"Rough” แปลว่า

คำว่า “Rough” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่สื่อถึงความไม่เรียบร้อย ไม่นุ่มนวล หรือหยาบกระด้าง โดยทั่วไปแล้วเราจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายลักษณะของสิ่งของ พื้นผิว หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ต่างๆ ที่ไม่ได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แบบ หรือมีความขรุขระ ไม่ราบเรียบ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Rough” ในหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงสภาพถนนที่ขรุขระ ไม่ลาดยาง หรือเมื่อพูดถึงพื้นผิวของวัสดุบางอย่างที่ไม่ได้รับการขัดเกลาให้เรียบเนียน นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เพื่ออธิบายถึงช่วงเวลาที่ยากลำบาก หรือสถานการณ์ที่ไม่ราบรื่นได้อีกด้วย

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Rough” มีความหมายหลากหลายขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้:

  • พื้นผิว: หมายถึง พื้นผิวที่ขรุขระ ไม่เรียบ ไม่นุ่ม เช่น a rough surface (พื้นผิวที่ขรุขระ)
  • สภาพอากาศ: หมายถึง สภาพอากาศที่รุนแรง มีลมแรง คลื่นลมแรง เช่น rough weather (สภาพอากาศเลวร้าย)
  • สถานการณ์/ช่วงเวลา: หมายถึง ช่วงเวลาที่ยากลำบาก มีปัญหา หรือไม่ราบรื่น เช่น a rough time (ช่วงเวลาที่ยากลำบาก)
  • ลักษณะนิสัย/การกระทำ: หมายถึง การหยาบกระด้าง ไม่นุ่มนวล หรือรุนแรง เช่น rough handling (การจัดการที่หยาบกระด้าง)
  • การประมาณการ: หมายถึง การประมาณการแบบคร่าวๆ ไม่ละเอียด เช่น a rough estimate (การประมาณการคร่าวๆ)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “The road to the village is very rough, so be careful when driving.” (ถนนเข้าหมู่บ้านขรุขระมาก ขับรถด้วยความระมัดระวังนะ)
  • “I had a rough day at work today, everything seemed to go wrong.” (วันนี้เป็นวันที่แย่มากที่ทำงาน ทุกอย่างดูเหมือนจะผิดพลาดไปหมด)
  • “The sailor prepared for the rough sea.” (กะลาสีเรือเตรียมรับมือกับทะเลที่ปั่นป่วน)
  • “He gave me a rough idea of the project’s cost.” (เขาให้แนวคิดคร่าวๆ เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของโครงการแก่ฉัน)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Rough” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการสื่อถึงความไม่สมบูรณ์ ความยากลำบาก หรือลักษณะที่ไม่ราบเรียบ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ สภาพแวดล้อม หรือแม้กระทั่งอารมณ์ความรู้สึก

FAQ SECTION

“Rough” ใช้กับคนได้ไหม?

ได้ครับ สามารถใช้เพื่ออธิบายลักษณะนิสัยหรือการกระทำของคนที่หยาบกระด้าง ไม่นุ่มนวล หรือรุนแรงได้ เช่น “He can be a bit rough sometimes.” (บางครั้งเขาก็หยาบกระด้างไปหน่อย)

“Rough” แปลว่า “หยาบ” อย่างเดียวหรือไม่?

ไม่เสมอไปครับ แม้ว่า “หยาบ” จะเป็นความหมายหนึ่ง แต่ “Rough” ยังมีความหมายอื่นๆ อีกมาก เช่น ขรุขระ เลวร้าย ไม่ราบรื่น หรือการประมาณการคร่าวๆ การเลือกใช้คำแปลที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับบริบทของประโยคครับ

Similar Posts

  • "Artist” แปลว่า

    คำว่า “Artist” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ศิลปิน” ซึ่งหมายถึงบุคคลที่มีความสามารถพิเศษในการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด รูปปั้น ดนตรี การแสดง หรือวรรณกรรม โดยศิลปินจะใช้ทักษะ จินตนาการ และประสบการณ์ของตนเองเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ ความคิด หรือเรื่องราวผ่านผลงานของพวกเขา ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นคำว่า “Artist” ถูกนำไปใช้ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงนักร้อง นักแสดง นักดนตรี จิตรกร ช่างภาพ หรือแม้กระทั่งนักออกแบบกราฟิก ทุกคนเหล่านี้ล้วนเป็น “Artist” ในสาขาของตนเอง การเรียกใครสักคนว่าเป็น “Artist” เป็นการยกย่องถึงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขา ซึ่งมักจะสร้างแรงบันดาลใจหรือความประทับใจให้กับผู้คนรอบข้าง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Artist” หมายถึง ผู้ที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ไม่จำกัดเฉพาะสาขาใดสาขาหนึ่ง สามารถเป็นได้ทั้งผู้สร้างสรรค์ผลงานด้วยมือ หรือผู้ที่แสดงออกผ่านการแสดงต่างๆ การใช้งานคำนี้จึงมีความหมายกว้างและครอบคลุมหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจจะได้ยินคนพูดว่า “เขาเป็น Artist ที่มีความสามารถมากในการวาดภาพเหมือนจริง” หรือ “นักดนตรีคนนี้เป็น Artist ที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์” นอกจากนี้ยังอาจใช้ในบริบทของวงการบันเทิง เช่น “เธอคือนักแสดงหญิงที่เป็น Artist…

  • "Punctuality” แปลว่า

    คำว่า “Punctuality” หมายถึง การตรงต่อเวลา หรือการรักษาเวลา เป็นคุณสมบัติที่แสดงถึงความรับผิดชอบและความน่าเชื่อถือ โดยหมายถึงการมาถึงหรือการทำงานให้เสร็จทันตามกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ ไม่ว่าจะในเรื่องของการนัดหมาย การประชุม หรือการส่งมอบงาน ในชีวิตประจำวัน การตรงต่อเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการสร้างความประทับใจที่ดีต่อผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการไปทำงานให้ทันเวลาเข้างาน การไปถึงก่อนเวลานัดหมายเพื่อแสดงความใส่ใจ หรือแม้แต่การทำตามกำหนดเวลาในกิจกรรมต่างๆ การรักษาเวลาช่วยให้การดำเนินงานราบรื่น ลดความขัดแย้ง และแสดงถึงความเคารพต่อเวลาของผู้อื่น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีทั้งในเรื่องส่วนตัวและการทำงาน ความหมายและการใช้งาน “Punctuality” คือการให้ความสำคัญกับเวลา และปฏิบัติตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ การตรงต่อเวลาไม่ใช่แค่การมาถึงสถานที่ แต่รวมถึงการส่งมอบงานหรือการทำภารกิจให้เสร็จสิ้นภายในเวลาที่ตกลงกัน การมี Punctuality ที่ดีจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และทำให้ผู้อื่นไว้วางใจในการทำงานร่วมกัน ตัวอย่างการใช้งาน ในบริบทของการทำงาน หากคุณได้รับมอบหมายให้ส่งรายงานภายในวันศุกร์ การส่งรายงานนั้นภายในวันศุกร์ถือเป็นการแสดง Punctuality ที่ดี แต่หากส่งเลยกำหนดไปเป็นวันเสาร์ ก็ถือว่าขาด Punctuality ในเรื่องนั้นๆ หรือในการนัดหมายกับเพื่อน หากคุณนัดเจอเพื่อนเวลา 10.00 น. และคุณไปถึงก่อนหรือตรงเวลา 10.00 น. แสดงว่าคุณมี Punctuality บริบทและการใช้งานทั่วไป Punctuality เป็นคุณสมบัติที่ได้รับการยอมรับและคาดหวังในหลากหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่เป็นทางการ เช่น ที่ทำงาน สถาบันการศึกษา…

  • "Vet” แปลว่า

    คำว่า “Vet” ในภาษาไทยหมายถึง สัตวแพทย์ หรือ คุณหมอของสัตว์นั่นเองค่ะ เป็นคำทับศัพท์ที่มาจากภาษาอังกฤษ “Veterinarian” ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่เกิดกับสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยง สัตว์ปีก หรือแม้แต่สัตว์ใหญ่ก็ตาม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะคุ้นเคยกับคำว่า “Vet” เมื่อพาสัตว์เลี้ยงไปหาหมอ เช่น เวลาสุนัขของเราไม่สบาย หรือแมวมีอาการผิดปกติ เราก็จะพูดกันว่า “พาหมาไปหา Vet” หรือ “นัด Vet ไว้ตอนบ่าย” เป็นต้น คุณหมอ Vet จะทำหน้าที่ตรวจวินิจฉัยโรค ให้ยา ฉีดวัคซีน หรือทำการผ่าตัดให้กับสัตว์ เพื่อให้สัตว์กลับมามีสุขภาพแข็งแรงค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Vet” มาจากคำว่า “Veterinarian” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง สัตวแพทย์ ผู้ประกอบวิชาชีพในการดูแลสุขภาพของสัตว์ การใช้งานในภาษาไทยส่วนใหญ่จะเป็นการเรียกทับศัพท์โดยตรง หรือใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลสัตว์ เช่น คลินิกสัตว์ หรือโรงพยาบาลสัตว์ ตัวอย่างการใช้งาน “น้องหมาของฉันมีอาการซึมๆ เลยต้องพาไปหา Vet ด่วน” “คุณแม่นัด Vet…

  • "Thunder” แปลว่า

    คำว่า “Thunder” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “เสียงฟ้าร้อง” หรือ “ฟ้าคะนอง” ครับ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อมีฟ้าผ่า ซึ่งมักจะตามมาด้วยเสียงดังสนั่นที่เราได้ยิน ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Thunder” ถูกนำไปใช้ในบริบทต่างๆ ครับ เช่น เวลาที่พยากรณ์อากาศแจ้งว่าจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง หรือเวลาที่เราได้ยินเสียงฟ้าร้องดังมาแต่ไกล บางครั้งก็มีการนำไปใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ หรือเสียงที่ดัง กึกก้อง ก็มีเช่นกันครับ ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลัก: เสียงฟ้าร้อง, ฟ้าคะนอง การใช้งาน: ใช้บรรยายปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากฟ้าผ่า หรือใช้เปรียบเทียบกับสิ่งที่มีเสียงดังมาก หรือมีพลังอำนาจ ตัวอย่างการใช้งาน “I heard the thunder last night.” (เมื่อคืนฉันได้ยินเสียงฟ้าร้อง) “The thunder was so loud it shook the house.” (เสียงฟ้าร้องดังมากจนบ้านสั่น) “His voice was like thunder.” (เสียงของเขานั้นดังราวกับฟ้าร้อง) บริบทที่พบบ่อย…

  • "Don Ts” แปลว่า

    Don Ts” เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในภาษาไทย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ใช้โซเชียลมีเดีย หรือแชทกัน มีความหมายว่า “อย่า” หรือ “ไม่เอา” เป็นคำที่แสดงถึงการห้าม การปฏิเสธ หรือการเตือนด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นทางการ อาจจะมีความหมายแฝงถึงการประชดประชันเล็กน้อย หรือใช้เพื่อลดทอนความจริงจังของคำสั่งห้ามนั้นๆ ให้ดูเป็นกันเองมากขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Don Ts” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เวลาเพื่อนกำลังจะทำอะไรที่ดูจะไม่ค่อยเข้าท่า หรืออาจจะเกิดผลเสียตามมา เพื่อนอาจจะทักขึ้นมาว่า “Don Ts! ทำแบบนั้นเดี๋ยวก็โดนดุหรอก” หรือเวลาที่เรากำลังจะซื้อของที่ไม่จำเป็น เพื่อนที่เห็นอาจจะบอกว่า “Don Ts! ของเยอะแล้วนะ ซื้อไปก็ไม่ได้ใช้หรอก” นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับการแสดงความคิดเห็นต่อโพสต์ต่างๆ ในโซเชียลมีเดีย เพื่อบอกว่าไม่เห็นด้วย หรือไม่ควรทำสิ่งนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Don Ts” เป็นการผสมคำระหว่างภาษาอังกฤษ “Don’t” (ซึ่งแปลว่า อย่า) กับภาษาไทย “นะ” หรือ “สิ” ที่เติมเข้ามาเพื่อเพิ่มความเป็นกันเอง หรือเน้นย้ำความหมาย จึงทำให้คำนี้มีความหมายตรงตัวว่า “อย่า” หรือ “ไม่เอา”…

  • "Guardians” แปลว่า

    คำว่า “Guardians” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง ผู้พิทักษ์ ผู้คุ้มครอง หรือผู้ปกป้อง ซึ่งอาจจะเป็นบุคคล สิ่งของ หรือแนวคิดก็ได้ โดยมีความหมายโดยรวมถึงการทำหน้าที่คอยดูแล ปกป้องไม่ให้เกิดอันตราย หรือรักษาไว้ซึ่งสิ่งสำคัญ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Guardians” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น ในภาพยนตร์ เราอาจจะเห็นกลุ่มฮีโร่ที่เรียกตัวเองว่า “Guardians of the Galaxy” ซึ่งหมายถึงกลุ่มผู้พิทักษ์จักรวาล หรือในกรณีที่เกี่ยวกับเด็ก อาจหมายถึงผู้ปกครองตามกฎหมายที่ทำหน้าที่ดูแลคุ้มครองเด็ก หรือแม้กระทั่งในเรื่องของความปลอดภัย อาจหมายถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คอยปกป้องสถานที่ต่างๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Guardians” มาจากคำกริยา “guard” ที่แปลว่า เฝ้า ยาม หรือป้องกัน เมื่อเติม “-ian” เข้าไป จะกลายเป็นคำนามที่หมายถึงผู้ที่ทำหน้าที่นั้นๆ ดังนั้น “Guardians” จึงหมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองโดยตรง ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจจะพบเห็นการใช้คำนี้ในประโยค เช่น “The parents are the legal guardians…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *