"Sessional” แปลว่า

คำว่า “sessional” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เกี่ยวกับช่วงเวลาหรือสมัยที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการประชุม สภา หรือการทำงานตามฤดูกาลต่างๆ

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำว่า “sessional” ในบริบทของการทำงาน หรือการเรียนที่ไม่ได้เป็นแบบถาวร แต่จะเป็นการจ้างงานหรือการเรียนเป็นช่วงๆ ตามฤดูกาลหรือตามการประชุม เช่น นักวิจัยที่ได้รับการจ้างงานแบบ “sessional” ก็จะทำงานเป็นช่วงๆ ตามโปรเจกต์หรือตามระยะเวลาที่กำหนด ไม่ใช่การจ้างงานเต็มเวลาตลอดไป หรือในมหาวิทยาลัย อาจารย์พิเศษที่สอนเป็นครั้งคราวตามรายวิชา ก็อาจถูกเรียกว่าเป็น “sessional staff” ได้เช่นกัน

ความหมายและการใช้งาน

“Sessional” อธิบายถึงสิ่งที่มีความสัมพันธ์กับช่วงเวลาหรือสมัยที่กำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการประชุม สภา หรือการทำงานตามฤดูกาล

ตัวอย่างการใช้งาน

  • Sessional worker: พนักงานที่ทำงานเป็นช่วงๆ ตามความจำเป็น ไม่ใช่พนักงานประจำ
  • Sessional lecturer: อาจารย์พิเศษที่มาสอนเป็นครั้งคราวตามรายวิชา
  • Sessional committee: คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการบางอย่างในช่วงเวลาที่กำหนด

บริบทที่ใช้บ่อย

คำนี้มักใช้ในแวดวงการเมือง การศึกษา หรือการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการประชุมหรือการดำเนินงานเป็นช่วงๆ เช่น การประชุมสภาที่จัดขึ้นเป็นสมัยๆ หรือการทำงานตามฤดูกาลในบางอุตสาหกรรม

คำถามที่พบบ่อย

“Sessional” แตกต่างจาก “Permanent” อย่างไร?

“Sessional” หมายถึงการทำงานหรือการดำรงตำแหน่งเป็นช่วงเวลาหรือตามฤดูกาลที่กำหนด ในขณะที่ “Permanent” หมายถึงการทำงานหรือการดำรงตำแหน่งอย่างถาวร

“Sessional” ใช้ในความหมายอื่นได้อีกหรือไม่?

โดยหลักแล้ว “sessional” จะสื่อถึงช่วงเวลาหรือสมัยที่ถูกกำหนดไว้ แต่ก็สามารถประยุกต์ใช้กับกิจกรรมหรือการทำงานอื่นๆ ที่เกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ตามรอบเวลาที่วางแผนไว้ได้เช่นกัน

Similar Posts

  • "Leaked” แปลว่า

    คำว่า “Leaked” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยมีความหมายหลักๆ คือ “รั่วไหล” หรือ “ถูกเปิดเผยออกมา” โดยไม่ได้ตั้งใจ หรือโดยไม่ได้รับอนุญาต ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Leaked” ในบริบทที่เกี่ยวกับข้อมูล ข่าวสาร หรือสิ่งที่เป็นความลับที่หลุดออกไปสู่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลลับของบริษัท ข่าววงในเกี่ยวกับบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือแม้กระทั่งข้อมูลส่วนตัวที่ถูกเปิดเผยออกมาโดยไม่พึงประสงค์ ผู้คนมักใช้คำนี้เมื่อพูดถึงข่าวที่ยังไม่เป็นทางการ หรือข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่มีการพูดถึงหรือเผยแพร่ออกไปแล้ว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Leaked” หมายถึง การที่ข้อมูลหรือสิ่งที่เป็นความลับถูกเปิดเผยออกมาอย่างไม่เป็นทางการ หรือโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยทั่วไปมักใช้กับข้อมูลที่สำคัญหรือมีความอ่อนไหว เช่น ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลส่วนบุคคล หรือแผนงานต่างๆ ที่ยังไม่พร้อมจะเปิดเผยต่อสาธารณะ ตัวอย่างการใช้งาน “มีข่าว Leaked ออกมาว่าบริษัทกำลังจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่” “รูปภาพส่วนตัวของดาราคนดังถูก Leaked ลงบนอินเทอร์เน็ต” “เอกสารลับของรัฐบาลถูก Leaked ทำให้เกิดความกังวล” บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Leaked” มักพบได้ในข่าวสาร เทคโนโลยี วงการบันเทิง และการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีข้อมูลที่น่าสนใจหรือเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ “Leaked” กับ…

  • "Cooperation” แปลว่า

    คำว่า “Cooperation” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ความร่วมมือ” หรือ “การร่วมมือกัน” เป็นการที่บุคคล กลุ่มคน หรือองค์กรต่างๆ ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน หรือช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นการใช้คำว่า “Cooperation” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเพื่อนบ้านช่วยกันดูแลสวน หรือเมื่อเพื่อนร่วมงานแบ่งงานกันทำเพื่อให้โปรเจกต์เสร็จทันเวลา หรือแม้แต่ในระดับที่ใหญ่ขึ้น เช่น การร่วมมือกันระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม การแสดงออกถึง Cooperation เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างความสามัคคีและส่งเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน Cooperation หมายถึง การทำงานร่วมกัน การประสานงาน หรือการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น หรือเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ร่วมกัน คำนี้สามารถใช้ได้ทั้งในบริบทที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ตัวอย่างการใช้งาน ในที่ทำงาน เราอาจจะพูดว่า “We need better cooperation between the marketing and sales teams.” (เราต้องการ Cooperation ที่ดีขึ้นระหว่างทีมการตลาดและทีมขาย) หรือในชีวิตประจำวัน อาจจะเห็นการขอร้องว่า “Please show your cooperation…

  • "dusted” แปลว่า

    คำว่า “dusted” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ปัดฝุ่น” หรือ “โรยผง” ครับ โดยทั่วไปแล้วจะใช้เพื่ออธิบายถึงการกระทำที่เอาฝุ่นออกไปจากสิ่งของ หรือการโปรยผงบางอย่างลงบนอาหารหรือพื้นผิวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “dusted” ในบริบทของการทำความสะอาด เช่น การปัดฝุ่นบนเฟอร์นิเจอร์ หรือการทำความสะอาดเสื้อผ้าที่เปื้อนฝุ่น แต่ก็สามารถใช้ในความหมายของการโรยส่วนผสมบางอย่างลงไปได้เช่นกัน เช่น การโรยน้ำตาลไอซิ่งบนขนมเค้ก หรือการโรยพริกไทยบนสเต็ก ความหมายและการใช้งาน คำว่า “dusted” มาจากคำกริยา “dust” ซึ่งแปลว่า ปัดฝุ่น หรือ โรยผง เมื่อเติม “-ed” เข้าไป จะกลายเป็นรูปอดีตหรือคำคุณศัพท์ที่แสดงถึงสภาพที่ถูกกระทำ บริบทและการใช้งานทั่วไป เรามักจะพบคำว่า “dusted” ในสถานการณ์ต่างๆ ดังนี้: การทำความสะอาด: “I dusted the shelves.” (ฉันปัดฝุ่นบนชั้นวางของ) การตกแต่งอาหาร: “The cake was dusted with powdered sugar.” (เค้กถูกโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง) การปกคลุมด้วยผง:…

  • "Any” แปลว่า

    คำว่า “any” ในภาษาอังกฤษเป็นคำที่ใช้บ่อยมาก มีความหมายหลักๆ คือ “ใดๆ”, “อะไรก็ได้”, “สักอย่าง” หรือ “ไม่ว่า…” ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยคที่เราใช้ค่ะ เป็นคำที่ช่วยเสริมความหมายให้ประโยคมีความหมายครอบคลุมหรือบ่งบอกถึงความเป็นไปได้ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “any” ในสถานการณ์ที่ต้องการถามถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยไม่เจาะจง หรือต้องการบอกว่าสิ่งนั้นสามารถเป็นอะไรก็ได้ เช่น เมื่อถามว่า “Do you have any questions?” ก็คือถามว่า “คุณมีคำถามอะไรไหม?” หรือเมื่อบอกว่า “You can choose any color you like.” ก็คือ “คุณเลือกสีอะไรก็ได้ที่คุณชอบ” ค่ะ เป็นคำที่ทำให้การสื่อสารของเรายืดหยุ่นและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Any” สามารถใช้ได้ทั้งในประโยคคำถาม ประโยคปฏิเสธ และประโยคบอกเล่าที่แสดงถึงความไม่เจาะจง หรือความเป็นไปได้ต่างๆ ในประโยคคำถามและปฏิเสธ มักจะแปลว่า “สักอย่าง”, “เลย” หรือ “ใดๆ” ส่วนในประโยคบอกเล่าที่แสดงถึงความเป็นไปได้ จะแปลว่า “อะไรก็ได้” หรือ “ไม่ว่า…”…

  • "ออนนี่” แปลว่า

    คำว่า “ออนนี่” (Unnie) เป็นคำที่มาจากภาษาเกาหลี ใช้เรียกพี่สาวแท้ๆ หรือพี่สาวที่สนิทสนมมากๆ โดยผู้หญิงจะเรียกผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าตนเอง ในกรณีที่ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เป็นพี่สาวแท้ๆ แต่มีความสนิทสนมเหมือนพี่สาว ก็สามารถเรียกได้เช่นกัน เป็นคำที่แสดงถึงความรัก ความเคารพ และความสนิทสนม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “ออนนี่” บ่อยครั้งในกลุ่มแฟนคลับ K-Pop หรือคนที่ติดตามวัฒนธรรมเกาหลี อาจจะใช้เรียกศิลปินหญิงที่ตัวเองชื่นชอบ หรือเพื่อนผู้หญิงที่สนิทกันและมีอายุมากกว่า ในการพูดคุยทั่วไป หากต้องการแสดงความเป็นกันเองและความใกล้ชิดกับผู้หญิงที่อายุมากกว่า ก็สามารถนำคำนี้มาใช้ได้เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเกาหลี หรือเมื่อต้องการแสดงความรู้สึกเหมือนเป็นน้องสาว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ออนนี่” (Unnie) หมายถึง พี่สาว หรือ ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า โดยผู้หญิงเป็นผู้เรียกผู้หญิงด้วยกัน เป็นคำที่แสดงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและอบอุ่น ตัวอย่างการใช้งาน ถ้ามีเพื่อนผู้หญิงที่สนิทกันและอายุมากกว่าเรา อาจจะทักทายว่า “ออนนี่คะ วันนี้ไปไหนมาคะ?” หรือเมื่อพูดถึงศิลปินเกาหลีที่ชื่นชอบ อาจจะพูดว่า “ฉันชอบสไตล์ของ ออนนี่ คนนี้มากเลยค่ะ” บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “ออนนี่” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ เพลง หรือการทักทายในชีวิตประจำวันของคนเกาหลี แต่ก็เริ่มแพร่หลายในกลุ่มคนที่ชื่นชอบวัฒนธรรมนี้ในประเทศไทยด้วยเช่นกัน “ออนนี่”…

  • "Churches” แปลว่า

    คำว่า “Churches” เป็นคำนามพหูพจน์ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “โบสถ์” หรือ “ศาสนสถานของศาสนาคริสต์” ในภาษาไทย โดยปกติแล้วเมื่อพูดถึง “Churches” เราจะหมายถึงอาคารสถานที่ที่คริสต์ศาสนิกชนใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา นมัสการ สวดมนต์ และพบปะกัน ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า “โบสถ์” มากกว่า แต่เมื่อมีการพูดถึงศาสนาคริสต์ หรือเมื่ออ่านบทความเกี่ยวกับต่างประเทศที่เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ ก็อาจจะเจอคำว่า “Churches” ซึ่งก็มีความหมายเดียวกันกับโบสถ์นั่นเอง เราอาจจะเห็นคำนี้ในบริบทของการท่องเที่ยว เยี่ยมชมสถาปัตยกรรม หรือการศึกษาวัฒนธรรมของประเทศที่นับถือศาสนาคริสต์เป็นส่วนใหญ่ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Churches” มาจากคำว่า “Church” ซึ่งเป็นเอกพจน์ หมายถึง โบสถ์ หรือศาสนสถานของศาสนาคริสต์ เมื่อเติม “es” เข้าไป จะกลายเป็นพหูพจน์ คือหมายถึง โบสถ์หลายแห่ง หรือศาสนสถานของศาสนาคริสต์หลายที่ ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจจะเห็นประโยคเช่น “กรุงเทพฯ มี Churches สวยงามหลายแห่ง” ซึ่งหมายถึง กรุงเทพฯ มีโบสถ์สวยงามหลายแห่ง หรือ “นักท่องเที่ยวชอบไปเยี่ยมชม Churches เก่าแก่ในยุโรป”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *