"Scolding” แปลว่า

คำว่า “Scolding” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การตำหนิ การดุด่า หรือการว่ากล่าวตักเตือนด้วยความไม่พอใจ มักใช้เมื่อมีคนทำผิด ทำผิดพลาด หรือประพฤติตัวไม่เหมาะสม ผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีอำนาจสูงกว่ามักจะเป็นฝ่าย “scold” ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า หรือผู้ใต้บังคับบัญชา

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือพบเห็นสถานการณ์ที่คน “scold” กันอยู่บ่อยๆ เช่น คุณพ่อคุณแม่ “scold” ลูกที่ทำการบ้านไม่เสร็จ หรือคุณครูดุนักเรียนที่ส่งเสียงดังในห้องเรียน เจ้านายอาจจะ “scold” ลูกน้องที่ทำงานผิดพลาด หรือแม้แต่เพื่อนสนิทอาจจะ “scold” กันเมื่ออีกฝ่ายทำอะไรที่ทำให้ไม่พอใจ การ “scold” ไม่จำเป็นต้องรุนแรงเสมอไป แต่อาจเป็นการพูดด้วยน้ำเสียงตำหนิ หรือแสดงความผิดหวัง

ความหมายและการใช้งาน

“Scolding” คือการพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเพื่อตำหนิการกระทำผิด หรือการกระทำที่ไม่เหมาะสมของใครบางคน เป็นการแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วย หรือความผิดหวังต่อพฤติกรรมนั้นๆ

ตัวอย่าง

  • คุณแม่กำลัง scold ลูกชายที่เล่นซนจนทำแจกันแตก
  • ครูscold นักเรียนที่มาโรงเรียนสาย
  • หัวหน้าscold พนักงานที่ส่งรายงานผิดพลาด

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “scolding” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการแสดงออกถึงการตำหนิ หรือการตักเตือนอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว ที่ทำงาน หรือในโรงเรียน

FAQ SECTION

“Scolding” ต่างจาก “Criticism” อย่างไร?

“Scolding” มักจะมีความรู้สึกไม่พอใจ หรือใช้น้ำเสียงที่แสดงอารมณ์มากกว่า “Criticism” ซึ่งเป็นการให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อดีข้อเสียอย่างมีเหตุผลมากกว่า

มีคำไทยคำไหนที่ใกล้เคียงกับ “Scolding” บ้าง?

คำไทยที่ใกล้เคียง ได้แก่ การตำหนิ, การดุด่า, การว่ากล่าว, การต่อว่า

Similar Posts

  • "Just” แปลว่า

    คำว่า “Just” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “เพียงแค่”, “เพิ่งจะ”, หรือ “เท่านั้น” ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ในประโยค สามารถใช้เพื่อเน้นย้ำถึงจำนวนที่น้อย, เวลาที่เพิ่งผ่านไป, หรือเพื่อแสดงถึงการจำกัดขอบเขต ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Just” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อเพื่อนถามว่า “ทำอะไรอยู่?” เราอาจตอบว่า “Just watching TV.” ซึ่งหมายถึง “ก็แค่นั่งดูทีวีอยู่” หรือเมื่อเราเพิ่งจะทำอะไรเสร็จ เราอาจพูดว่า “I just finished my homework.” แปลว่า “ฉันเพิ่งทำการบ้านเสร็จ” นอกจากนี้ยังใช้เพื่อบอกว่ามีบางสิ่งเกิดขึ้น “just now” หมายถึง “เมื่อสักครู่นี้เอง” หรือใช้เพื่อบอกว่ามีเพียงแค่นั้น เช่น “It’s just one dollar.” แปลว่า “มันแค่หนึ่งดอลลาร์เท่านั้น” ความหมายและการใช้งาน “Just” มีความหมายหลากหลายตามบริบท: เพียงแค่ / เท่านั้น (limiting): ใช้เพื่อบอกว่ามีจำนวนน้อยหรือไม่มากนัก…

  • "Coast” แปลว่า

    คำว่า “Coast” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ชายฝั่งทะเล หรือแนวชายฝั่งทะเล เป็นบริเวณที่แผ่นดินมาบรรจบกับทะเล หรือมหาสมุทร ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Coast” เพื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวชายทะเล หรือกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทะเล เช่น การไปพักผ่อนที่ชายหาด การเดินเล่นริมทะเล หรือการชมวิวทิวทัศน์ของทะเล นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เพื่ออธิบายลักษณะทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่ที่ติดกับทะเลได้ด้วย ความหมายและการใช้งาน “Coast” หมายถึง แนวที่ดินที่ติดกับทะเลหรือมหาสมุทร เป็นบริเวณที่เกิดการปะทะกันระหว่างมหาภาค (แผ่นดิน) และอุทกภาค (ทะเล) ทำให้เกิดลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่หลากหลาย เช่น ชายหาด หน้าผา หรืออ่าว ตัวอย่างการใช้งาน นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมไปพักผ่อนตาม coast ของประเทศไทยในช่วงฤดูร้อน การเดินเล่นบน coast ยามเย็นเป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลายมาก บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “Coast” มักถูกใช้ในบริบทของการท่องเที่ยว การพักผ่อนหย่อนใจ และการอธิบายลักษณะทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่ที่อยู่ติดทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีพรมแดนติดทะเล 🔷 FAQ SECTION “Coast” กับ “Beach” ต่างกันอย่างไร? แม้จะมีความเกี่ยวข้องกัน…

  • "อาเมน” แปลว่า

    คำว่า “อาเมน” (Amen) เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในทางศาสนา โดยเฉพาะในศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลาม มีความหมายโดยรวมว่า “จริง” “เป็นเช่นนั้น” หรือ “ขอให้เป็นเช่นนั้น” เป็นการยืนยันความจริงของคำกล่าว หรือเป็นการแสดงความปรารถนาให้สิ่งที่กล่าวไปนั้นเกิดขึ้นจริง ในการใช้งานจริง ผู้คนมักจะกล่าวคำว่า “อาเมน” หลังจากการสวดอ้อนวอน บทภาวนา หรือคำอวยพร เพื่อเป็นการปิดท้ายและยืนยันความตั้งใจหรือความเชื่อมั่นในสิ่งที่ได้อธิษฐานไปแล้ว บางครั้งก็ใช้เป็นการตอบรับหรือเห็นด้วยกับคำพูดของผู้อื่นในเชิงที่แสดงถึงความจริงใจและความศรัทธา ความหมายและการใช้งาน “อาเมน” มาจากภาษาฮีบรู (אמן) ซึ่งมีความหมายว่า “ความจริง” “ความน่าเชื่อถือ” หรือ “การทำให้มั่นคง” ในบริบททางศาสนา คำนี้จึงเป็นการแสดงถึงการยอมรับ การยืนยัน และการเห็นชอบกับคำกล่าว หรือคำอธิษฐานต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อสวดมนต์จบ ผู้นำสวดอาจจะกล่าวว่า “ขอพระพรจงมีแด่ท่านทุกคน อาเมน” หรือเมื่อมีคนกล่าวคำอวยพรที่เป็นมงคล ก็อาจจะมีผู้ร่วมกล่าว “อาเมน” เพื่อเป็นการเห็นด้วยและรับพรนั้น บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “อาเมน” มักจะได้ยินในโบสถ์ระหว่างพิธีมิสซา หรือการนมัสการในศาสนาคริสต์ รวมถึงในมัสยิดระหว่างการละหมาดของศาสนาอิสลาม นอกจากนี้ยังสามารถพบเห็นได้ในการกล่าวคำอธิษฐานส่วนตัว หรือในพิธีกรรมทางศาสนาอื่นๆ “อาเมน” มาจากภาษาอะไร? “อาเมน” มีรากศัพท์มาจากภาษาฮีบรูโบราณ…

  • "Decade” แปลว่า

    คำว่า “Decade” (ดีเคด) เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกช่วงเวลาหนึ่งปี ซึ่งมีความหมายตรงกับคำว่า “ทศวรรษ” ในภาษาไทยค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Decade” ในบริบทที่พูดถึงช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา หรือ 10 ปีข้างหน้า เช่น การพูดถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา หรือการวางแผนเป้าหมายสำหรับทศวรรษหน้า มันช่วยให้เรามองภาพรวมของช่วงเวลาที่ยาวนานขึ้นได้ง่ายขึ้นค่ะ ความหมายและการใช้งาน Decade หมายถึง ช่วงเวลา 10 ปี ซึ่งอาจจะนับต่อเนื่องกันไป เช่น ปี 2010-2019 หรือ 1990-1999 หรืออาจจะหมายถึงช่วงเวลา 10 ปีใดๆ ก็ได้ตามบริบทที่พูดถึงค่ะ ตัวอย่างการใช้งาน ประโยคตัวอย่างเช่น: “This is the best song of the last decade.” (นี่คือเพลงที่ดีที่สุดของทศวรรษที่ผ่านมา) “We are hoping for significant progress in…

  • "Fearful” แปลว่า

    คำว่า “Fearful” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า มีความรู้สึกกลัว วิตกกังวล หรือหวาดหวั่นต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ทำให้รู้สึกไม่สบายใจหรือไม่กล้าทำอะไรบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคนพูดถึงความรู้สึก “Fearful” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย หรือเมื่อรู้สึกว่ามีอันตรายอยู่ใกล้ตัว ความรู้สึกนี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกลัวความสูง กลัวการพูดต่อหน้าคนเยอะๆ หรือแม้แต่กลัวความผิดหวัง ความหมายและการใช้งาน “Fearful” บ่งบอกถึงสภาวะทางอารมณ์ที่เกิดจากความรู้สึกกลัว อาจใช้เพื่ออธิบายลักษณะนิสัยของคนที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออก หรือคนที่มักจะกังวลกับสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “He was fearful of the dark when he was a child.” (เขาเคยกลัวความมืดตอนเป็นเด็ก) หรือ “She felt fearful about the upcoming exam.” (เธอรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับการสอบที่กำลังจะมาถึง) บริบทที่ใช้ทั่วไป คำนี้มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความรู้สึก หรือบุคลิกภาพที่แสดงออกถึงความไม่มั่นใจ หรือความกังวลต่อเหตุการณ์หรือสิ่งเร้าที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือความไม่สบายใจ “Fearful” กับ…

  • "Purses” แปลว่า

    คำว่า “Purses” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง กระเป๋าถือของผู้หญิง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีขนาดเล็กถึงปานกลาง ใช้สำหรับพกพาสิ่งของจำเป็นส่วนตัว เช่น กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ เครื่องสำอาง หรือกุญแจ กระเป๋าประเภทนี้มีหลากหลายรูปแบบ วัสดุ และดีไซน์ เพื่อตอบสนองความต้องการและสไตล์ที่แตกต่างกันไปของผู้ใช้ ในชีวิตประจำวัน ผู้คนมักจะใช้ “purses” เป็นเครื่องประดับที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพและบ่งบอกถึงรสนิยม การเลือก “purse” ที่เหมาะสมกับโอกาส เช่น กระเป๋าใบหรูสำหรับออกงานสังคม กระเป๋าที่ใช้งานได้หลากหลายสำหรับชีวิตประจำวัน หรือกระเป๋าใบเล็กสำหรับใส่ของเพียงไม่กี่ชิ้นเมื่อไปทำธุระข้างนอก ถือเป็นส่วนสำคัญของการแต่งกายของผู้หญิงหลายคน นอกจากประโยชน์ใช้สอยแล้ว “purse” ยังสะท้อนถึงสถานะทางสังคมและไลฟ์สไตล์ของผู้ถือได้อีกด้วย ความหมายและการใช้งาน “Purses” หมายถึง กระเป๋าถือของผู้หญิง มักมีสายสะพายหรือหูหิ้ว ใช้สำหรับพกพาสิ่งของส่วนตัว มีหลากหลายขนาดและดีไซน์ ตั้งแต่ใบเล็กกะทัดรัดไปจนถึงใบที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ตัวอย่างการใช้งาน เธอเลือก “purse” สีแดงสดให้เข้ากับรองเท้าบูทคู่ใหม่ ใน “purse” ของเธอมีทั้งลิปสติก พวงกุญแจ และบัตรเครดิต คำถามที่พบบ่อย “Purses” ต่างจาก “handbags” อย่างไร? โดยทั่วไปแล้ว คำว่า…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *