังศึกษาหาความรู้ในสถาบันการศึกษาใดๆ หรือกำลังเรียนรู้ในหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่ง ผู้เรียนทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด หรือศึกษาในระดับใด ถือว่าเป็น “Student”…

  • "Common” แปลว่า

    คำว่า “Common” ในภาษาอังกฤษนั้นมีความหมายหลักๆ ว่า “ทั่วไป” “ปกติ” “ธรรมดา” หรือ “ที่พบได้บ่อย” เป็นคำที่ใช้อธิบายสิ่งต่างๆ ที่ไม่ได้พิเศษหรือแปลกไปจากเดิม เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยหรือประสบพบเจอได้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Common” อยู่บ่อยครั้ง เช่น เมื่อพูดถึง “common cold” ก็หมายถึง “ไข้หวัดธรรมดา” ที่ใครๆ ก็เป็นกันได้ หรือเวลาพูดถึง “common sense” ก็คือ “สามัญสำนึก” ที่คนทั่วไปควรจะมี หรือแม้แต่ในบริบทของเทคโนโลยี เช่น “common problem” ก็คือ “ปัญหาทั่วไป” ที่ผู้ใช้งานมักจะเจอ การเข้าใจความหมายของคำนี้จะช่วยให้เราเข้าใจบริบทของประโยคหรือข้อความต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Common” แปลว่า ทั่วไป, ปกติ, ธรรมดา, ที่พบได้บ่อย ใช้เพื่ออธิบายสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ หรือเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย ตัวอย่างการใช้งาน Common cold: ไข้หวัดธรรมดา Common sense: สามัญสำนึก…

  • "Happy” แปลว่า

    คำว่า “Happy” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง ความสุข ความรู้สึกดีใจ หรือความพึงพอใจ เป็นสภาวะทางอารมณ์ที่แสดงออกถึงความเบิกบานใจ ความสนุกสนาน หรือความสบายใจ เมื่อเรามีความสุข เรามักจะรู้สึกดีต่อตนเองและสิ่งรอบข้าง ในชีวิตประจำวัน คนไทยเราใช้คำว่า “Happy” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงความรู้สึก หรือสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกดี เช่น “วันนี้ฉันรู้สึก Happy มากเลย” หรือ “งานปาร์ตี้นี้สนุก Happy กันถ้วนหน้า” บางครั้งก็ใช้ในการอวยพร เช่น “ขอให้มีความสุขมากๆ นะ Happy Birthday!” หรือเมื่อพูดถึงสิ่งของหรือกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกดี เช่น “ได้กินขนมที่ชอบแล้วรู้สึก Happy” การใช้คำว่า “Happy” ช่วยให้การสื่อสารมีความทันสมัยและเข้าใจง่ายขึ้นในบริบทที่ต้องการแสดงออกถึงความรู้สึกเชิงบวก ความหมายและการใช้งาน “Happy” แปลว่า มีความสุข รู้สึกดีใจ หรือพอใจ เป็นคำที่ใช้อธิบายสภาวะทางอารมณ์ในเชิงบวก สามารถใช้ได้กับทั้งบุคคล สถานการณ์ หรือสิ่งของที่ก่อให้เกิดความรู้สึกดีๆ ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันรู้สึก Happy ที่ได้เจอเพื่อนเก่า” (I feel…

  • "Clarifying” แปลว่า

    “Clarifying” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ หมายถึง การทำให้ชัดเจน การอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น หรือการทำให้กระจ่างขึ้น เมื่อเราใช้คำนี้ หมายถึงการที่เราพยายามทำให้ข้อมูลหรือสถานการณ์ที่อาจจะสับสน กำกวม หรือไม่ชัดเจนนั้น กลายเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น ตรงไปตรงมา และไม่มีข้อสงสัย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Clarifying” ในสถานการณ์ที่ต้องการความชัดเจน เช่น เมื่อมีการสื่อสารที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือเมื่อมีข้อมูลบางอย่างที่ยังคลุมเครืออยู่ ผู้คนอาจจะพูดว่า “Let me clarify this” หรือ “I need some clarification” เพื่อขอให้มีการอธิบายเพิ่มเติม หรือเพื่อจะอธิบายเองให้คนอื่นเข้าใจประเด็นนั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง ความหมายและการใช้งาน “Clarifying” มาจากคำว่า “clarify” ซึ่งมีความหมายหลักๆ คือ การทำให้ชัดเจน การอธิบายให้กระจ่าง การทำให้เข้าใจง่ายขึ้น คำนี้สามารถใช้ได้กับทั้งข้อมูล ความคิด หรือสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจจะยังไม่ชัดเจนพอ ตัวอย่างการใช้งาน “I’d like to clarify my previous statement to…

  • "Cheerfully” แปลว่า

    คำว่า “Cheerfully” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การแสดงออกถึงความร่าเริง เบิกบานใจ หรือมีความสุขอย่างเปิดเผย เป็นการกระทำหรือการพูดที่บ่งบอกถึงอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส และเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Cheerfully” ในสถานการณ์ที่ผู้คนแสดงความสุขหรือความยินดีออกมาอย่างชัดเจน เช่น การทักทายเพื่อนด้วยรอยยิ้มที่สดใส การตอบรับคำขอด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง หรือการทำงานด้วยความกระฉับกระเฉง มองโลกในแง่ดี มันคือการแสดงออกถึงทัศนคติเชิงบวกที่ส่งผลให้บรรยากาศรอบข้างดูสดใสตามไปด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Cheerfully” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ที่ขยายกริยา (verb) หรือคำคุณศัพท์ (adjective) เพื่อบอกว่าการกระทำนั้นๆ ทำไปด้วยอารมณ์แบบไหน โดยสื่อถึงความรู้สึกที่เบิกบาน สนุกสนาน แจ่มใส และเต็มไปด้วยความสุข ตัวอย่างการใช้งาน 1. He greeted her cheerfully every morning. (เขาทักทายเธออย่างร่าเริงทุกเช้า) 2. She sang cheerfully as she worked. (เธอร้องเพลงอย่างเบิกบานขณะทำงาน) 3. The children…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *