"Short” แปลว่า

คำว่า “Short” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ ว่า “สั้น” หรือ “ระยะเวลาสั้นๆ” สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายบริบท ทั้งกับสิ่งของ ระยะทาง เวลา หรือแม้กระทั่งการอธิบายลักษณะนิสัย

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Short” บ่อยๆ เช่น เมื่อพูดถึง “Short film” ก็คือภาพยนตร์สั้นๆ ที่มีความยาวไม่มากนัก หรือเวลาพูดถึง “Short message” ก็คือข้อความสั้นๆ ที่ส่งหากัน หรือแม้กระทั่งการนัดหมายว่า “Let’s meet for a short while” ก็หมายถึงการเจอกันแค่แป๊บเดียว ไม่ได้นานอะไร

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Short” สามารถใช้ได้หลายความหมาย:

  • ความยาว/ระยะทาง: สิ่งที่มีขนาดไม่ยาว เช่น “a short pencil” (ดินสอแท่งสั้น)
  • เวลา: ช่วงเวลาที่ไม่นาน เช่น “a short break” (พักสั้นๆ)
  • ปริมาณ: สิ่งที่มีน้อยหรือไม่เพียงพอ เช่น “running short of money” (เงินใกล้จะหมด)
  • ลักษณะนิสัย: พูดถึงคนที่มีอารมณ์ฉุนเฉียว หรือหงุดหงิดง่าย เช่น “He has a short temper.” (เขามีอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • Short story: เรื่องสั้น
  • Short answer: คำตอบสั้นๆ
  • Short trip: การเดินทางระยะสั้น
  • Short notice: แจ้งกระชั้นชิด

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Short” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการสื่อถึงความไม่ยาว ไม่นาน หรือมีปริมาณน้อย เพื่อให้การสื่อสารกระชับและตรงประเด็น

🔷 FAQ SECTION

“Short film” คืออะไร?

“Short film” หมายถึง ภาพยนตร์ที่มีความยาวไม่มากนัก โดยทั่วไปมักจะมีความยาวไม่เกิน 40 นาที ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของภาพยนตร์ที่เน้นความกระชับของเนื้อหา

การใช้ “Short” กับเวลา หมายถึงอะไร?

เมื่อใช้ “Short” กับเวลา เช่น “short break” หรือ “short meeting” จะหมายถึงช่วงเวลาที่ไม่นาน เป็นการพักสั้นๆ หรือการประชุมที่ไม่ยืดเยื้อ

Similar Posts

  • "Save” แปลว่า

    คำว่า “Save” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การเก็บรักษา, การบันทึก, หรือการสงวนไว้ โดยมีความหมายที่หลากหลายขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Save” ในหลายสถานการณ์ เช่น เวลาเราทำงานเอกสารบนคอมพิวเตอร์ เราต้องกด “Save” เพื่อไม่ให้ข้อมูลหาย หรือเวลาเราเห็นของลดราคา เราอาจจะคิดว่า “Save money” คือการประหยัดเงิน หรือถ้ามีคนกำลังตกอยู่ในอันตราย เราก็อาจจะพูดว่า “Save life” เพื่อช่วยชีวิตเขา ความหมายและการใช้งาน “Save” แปลว่า การเก็บรักษา, การบันทึก, การสงวนไว้, การประหยัด, หรือการช่วยเหลือให้พ้นจากอันตราย ตัวอย่างการใช้งาน Save file: บันทึกไฟล์งานบนคอมพิวเตอร์ Save money: ประหยัดเงิน Save the date: กำหนดวันสำคัญไว้ (เช่น วันแต่งงาน วันเกิด) Save a life: ช่วยชีวิต Save energy:…

  • "Paste” แปลว่า

    “Paste” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ การวาง หรือ การแปะ ครับ เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อเราต้องการนำสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปติดไว้กับพื้นผิวอื่น หรือนำข้อมูลที่คัดลอกมาไปวางไว้ในตำแหน่งใหม่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Paste” ในบริบทของการทำงานกับคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น การคัดลอกข้อความ รูปภาพ หรือไฟล์ แล้วนำไป “Paste” ในเอกสารอื่น หรือในช่องแชท นอกจากนี้ ยังอาจหมายถึงการแปะสติกเกอร์ การแปะแผ่นปะ หรือการทาสีลงบนพื้นผิวก็ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Paste” หมายถึง การนำสิ่งของ หรือข้อมูลที่เตรียมไว้ ไปติด หรือไปวางไว้ในที่ที่ต้องการ อาจเป็นการแปะกาวเพื่อติดกระดาษ การทาสีบนผนัง หรือการใช้คำสั่ง “Paste” ในคอมพิวเตอร์เพื่อวางข้อมูลที่คัดลอกมา ตัวอย่างการใช้งาน “ช่วย paste ข้อความนี้ให้หน่อย” (หมายถึง ช่วยคัดลอกข้อความนี้ไปวางที่อื่น) “เขาเอาสติกเกอร์รูปการ์ตูนมา paste ลงบนสมุด” (หมายถึง เขาเอาสติกเกอร์รูปการ์ตูนมาแปะลงบนสมุด) “หลังจาก copy รูปภาพแล้ว ก็กด paste ได้เลย”…

  • "Truth” แปลว่า

    คำว่า “Truth” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ความจริง” ครับ เป็นคำนามที่หมายถึง สภาพหรือคุณสมบัติของการเป็นจริง หรือสิ่งที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือความเป็นจริง ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Truth” หรือ “ความจริง” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราต้องการทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราอาจจะถามว่า “What is the truth?” หรือ “ความจริงคืออะไร?” หรือเมื่อมีคนพูดอะไรบางอย่างที่น่าสงสัย เราอาจจะบอกว่า “I need to know the truth.” หรือ “ฉันต้องการรู้ความจริง” นอกจากนี้ยังอาจใช้ในบริบทของการยอมรับผิด หรือการเปิดเผยสิ่งที่ปิดบังอยู่ เช่น “He finally told the truth.” หรือ “เขายอมบอกความจริงในที่สุด” ความหมายและการใช้งาน “Truth” หมายถึง สภาวะหรือการเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริง ไม่บิดเบือน หรือไม่โกหก ตัวอย่าง ตัวอย่างการใช้งานในประโยค: “The movie…

  • "Patches” แปลว่า

    คำว่า “Patches” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “แผ่นแปะ” หรือ “ชิ้นส่วนที่นำมาปะติด” เพื่อซ่อมแซมหรือตกแต่งสิ่งต่างๆ ค่ะ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะคุ้นเคยกับคำนี้ในหลายบริบท เช่น การปะยางรถยนต์ที่รั่ว หรือการแปะสติกเกอร์บนเสื้อผ้าเพื่อความสวยงาม หรือแม้กระทั่งการอัปเดตซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า “แพตช์” เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ ค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Patches” สามารถหมายถึง แผ่นปะซ่อมแซม: ใช้สำหรับปิดรูหรือรอยขาดบนเสื้อผ้า กางเกง กระเป๋า หรือแม้กระทั่งยางรถยนต์ สัญลักษณ์หรือตราติดเสื้อ: เป็นชิ้นส่วนผ้าหรือวัสดุอื่นๆ ที่ปักหรือพิมพ์เป็นลวดลายต่างๆ เพื่อนำไปติดบนเครื่องแต่งกาย การอัปเดตซอฟต์แวร์ (Software Patches): เป็นชุดคำสั่งที่ผู้พัฒนาโปรแกรมสร้างขึ้นเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง (bug) หรือปรับปรุงประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์ ตัวอย่างการใช้งาน “กางเกงยีนส์ตัวโปรดของฉันขาดที่หัวเข่า ฉันเลยต้องหา patches มาแปะ” “ทีมฟุตบอลทีมนี้มี patches รูปโลโก้สโมสรติดอยู่ที่แขนเสื้อ” “อย่าลืมดาวน์โหลด patches ล่าสุดสำหรับเกมที่คุณเล่น เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Patches” มักจะถูกใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซม การตกแต่ง หรือการปรับปรุงแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของทางกายภาพหรือสิ่งที่เป็นดิจิทัล…

  • "Colder” แปลว่า

    คำว่า “Colder” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “เย็นกว่า” หรือ “หนาวกว่า” เป็นการเปรียบเทียบระดับความเย็นของสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง หรือเปรียบเทียบกับอุณหภูมิปกติ ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Colder” เพื่ออธิบายสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น เมื่ออุณหภูมิลดลงกว่าเมื่อวาน หรือเมื่อเปรียบเทียบอากาศในสถานที่หนึ่งกับอีกที่หนึ่ง นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เพื่อเปรียบเทียบความเย็นของสิ่งของต่างๆ เช่น เครื่องดื่มที่เย็นกว่า หรือน้ำแข็งที่เย็นกว่าปกติ ความหมายและการใช้งาน “Colder” เป็นรูปขั้นกว่า (comparative form) ของคำคุณศัพท์ “cold” ที่แปลว่า “เย็น” หรือ “หนาว” ใช้เพื่อแสดงการเปรียบเทียบว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเย็นมากกว่าอีกสิ่งหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน วันนี้อากาศเย็นกว่าเมื่อวาน น้ำแข็งก้อนนี้ Colder กว่าน้ำแข็งก้อนนั้น ฤดูหนาวปีนี้ Colder กว่าปีที่แล้ว บริบท / การใช้งานทั่วไป คำว่า “Colder” มักถูกใช้ในการพูดคุยเกี่ยวกับสภาพอากาศ หรือการเปรียบเทียบอุณหภูมิของสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน “Colder” แปลว่าอะไร? “Colder” เป็นคำภาษาอังกฤษ แปลว่า “เย็นกว่า”…

  • "จื อ บ่” แปลว่า

    คำว่า “จื อ บ่” เป็นภาษาถิ่นอีสาน หมายถึง “จะเอาหรือไม่” หรือ “จะทำหรือไม่” เป็นคำที่ใช้ถามเพื่อสอบถามความต้องการหรือความตั้งใจของอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา ในชีวิตประจำวัน ชาวอีสานมักใช้คำนี้เมื่อต้องการทราบว่าอีกฝ่ายต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือไม่ หรือต้องการจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือไม่ เช่น เมื่อมีคนยื่นของให้แล้วถามว่า “จื อ บ่” ก็หมายถึง “จะเอาไหม” หรือเมื่อกำลังจะชวนไปไหนสักแห่งแล้วถามว่า “จื อ บ่” ก็หมายถึง “จะไปด้วยไหม” เป็นการถามที่กระชับและเข้าใจง่ายในบริบทของภาษาอีสาน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “จื อ บ่” มาจากการรวมคำว่า “จื” ที่แปลว่า “จะ” หรือ “เอา” และ “บ่” ซึ่งเป็นคำปฏิเสธที่ใช้ในภาษาอีสาน เมื่อรวมกันจึงมีความหมายว่า “จะเอาหรือไม่” หรือ “จะทำหรือไม่” ใช้ถามเพื่อยืนยันความต้องการ หรือการตัดสินใจของอีกฝ่าย ตัวอย่างการใช้งาน แม่ค้าถามลูกค้า: “ส้มตำนี่ จื อ บ่?” (ส้มตำนี่ จะเอาไหม?)…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *