"sense” แปลว่า

คำว่า “sense” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ความรู้สึก” หรือ “การรับรู้” ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้แก่ การมองเห็น (sight), การได้ยิน (hearing), การได้กลิ่น (smell), การลิ้มรส (taste) และการสัมผัส (touch) นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึง “สติปัญญา” หรือ “ความเข้าใจ” ในสถานการณ์ต่างๆ ได้อีกด้วย

ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “sense” อยู่บ่อยครั้ง ตัวอย่างเช่น เมื่อเราพูดว่า “I have a bad feeling about this” ก็หมายถึงเรารู้สึกไม่ดีหรือไม่สบายใจกับสถานการณ์นั้นๆ หรือเมื่อเราพูดว่า “He has a good sense of humor” ก็คือเขามีอารมณ์ขันที่ดี เข้าใจมุกตลกได้ง่าย หรือเวลาที่พูดถึง “common sense” ก็หมายถึงสามัญสำนึกที่คนทั่วไปควรมีในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ

ความหมายและการใช้งาน

“Sense” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้:

  • ประสาทสัมผัส: การรับรู้ผ่านร่างกาย เช่น sight, hearing, smell, taste, touch
  • ความรู้สึก/การรับรู้: ความรู้สึกภายในจิตใจ หรือการคาดการณ์ เช่น a sense of dread (ความรู้สึกหวาดกลัว), a sense of relief (ความรู้สึกโล่งใจ)
  • สติปัญญา/ความเข้าใจ: ความสามารถในการคิด วิเคราะห์ หรือเข้าใจสิ่งต่างๆ เช่น common sense (สามัญสำนึก), good sense (ความเข้าใจที่ดี), a sense of direction (ความสามารถในการกะทิศทาง)
  • ความหมาย: ความหมายของคำหรือประโยค เช่น the meaning or sense of a word

ตัวอย่างการใช้งาน

  • A sense of accomplishment: ความรู้สึกที่ประสบความสำเร็จ
  • Use your common sense: ใช้สามัญสำนึกของคุณ
  • I can’t make sense of this: ฉันไม่เข้าใจเลยว่านี่มันคืออะไร
  • He has a good sense of style: เขามีรสนิยมที่ดีในการแต่งตัว

บริบทที่ใช้บ่อย

“Sense” มักถูกใช้ในสำนวนที่เกี่ยวกับความรู้สึก การรับรู้ หรือความเข้าใจในสถานการณ์ต่างๆ เช่น “make sense” (สมเหตุสมผล), “lose sense of” (สูญเสียการรับรู้), “come to one’s senses” (กลับมามีสติ) เป็นต้น

🔷 FAQ SECTION

“Sense” แปลว่าอะไรในภาษาไทย?

“Sense” สามารถแปลว่า “ความรู้สึก”, “การรับรู้”, “สติปัญญา”, “ความเข้าใจ” หรือ “สามัญสำนึก” ได้ ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ในประโยค

สำนวน “make sense” หมายถึงอะไร?

“Make sense” หมายถึง “สมเหตุสมผล”, “เข้าใจได้” หรือ “มีเหตุผล” เมื่อนำไปใช้ในประโยค เช่น “That explanation doesn’t make sense.” แปลว่า “คำอธิบายนั้นไม่สมเหตุสมผลเลย”

Similar Posts

  • "Exercised” แปลว่า

    คำว่า “Exercised” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “ได้ออกกำลังกาย” หรือ “ได้ฝึกฝน” โดยทั่วไปแล้วจะใช้เพื่ออธิบายถึงการได้ทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกายหรือแรงใจเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น หรือเพื่อให้ทักษะบางอย่างดีขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Exercised” ในบริบทที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ หรือการพัฒนาตนเอง เช่น หลังจากไปยิมมา ก็อาจจะบอกว่า “I exercised this morning.” หรือถ้าใครกำลังฝึกซ้อมทักษะการพูด ก็อาจจะบอกว่า “She exercised her public speaking skills.” เป็นต้น เป็นคำที่สื่อถึงการลงมือทำเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Exercised” มาจากกริยาช่อง 3 ของคำว่า “exercise” ซึ่งแปลว่า ออกกำลังกาย ฝึกฝน ใช้ หรือบริหาร ดังนั้น “Exercised” จึงหมายถึง “ได้ออกกำลังกายแล้ว” “ได้ถูกฝึกฝนแล้ว” “ได้ถูกใช้แล้ว” หรือ “ได้ถูกบริหารแล้ว” ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยค ตัวอย่าง ตัวอย่างการใช้ในประโยค:…

  • "Fear” แปลว่า

    คำว่า “Fear” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความรู้สึกหวาดกลัว ความวิตกกังวล หรือความตื่นตระหนกต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อาจเป็นอันตราย หรือสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย เป็นอารมณ์พื้นฐานที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่รู้สึกว่าคุกคามความปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Fear” หรือ “ความกลัว” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เวลาดูหนังผี ก็อาจจะรู้สึก “Fear” หรือกลัวจนต้องหลับตา หรือเวลาต้องนำเสนองานหน้าคนเยอะๆ บางคนก็อาจจะเกิดอาการ “Fear” หรือประหม่าได้ นอกจากนี้ ความกลัวยังอาจเกิดจากประสบการณ์ในอดีต หรือการคาดการณ์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น กลัวความล้มเหลว กลัวการเปลี่ยนแปลง หรือกลัวการสูญเสีย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Fear” หมายถึง อารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกว่ากำลังจะเผชิญกับอันตราย หรือสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางร่างกาย เช่น หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออก ตัวสั่น หรือปฏิกิริยาทางจิตใจ เช่น วิตกกังวล กระวนกระวาย ไม่สบายใจ การใช้งานในชีวิตประจำวันมักจะสื่อถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน เด็กน้อยร้องไห้ด้วยความ “Fear” เมื่อเห็นสุนัขตัวใหญ่ นักปีนเขาต้องเอาชนะ “Fear” ของความสูงเพื่อพิชิตยอดเขา…

  • "Problem” แปลว่า

    คำว่า “Problem” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่คนไทยนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย หมายถึง ปัญหา อุปสรรค หรือสิ่งที่เป็นข้อขัดข้องที่ต้องหาทางแก้ไข ทำให้เกิดความยุ่งยากหรือไม่ราบรื่นในการดำเนินงานต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Problem” บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับงานที่ติดขัด การปรึกษาปัญหาส่วนตัว หรือแม้กระทั่งในการแจ้งเหตุขัดข้องต่างๆ เช่น “มี problem อะไรกับระบบคอมพิวเตอร์หรือเปล่า” หรือ “เราต้องหาทางแก้ problem นี้ให้ได้” การใช้คำนี้แสดงให้เห็นว่าเรากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องการการแก้ไขหรือหาทางออก ความหมายและการใช้งาน “Problem” หมายถึง ปัญหา หรือสิ่งที่ก่อให้เกิดความยากลำบากในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จลุล่วงไปได้ มักใช้ในบริบทที่ต้องการการวิเคราะห์ หาเหตุ และหาทางแก้ไข ตัวอย่างการใช้งาน “โปรเจกต์นี้มี problem เยอะมากเลย ต้องประชุมด่วนเพื่อหาทางออก” “ฉันกำลังเจอกับ problem ส่วนตัวบางอย่าง เลยอาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่” “คุณช่วยดูหน่อยได้ไหมว่า internet มี problem อะไร ทำไมถึงเชื่อมต่อไม่ได้” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Problem” มักถูกใช้ในแวดวงการทำงาน การเรียน หรือสถานการณ์ที่ต้องการการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องการสื่อสารอย่างกระชับและเข้าใจง่าย 🔷…

  • "Healthy” แปลว่า

    คำว่า “Healthy” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การมีสุขภาพดี สุขภาพแข็งแรง หรือสมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่ใช่แค่การไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ แต่ยังรวมถึงการรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และมีความสุขกับการใช้ชีวิตด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Healthy” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงอาหาร การออกกำลังกาย หรือไลฟ์สไตล์ต่างๆ เช่น “อาหาร Healthy” หมายถึง อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ไม่ผ่านการแปรรูปมากนัก หรือมีไขมัน น้ำตาล โซเดียมต่ำ “ชีวิต Healthy” ก็หมายถึงการใช้ชีวิตที่สมดุล มีการพักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Healthy” สามารถใช้ได้ในหลายบริบท: สุขภาพกาย: ร่างกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัย เช่น “He has a healthy body.” (เขามีร่างกายที่แข็งแรง) สุขภาพจิต: สภาพจิตใจที่แจ่มใส ไม่เครียด เช่น “She has a…

  • "Hugged” แปลว่า

    คำว่า “Hugging” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษที่แปลตรงตัวว่า “การกอด” หรือ “การโอบกอด” หมายถึงการใช้แขนโอบรอบตัวใครบางคนหรือบางสิ่งอย่างแน่น แสดงถึงความรัก ความอบอุ่น ความสบายใจ หรือการปลอบโยน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Hugging” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราเจอเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัวหลังจากไม่ได้เจอกันนาน หรือเมื่อต้องการให้กำลังใจใครสักคน การกอดเป็นการแสดงออกทางอารมณ์ที่ทรงพลัง สามารถสื่อสารความรู้สึกได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Hugging” มีความหมายหลักคือ การโอบกอด ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นหลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับบริบทของการใช้งาน เช่น การกอดด้วยความรัก ความคิดถึง ความห่วงใย หรือแม้แต่การกอดเพื่อปลอบประโลม ตัวอย่างการใช้งาน “She gave him a big hugging when he arrived.” (เธอโอบกอดเขาอย่างแน่นหนาเมื่อเขามาถึง) “The children love hugging their teddy bears at night.” (เด็กๆ ชอบกอดตุ๊กตาหมีของพวกเขาตอนกลางคืน) “It’s…

  • "Plates” แปลว่า

    คำว่า “Plates” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษที่โดยทั่วไปแล้วหมายถึง จาน หรือ แผ่นเรียบๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือใช้ในความหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับลักษณะที่เป็นแผ่น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะคุ้นเคยกับ “Plates” ในความหมายของจานที่ใช้ในการรับประทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็นจานข้าว จานกับข้าว หรือจานขนม นอกจากนี้ “Plates” ยังสามารถหมายถึงแผ่นโลหะที่ใช้ในงานก่อสร้าง หรืองานอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ก็เรียกว่า “License Plates” ด้วยเช่นกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Plates” มีความหมายหลักๆ คือ: จาน: สิ่งที่ใช้รองอาหารในการรับประทาน แผ่น: วัตถุที่มีลักษณะแบนและเรียบ อาจทำจากวัสดุต่างๆ เช่น โลหะ แก้ว กระเบื้อง ป้ายทะเบียนรถ: แผ่นที่ติดอยู่หน้ารถและหลังรถเพื่อแสดงหมายเลขประจำรถ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างประโยคที่ใช้คำว่า “Plates” ในบริบทต่างๆ: “Can you pass me a clean plate?” (ช่วยส่งจานสะอาดให้หน่อยได้ไหม?) “The chef arranged…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *