"Screening” แปลว่า

คำว่า “Screening” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ การคัดกรอง การตรวจสอบ หรือการคัดเลือก เพื่อให้ได้มาซึ่งคุณสมบัติที่ต้องการ หรือเพื่อแยกสิ่งที่ไม่ต้องการออกไป เป็นกระบวนการที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหลากหลายบริบท ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์ การจ้างงาน หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวัน

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอคำว่า “Screening” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อไปตรวจสุขภาพ แพทย์อาจทำการ “Screening” เพื่อหาความเสี่ยงของโรคต่างๆ ก่อนที่จะลงลึกในการตรวจ หรือเมื่อบริษัทต้องการรับสมัครงาน ผู้จัดการฝ่ายบุคคลก็จะทำการ “Screening” ใบสมัครงานของผู้สมัครเพื่อคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดเข้ามาสัมภาษณ์ นอกจากนี้ การ “Screening” ยังอาจหมายถึงการฉายภาพยนตร์ หรือการแสดงผลงานต่างๆ ด้วย

ความหมายและการใช้งาน

โดยทั่วไป “Screening” หมายถึง กระบวนการประเมินหรือตรวจสอบบางสิ่งบางอย่างอย่างรวดเร็ว เพื่อระบุหรือคัดแยกกลุ่มที่มีลักษณะเฉพาะที่สนใจ หรือเพื่อกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการออกไป

ตัวอย่างการใช้งาน

  • **การแพทย์:** การทำ Mammogram Screening เพื่อตรวจหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น
  • **การจ้างงาน:** การ Screening Resume หรือใบสมัครงาน เพื่อคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเบื้องต้น
  • **ความปลอดภัย:** การ Screening ผู้โดยสารที่สนามบิน เพื่อตรวจสอบสิ่งของต้องห้าม
  • **ภาพยนตร์:** การ Screening หนังใหม่ให้กับนักวิจารณ์ก่อนเข้าฉายทั่วไป

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Screening” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการคัดแยกหรือประเมินอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อประหยัดเวลาและทรัพยากรในการตรวจสอบเชิงลึก หรือเพื่อหาผู้ที่มีแนวโน้มที่จะมีคุณสมบัติที่ต้องการ

🔷 FAQ SECTION

“Screening” ในการแพทย์หมายถึงอะไร?

ในการแพทย์ “Screening” หมายถึง การตรวจคัดกรองเพื่อหาความเสี่ยงหรือสัญญาณเริ่มต้นของโรคในกลุ่มประชากรที่ดูเหมือนจะแข็งแรงดี เพื่อให้สามารถรักษาหรือป้องกันได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

การ “Screening” ผู้สมัครงานมีความสำคัญอย่างไร?

การ “Screening” ผู้สมัครงานช่วยให้บริษัทสามารถคัดกรองผู้ที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นตรงตามที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ลดจำนวนผู้สมัครที่ต้องพิจารณาในขั้นตอนต่อไป ช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรในการสรรหาบุคลากร

Similar Posts

  • "sad” แปลว่า

    คำว่า “sad” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงความรู้สึกเศร้า เสียใจ หรือไม่สบายใจ เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกผิดหวัง สูญเสีย หรือประสบกับสิ่งที่ไม่ดี ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “sad” เพื่ออธิบายความรู้สึกของตัวเองหรือคนรอบข้าง เช่น เมื่อเพื่อนเล่าเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ เราอาจจะบอกว่า “I feel sad for you” หรือเมื่อเห็นข่าวร้าย เราก็อาจจะรู้สึก “sad” ได้เช่นกัน เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปเพื่อสื่อสารอารมณ์เชิงลบที่ไม่รุนแรงมากนัก ความหมายและการใช้งาน คำว่า “sad” แปลว่า เศร้า, เสียใจ, น่าเศร้า, น่าสังเวช โดยทั่วไปใช้เพื่อบอกถึงสภาวะทางอารมณ์ที่รู้สึกไม่ดี ไม่มีความสุข หรือผิดหวัง ตัวอย่าง “I’m sad because my pet is sick.” (ฉันเศร้าเพราะสัตว์เลี้ยงของฉันป่วย) “That movie was really sad.” (หนังเรื่องนั้นเศร้ามากเลย) “She looked sad after…

  • "Slip” แปลว่า

    คำว่า “Slip” ในภาษาอังกฤษนั้นมีความหมายหลักๆ ที่เกี่ยวกับการลื่นไถล หรือการพลาดพลั้งไป โดยทั่วไปแล้ว เมื่อพูดถึง “slip” เรามักจะนึกถึงการที่ร่างกายสูญเสียการทรงตัวและลื่นล้มลงบนพื้นผิวที่อาจจะเปียก ลื่น หรือมีสิ่งกีดขวาง แต่ก็สามารถใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้เช่นกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “slip” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อมีคนเดินแล้วลื่นล้ม เราอาจจะพูดว่า “He slipped and fell” (เขาเดินลื่นล้ม) หรือหากเป็นอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดจากการพลาด เช่น ทำของหล่น หรือพูดอะไรผิดพลาดไป ก็อาจจะใช้คำนี้ได้เช่นกัน นอกจากนี้ ในบริบทของเอกสารหรือข้อความ ก็อาจหมายถึงการตกหล่น หรือการพิมพ์ผิดพลาดได้ด้วย ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลักของ “slip” คือ การลื่นไถล การสูญเสียการทรงตัวจนล้ม หรือการพลาดพลั้งไป อาจใช้ได้ทั้งกับร่างกาย การกระทำ หรือแม้แต่สิ่งของ ตัวอย่างการใช้งาน การลื่นล้ม: “Be careful, the floor is wet and you…

  • "Refuse” แปลว่า

    คำว่า “Refuse” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักว่า “ปฏิเสธ” ค่ะ เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อเราไม่ยอมรับ ไม่ตกลง หรือไม่ยินยอมในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคำขอ ข้อเสนอ หรือการกระทำ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะใช้คำนี้ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเพื่อนชวนไปเที่ยวแต่เราไม่ว่าง เราก็สามารถ “refuse” คำชวนนั้นได้ หรือเมื่อมีคนยื่นของให้แต่เราไม่ต้องการ เราก็สามารถ “refuse” ได้เช่นกัน บางครั้งเราอาจใช้คำนี้เพื่อแสดงจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยกับบางสิ่งบางอย่าง หรือไม่ยอมทำตามคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง ความหมายและการใช้งาน “Refuse” หมายถึงการแสดงออกว่าไม่ต้องการหรือไม่ยอมรับอะไรบางอย่าง อาจเป็นการปฏิเสธอย่างสุภาพ หรือปฏิเสธอย่างหนักแน่นก็ได้ค่ะ ตัวอย่างการใช้งาน 1. He refused my offer. (เขาปฏิเสธข้อเสนอของฉัน) 2. She refused to answer the question. (เธอปฏิเสธที่จะตอบคำถาม) 3. The company refused his application. (บริษัทปฏิเสธใบสมัครของเขา) บริบทที่พบบ่อย คำว่า “refuse” มักใช้ในสถานการณ์ที่เป็นทางการ…

  • "Pitchy” แปลว่า

    คำว่า “Pitchy” เป็นคำสแลงในภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในวงการบันเทิง หรือเมื่อพูดถึงการนำเสนออะไรบางอย่างที่มีลักษณะน่าสนใจ ดึงดูดใจ หรือน่ารักจนเกินไปจนอาจจะดูประดิษฐ์หรือเกินจริงไปหน่อย ในชีวิตประจำวัน คนมักจะใช้คำว่า “Pitchy” เพื่ออธิบายถึงการแสดงออก พฤติกรรม หรือแม้แต่การพูดที่ดูพยายามจะน่ารัก หรือน่าประทับใจมากเกินไป จนบางครั้งอาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือทำให้คนฟังรู้สึกหมั่นไส้ได้ เช่น เวลาเห็นดาราบางคนทำท่าทางหรือพูดจาที่ดูพยายามแอ็คอาร์ตเกินเบอร์ หรือเวลาเห็นโฆษณาที่ใช้เพลงหรือภาพที่ดูน่ารักจนเกินจริง ก็อาจจะบอกได้ว่า “มันดู Pitchy ไปหน่อยนะ” ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Pitchy” มาจากคำว่า “pitch” ที่หมายถึงระดับเสียง หรือความสูงต่ำของเสียง เมื่อเติม “-y” เข้าไป ทำให้มีความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า มีลักษณะคล้ายคลึงกับ “pitch” ในความหมายที่สูง หรือแหลมเกินไป ในบริบทของการใช้งานทั่วไป “Pitchy” จึงหมายถึง สิ่งที่ดูน่ารักเกินไป, ดัดจริต, หรือพยายามจะประทับใจมากเกินไป จนอาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติ ตัวอย่างการใช้งาน “นักร้องคนนั้นร้องเพลงเสียงสูงมากจนฟังดู pitchy เลย” (ในกรณีนี้อาจหมายถึงเสียงแหลมเกินไป หรือฟังดูไม่เป็นธรรมชาติ) “ท่าเต้นของเธอ pitchy ไปหน่อยนะ ดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเลย”…

  • "Team” แปลว่า

    คำว่า “Team” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ทีม” หรือ “คณะทำงาน” ซึ่งหมายถึงกลุ่มบุคคลที่มารวมตัวกันเพื่อทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งให้สำเร็จลุล่วง โดยแต่ละคนในทีมจะมีบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบที่แตกต่างกันไป แต่มีเป้าหมายร่วมกันในการทำงานนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Team” ถูกนำไปใช้ในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นในที่ทำงาน ที่เราอาจจะได้ยินคำว่า “ทีมโปรเจกต์” หรือ “ทีมขาย” หรือแม้แต่ในวงการกีฬา เช่น “ทีมฟุตบอล” หรือ “ทีมบาสเกตบอล” นอกจากนี้ ในกลุ่มเพื่อนฝูงหรือกิจกรรมต่างๆ ก็อาจมีการรวมตัวกันเป็น “ทีม” เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น “ทีมจัดงานปาร์ตี้” หรือ “ทีมอาสาสมัคร” การทำงานเป็นทีมช่วยให้งานสำเร็จได้เร็วขึ้น และยังเป็นการแบ่งเบาภาระงานของแต่ละบุคคลอีกด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Team” หมายถึง กลุ่มบุคคลที่ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน โดยมักจะมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกันอย่างชัดเจน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด การใช้งานในภาษาไทยมักจะทับศัพท์ว่า “ทีม” โดยตรง หรืออาจใช้คำว่า “คณะทำงาน” หรือ “กลุ่ม” ในบริบทที่ต้องการความเป็นทางการมากขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน “เราต้องรีบประชุม Team เพื่อวางแผนงานสำหรับสัปดาห์หน้า” “Team ของเราประสบความสำเร็จในการปิดยอดขายได้ตามเป้าหมาย”…

  • "Thank” แปลว่า

    คำว่า “Thank” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงความรู้สึกขอบคุณ หมายถึง การกล่าวแสดงความรู้สึกซาบซึ้งหรือรู้สึกดีต่อใครบางคน เมื่อพวกเขาได้ช่วยเหลือ ทำสิ่งดีๆ ให้ หรือมอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้แก่เรา เป็นการสื่อสารที่แสดงถึงการยอมรับและเห็นคุณค่าของการกระทำนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Thank” หรือ “Thank you” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อมีคนยื่นของให้ เมื่อมีคนเปิดประตูให้ เมื่อได้รับคำแนะนำ หรือเมื่อมีคนช่วยเหลือในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ การกล่าว “Thank you” เป็นการแสดงออกถึงมารยาทที่ดีและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันกับผู้คนรอบข้าง ทำให้การสื่อสารราบรื่นและเป็นมิตรมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Thank” หมายถึง การขอบคุณ การแสดงความรู้สึกซาบซึ้งใจ เมื่อมีคนทำสิ่งดีๆ ให้ หรือมอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เรา สามารถใช้ได้ทั้งแบบเดี่ยวๆ หรือแบบเต็มว่า “Thank you” ซึ่งมีความหมายเหมือนกัน ตัวอย่างการใช้งาน มีคนยื่นปากกาให้: “Thank you.” เพื่อนช่วยถือของ: “Thank you for your help.” ได้รับของขวัญ: “Thank you…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *