"Make Sense” แปลว่า

“Make Sense” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้กันบ่อยมากค่ะ ความหมายหลักๆ คือ “สมเหตุสมผล”, “เข้าท่า”, “มีเหตุผลรองรับ” หรือ “เข้าใจได้” ค่ะ เมื่อเราพูดว่าอะไรบางอย่าง “makes sense” หมายความว่าสิ่งนั้นมีความเป็นไปได้ มีตรรกะ หรือมีความเชื่อมโยงที่ทำให้เราเข้าใจได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดหรือไร้สาระค่ะ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Make Sense” ในสถานการณ์ต่างๆ ค่ะ เช่น เวลาที่เพื่อนเล่าเรื่องอะไรให้ฟังแล้วเรารู้สึกว่ามันฟังขึ้น เข้าใจได้ ก็จะบอกว่า “That makes sense.” หรือเวลาที่เรากำลังอธิบายแผนงานอะไรบางอย่าง แล้วอยากให้คนอื่นเข้าใจว่าทำไมเราถึงทำแบบนั้น เราก็อาจจะบอกว่า “Here’s why this plan makes sense…” เพื่ออธิบายเหตุผลเบื้องหลังค่ะ บางทีก็ใช้ในเชิงคำถาม เช่น “Does this make sense?” เพื่อถามว่าสิ่งที่อธิบายไปนั้นอีกฝ่ายเข้าใจหรือไม่ค่ะ

ความหมายและการใช้งาน

“Make Sense” หมายถึง การมีเหตุผลที่ชัดเจน เข้าใจได้ หรือเป็นไปตามตรรกะค่ะ สามารถใช้ได้ทั้งกับความคิด, การกระทำ, คำอธิบาย, หรือสถานการณ์ต่างๆ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “If you’re tired, staying home makes sense.” (ถ้าคุณเหนื่อย การอยู่บ้านก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล)
  • “Her explanation about the project delay really makes sense.” (คำอธิบายของเธอเกี่ยวกับความล่าช้าของโครงการนั้นสมเหตุสมผลจริงๆ)
  • “I don’t think this idea makes sense at all.” (ฉันไม่คิดว่าไอเดียนี้จะสมเหตุสมผลเลย)

บริบทที่ใช้บ่อย

สำนวนนี้มักใช้ในการสนทนาทั่วไป การอธิบาย การให้เหตุผล หรือเมื่อต้องการยืนยันว่าสิ่งที่กำลังพูดถึงนั้นมีความเป็นไปได้และเข้าใจได้ค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

“Make Sense” ใช้ในสถานการณ์แบบไหนได้บ้าง?

สามารถใช้ได้ในหลากหลายสถานการณ์ค่ะ ตั้งแต่การตัดสินใจในชีวิตประจำวัน (เช่น การเลือกซื้อของ การวางแผนการเดินทาง) การอธิบายเหตุผลของพฤติกรรมต่างๆ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลหรือสถานการณ์ที่ซับซ้อน เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นมีความสมเหตุสมผลหรือไม่

ถ้ามีคนพูดว่า “It doesn’t make sense” หมายถึงอะไร?

หมายถึง สิ่งนั้นไม่สมเหตุสมผล ไม่เข้าท่า ไม่มีเหตุผลรองรับ หรือไม่สามารถเข้าใจได้ค่ะ อาจจะเพราะข้อมูลไม่เพียงพอ ขัดแย้งกันเอง หรือดูไม่มีความเป็นไปได้เลย

Similar Posts

  • "Humbleness” แปลว่า

    “Humbleness” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ความถ่อมตน” หรือ “ความอ่อนน้อมถ่อมตน” หมายถึง การรู้จักประมาณตน ไม่เย่อหยิ่ง จองหอง หรือโอ้อวดในคุณสมบัติ ความสามารถ หรือสิ่งที่ตนมีอยู่ เป็นการแสดงออกถึงการเคารพผู้อื่นและยอมรับในข้อจำกัดของตนเอง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นการแสดงออกถึงความ Humbleness ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อมีคนชมเชย เราอาจจะตอบกลับด้วยความรู้สึกขอบคุณและกล่าวว่า “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ/ครับ” หรือเมื่อเราทำผิดพลาด เราก็พร้อมที่จะยอมรับและขอโทษอย่างจริงใจ โดยไม่พยายามหาข้อแก้ตัวเพื่อปกป้องตนเอง คนที่มี Humbleness มักจะเป็นคนที่น่าเข้าหา น่าคบหา และได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง เพราะเขาไม่ได้มองว่าตนเองเหนือกว่าใคร แต่พร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ความหมายและการใช้งาน “Humbleness” สื่อถึงการมีทัศนคติที่สงบเสงี่ยม ไม่โอ้อวดตนเอง ไม่ว่าจะมีเกียรติยศ ชื่อเสียง หรือความสำเร็จมากเพียงใดก็ตาม คนที่แสดงออกถึง Humbleness จะไม่ยกตนข่มท่าน แต่จะให้เกียรติผู้อื่นเสมอ การใช้งานในภาษาไทยคือการใช้คำว่า “ความถ่อมตน” หรือ “ความอ่อนน้อม” เพื่ออธิบายลักษณะนิสัยหรือการกระทำของบุคคลนั้นๆ ตัวอย่าง ถึงแม้จะเป็น CEO ของบริษัทใหญ่ แต่เขาก็ยังคงมีความ Humbleness ในการพูดคุยกับพนักงานทุกคน เธอได้รับรางวัลมากมาย…

  • "Wear” แปลว่า

    คำว่า “wear” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “สวมใส่” หรือ “ใส่” ซึ่งใช้กับการนำเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือสิ่งอื่นๆ มาไว้บนร่างกาย เพื่อปกปิด หรือเพื่อความสวยงาม ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “wear” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงเสื้อผ้าที่ใส่ในแต่ละวัน การเลือกชุดไปงาน หรือแม้แต่การพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ส่งผลต่อการแต่งกาย เช่น “It’s cold today, you should wear a jacket.” (วันนี้อากาศหนาวนะ ควรใส่เสื้อแจ็คเก็ต) ความหมายและการใช้งาน “Wear” หมายถึง การนำสิ่งของต่างๆ เช่น เสื้อผ้า (clothes), รองเท้า (shoes), หมวก (hat), เครื่องประดับ (jewelry) มาสวมใส่ หรือประดับบนร่างกาย ตัวอย่างการใช้งาน I wear a blue shirt today. (วันนี้ฉันใส่เสื้อสีฟ้า)…

  • "Can” แปลว่า

    “Can” เป็นคำกริยา (verb) ในภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงความสามารถ, ความเป็นไปได้, หรือการขออนุญาต มีความหมายหลักๆ คือ “สามารถ” หรือ “ทำได้” ในภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “can” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อต้องการบอกว่าตัวเองทำอะไรได้ หรือไม่สามารถทำอะไรได้ หรือเมื่อต้องการถามว่าอีกฝ่ายสามารถทำสิ่งนั้นได้หรือไม่ นอกจากนี้ยังใช้เพื่อขออนุญาตทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างสุภาพ หรือเพื่อบอกความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ต่างๆ ความหมายและการใช้งาน “Can” ใช้เพื่อแสดงถึง: ความสามารถ (Ability): บอกว่าใครสักคนมีความสามารถในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น “I can speak Thai.” (ฉันสามารถพูดภาษาไทยได้) ความเป็นไปได้ (Possibility): บอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีโอกาสที่จะเกิดขึ้น เช่น “It can rain tomorrow.” (พรุ่งนี้ฝนอาจจะตก) การขออนุญาต (Permission): ใช้เพื่อขออนุญาตทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างสุภาพ เช่น “Can I borrow your pen?” (ฉันขอยืมปากกาของคุณได้ไหม) การขอร้อง…

  • "Sustain” แปลว่า

    คำว่า “Sustain” ในภาษาอังกฤษ สามารถแปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ แต่โดยรวมแล้วมีความหมายถึง การทำให้บางสิ่งบางอย่างคงอยู่ต่อไปได้ การดำรงอยู่ หรือการรักษาไว้ให้อยู่ในสภาพที่ดี หรือในระดับที่ต้องการ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Sustain” ในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับการรักษา การดูแล หรือการทำให้สิ่งต่างๆ ดำรงอยู่ได้ เช่น การพูดถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ซึ่งหมายถึงการพัฒนาที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว หรือการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอย่างต่อเนื่อง (Sustain good health) รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อให้มีใช้อย่างต่อเนื่อง ความหมายและการใช้งาน “Sustain” หมายถึง การทำให้บางสิ่งคงอยู่ต่อไป การประคับประคอง การสนับสนุนให้ดำรงอยู่ได้ หรือการรักษาให้อยู่ในสภาพเดิม หรือในระดับที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น การ sustains effort หมายถึงการพยายามอย่างต่อเนื่อง การ sustain a business หมายถึงการทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้โดยไม่ล้มละลาย ตัวอย่างการใช้งาน Sustain growth: การรักษาการเติบโตให้คงที่ Sustain life: การดำรงชีวิต การประคับประคองชีวิต Sustain a…

  • "Curtain” แปลว่า

    คำว่า “Curtain” ในภาษาไทยมีความหมายตรงตัวว่า “ม่าน” หรือ “ผ้าม่าน” ซึ่งหมายถึงผืนผ้าที่ใช้แขวนปิดบังหรือตกแต่งบริเวณหน้าต่าง ประตู หรือช่องแสงต่างๆ เพื่อควบคุมปริมาณแสง ป้องกันความร้อน หรือเพื่อความเป็นส่วนตัว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะคุ้นเคยกับการใช้ม่านในบ้านพักอาศัย หรือตามอาคารสำนักงานต่างๆ เช่น เวลาที่เราต้องการบังแสงแดดตอนกลางวันเพื่อไม่ให้เข้ามาภายในห้องมากเกินไป ก็จะดึงม่านลงมา หรือหากต้องการความเป็นส่วนตัว ก็จะปิดม่านเพื่อไม่ให้คนภายนอกมองเห็นภายในได้ง่ายๆ นอกจากนี้ ม่านยังเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งบ้านที่ช่วยเพิ่มความสวยงามและบรรยากาศให้กับห้องได้อีกด้วย ในบางครั้ง คำว่า “curtain call” ซึ่งหมายถึงการที่นักแสดงออกมาโค้งคำนับรับเสียงปรบมือจากผู้ชมหลังการแสดงจบ ก็เป็นอีกบริบทหนึ่งที่คำว่า curtain ถูกนำมาใช้ ความหมายและการใช้งาน Curtain หมายถึง ผ้าม่านที่ใช้สำหรับบังแสง ป้องกันความร้อน เพิ่มความเป็นส่วนตัว หรือใช้เป็นส่วนประกอบในการตกแต่ง โดยทั่วไปจะทำจากผ้าประเภทต่างๆ และมีรูปแบบการติดตั้งหลากหลาย เช่น ม่านจีบ ม่านพับ ม่านม้วน ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันจะปิดม่านหน้าต่างเพื่อไม่ให้แดดส่องเข้ามา” (I will close the curtain on the window to prevent…

  • "Flag” แปลว่า

    คำว่า “Flag” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “ธง” ซึ่งหมายถึงผืนผ้าที่มีสีสัน ลวดลาย หรือสัญลักษณ์ต่างๆ ติดอยู่บนยอดเสา มักใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติ ประจำหน่วยงาน หรือใช้ในการส่งสัญญาณต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็น “Flag” ในหลายบริบท เช่น ธงชาติที่โบกสะบัดอยู่ตามสถานที่ราชการ หรือธงที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาต่างๆ เพื่อแสดงถึงประเทศที่เข้าร่วม หรือใช้เป็นสัญญาณบอกจุดเริ่มต้น/เส้นชัย นอกจากนี้ “Flag” ยังถูกนำไปใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เช่น การตั้ง “Flag” หมายถึงการกำหนดเป้าหมาย หรือการตั้งข้อสังเกตบางอย่างที่สำคัญ ความหมายและการใช้งาน “Flag” หมายถึง ธง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงอัตลักษณ์ หรือใช้ในการสื่อสาร การใช้งานในชีวิตประจำวันมีหลากหลาย เช่น ธงชาติ ธงประจำทีม หรือธงสัญญาณต่างๆ ในทางการเมือง ธงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการแสดงถึงอำนาจอธิปไตยและความเป็นชาติ ส่วนในวงการกีฬา ธงใช้เพื่อบ่งบอกสัญลักษณ์ประจำชาติของนักกีฬา หรือใช้เป็นสัญญาณในการแข่งขัน ตัวอย่างการใช้งาน นักกีฬาทุกคนชู Flag ของประเทศตนเองอย่างภาคภูมิใจ สัญญาณ Flag สีแดงถูกยกขึ้นเพื่อหยุดการแข่งขัน บริษัทได้ตั้ง Flag ในการเพิ่มยอดขายให้ได้…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *