"Refundable” แปลว่า

คำว่า “Refundable” ในภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวเป็นภาษาไทยได้ว่า “ที่สามารถขอคืนเงินได้” หรือ “ที่ขอคืนได้” หมายถึง สิ่งที่เมื่อซื้อไปแล้ว ผู้ซื้อมีสิทธิ์ที่จะส่งคืนสินค้าหรือยกเลิกบริการ และได้รับเงินที่จ่ายไปคืนมาตามเงื่อนไขที่กำหนด

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Refundable” บ่อยครั้งเวลาที่เราซื้อของออนไลน์ ซื้อตั๋วเครื่องบิน หรือจองโรงแรม โดยส่วนใหญ่แล้วจะมาพร้อมกับเงื่อนไข เช่น ต้องคืนภายในกี่วัน สินค้าต้องอยู่ในสภาพเดิมหรือไม่ หรือมีค่าธรรมเนียมในการคืนหรือไม่ การเข้าใจความหมายของ “Refundable” จะช่วยให้เราตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น และทราบสิทธิ์ของเราหากต้องการยกเลิกหรือคืนสินค้าในภายหลัง

ความหมายและการใช้งาน

“Refundable” เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ที่ใช้อธิบายถึงสินค้า บริการ หรือเงื่อนไขที่อนุญาตให้มีการขอคืนเงินได้ โดยทั่วไปมักใช้กับนโยบายการคืนสินค้า (return policy) หรือเงื่อนไขการยกเลิก (cancellation policy) ของธุรกิจต่างๆ

ตัวอย่าง

  • ตั๋วเครื่องบินแบบ Refundable: หมายถึง ตั๋วที่สามารถยกเลิกและขอคืนเงินได้ (อาจมีค่าธรรมเนียม)
  • สินค้า Refundable: หมายถึง สินค้าที่สามารถส่งคืนเพื่อรับเงินคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • การจองโรงแรมแบบ Refundable Rate: หมายถึง อัตราค่าห้องพักที่อนุญาตให้ยกเลิกการจองได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Refundable” มักปรากฏในข้อกำหนดและเงื่อนไข (Terms and Conditions) ของการซื้อขายออนไลน์ การจองที่พัก การซื้อตั๋วต่างๆ หรือนโยบายการคืนสินค้าของร้านค้า เพื่อแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงสิทธิ์ในการขอเงินคืน

🔷 FAQ SECTION

“Refundable” แตกต่างจาก “Non-refundable” อย่างไร?

“Refundable” หมายถึง สามารถขอคืนเงินได้ ส่วน “Non-refundable” หมายถึง ไม่สามารถขอคืนเงินได้

เงื่อนไขของการเป็น “Refundable” คืออะไร?

เงื่อนไขจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผู้ขายหรือผู้ให้บริการ โดยทั่วไปอาจมีข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาในการคืนสินค้า/ยกเลิก หรืออาจมีค่าธรรมเนียมในการดำเนินการ

Similar Posts

  • "Graduation” แปลว่า

    คำว่า “Graduation” ในภาษาไทยมีความหมายว่า การสำเร็จการศึกษา หรือ การจบการศึกษา เป็นช่วงเวลาสำคัญที่บุคคลได้เรียนรู้จนครบตามหลักสูตรที่กำหนดไว้ในระดับการศึกษาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา หรือหลักสูตรวิชาชีพต่างๆ ซึ่งมักจะมีการจัดพิธีมอบประกาศนียบัตรหรือปริญญาบัตรเพื่อเป็นเกียรติและแสดงความสำเร็จ ในชีวิตประจำวัน ผู้คนมักจะใช้คำว่า “Graduation” หรือ “การจบการศึกษา” เพื่อพูดถึงการสิ้นสุดช่วงเวลาของการเป็นนักเรียน นักศึกษา และก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น หรือการเริ่มต้นเส้นทางอาชีพใหม่ๆ บางครั้งอาจมีการกล่าวถึง “Graduation party” ซึ่งหมายถึงงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จในการเรียนจบ หรือ “Graduation ceremony” คือพิธีรับปริญญาบัตร หรือพิธีมอบประกาศนียบัตร เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน Graduation หมายถึง การสำเร็จการศึกษาหรือการจบการศึกษา เป็นการสิ้นสุดกระบวนการเรียนรู้ในสถาบันการศึกษาหนึ่งๆ และได้รับวุฒิบัตร ประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตรเพื่อรับรองผลการเรียน ตัวอย่างการใช้งาน นักศึกษาหลายคนตั้งตารอคอยวัน Graduation เพื่อรับปริญญาบัตรจากมหาวิทยาลัย ลูกชายของฉันกำลังจะ Graduation จากชั้นมัธยมปลายปีนี้ หลัง Graduation ฉันวางแผนที่จะหางานทำในสายที่เรียนมา บริบท / การใช้งานทั่วไป คำว่า…

  • "How Do You Do” แปลว่า

    “How do you do” เป็นวลีภาษาอังกฤษที่ใช้ทักทายกันในสถานการณ์ที่เป็นทางการเล็กน้อย หรือเมื่อพบกับใครเป็นครั้งแรก มีความหมายโดยรวมคล้ายกับ “สวัสดี” ในภาษาไทย แต่จะมีความสุภาพและเป็นทางการมากกว่า ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจไม่ค่อยได้ใช้วลี “How do you do” โดยตรงในการทักทายกันบ่อยนัก เพราะเรามักจะใช้คำว่า “สวัสดี” หรือ “สบายดีไหม” เป็นหลัก แต่ถ้าคุณมีโอกาสได้พบปะกับชาวต่างชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในสถานการณ์ที่เป็นทางการ เช่น การประชุม การแนะนำตัวกับผู้ใหญ่ หรือในงานสังคมที่ต้องการความสุภาพ การใช้ “How do you do” จะช่วยสร้างความประทับใจได้ ความหมายและการใช้งาน “How do you do” ไม่ได้มีความหมายตรงตัวว่า “คุณทำอย่างไร” แต่เป็นสำนวนทักทายที่ใช้ตอบรับเมื่อมีคนทักทายคุณด้วยวลีเดียวกัน หรือเมื่อต้องการแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ วิธีการตอบรับที่นิยมคือการกล่าว “How do you do” กลับไปเช่นกัน หรือตามด้วยการแนะนำชื่อของคุณ ตัวอย่าง สถานการณ์ที่ 1: การพบกันครั้งแรกอย่างเป็นทางการ A: “How…

  • "Clue” แปลว่า

    “Clue” (คลู) เป็นคำนามในภาษาอังกฤษ หมายถึง เบาะแส, ร่องรอย, หรือสิ่งบ่งชี้ที่ช่วยให้สามารถไขปริศนา, ค้นหาคำตอบ, หรือทำความเข้าใจเรื่องราวที่ซับซ้อนได้ เปรียบเสมือนชิ้นส่วนเล็กๆ ของข้อมูลที่เมื่อนำมารวมกันแล้วจะนำไปสู่ความกระจ่าง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “clue” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อกำลังตามหาของที่หายไป หรือเมื่อพยายามทำความเข้าใจเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้น การมี “clue” สักเล็กน้อยก็สามารถช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น หรือถ้าเรากำลังดูหนัง สืบสวนสอบสวน ตัวละครก็จะพยายามตามหา “clue” เพื่อจับตัวผู้ร้ายให้ได้ นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Clue” หมายถึง ข้อมูลหรือสัญลักษณ์ที่นำไปสู่คำตอบหรือการไขปัญหา เป็นได้ทั้งสิ่งของ, คำพูด, หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมบางอย่างที่ชวนให้สงสัยและต้องสืบค้นต่อ ตัวอย่างการใช้งาน “ตำรวจกำลังตามหา clue เพิ่มเติมในคดีฆาตกรรม” “ฉันเจอ clue เล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้รู้ว่าใครเป็นคนแอบกินขนมของฉัน” “หนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วย clue ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจประวัติศาสตร์ยุคโบราณ” บริบทที่พบบ่อย คำว่า “clue” มักถูกใช้ในบริบทของการสืบสวนสอบสวน, การไขปริศนา, การเล่นเกมที่ต้องใช้การคาดเดา, หรือเมื่อต้องการอธิบายถึงร่องรอยที่นำไปสู่ความจริง FAQ SECTION…

  • "Labor” แปลว่า

    คำว่า “Labor” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง แรงงาน หรือ การทำงาน โดยทั่วไปแล้วจะใช้กล่าวถึงกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังกายหรือกำลังความคิดเพื่อผลิตสินค้า บริการ หรือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายบางอย่าง นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึงกลุ่มคนที่เป็นแรงงาน หรือหมายถึงกระบวนการคลอดบุตรได้ด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Labor” ในบริบทของการจ้างงาน หรือการผลิตสินค้า เช่น โรงงานที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก หรือการพูดถึงค่าแรงของแรงงาน นอกจากนี้ยังอาจได้ยินในข่าวเกี่ยวกับสภาพการทำงานของแรงงาน หรือการประท้วงของสหภาพแรงงานที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของ Labor ด้วย ในบางครั้งอาจใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เช่น “labor of love” ซึ่งหมายถึงการทำงานที่ทำด้วยความรักและความเต็มใจ โดยไม่ได้หวังผลตอบแทน ความหมายและการใช้งาน Labor มีความหมายหลักๆ ดังนี้: แรงงาน (Noun): หมายถึง บุคคลที่ทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่ต้องใช้กำลังกาย หรือแรงงานที่ใช้ในการผลิตสินค้าและบริการ การทำงาน (Noun): หมายถึง กิจกรรมของการใช้กำลังกายหรือความคิดเพื่อทำงาน การคลอดบุตร (Noun): หมายถึง กระบวนการที่ร่างกายของมารดาใช้ในการคลอดทารก ลงแรง/ทำงาน (Verb): หมายถึง การใช้แรงงานหรือความพยายามในการทำงาน ตัวอย่างการใช้งาน “The…

  • "Reject” แปลว่า

    คำว่า “Reject” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การปฏิเสธ การไม่ยอมรับ หรือการขับไล่ ครับ เป็นคำที่ใช้แสดงออกถึงการไม่ต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Reject” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราสมัครงานแล้วบริษัทไม่รับ เราก็อาจจะถูก “Reject” หรือเมื่อเรายื่นข้อเสนออะไรไปแล้วอีกฝ่ายไม่ตกลง ก็ถือเป็นการ “Reject” ข้อเสนอของเราครับ บางครั้งเราอาจจะใช้คำนี้กับสิ่งของด้วย เช่น ถ้าเราซื้อของมาแล้วชำรุด เราก็อาจจะส่งคืนเพื่อ “Reject” สินค้านั้นได้ ความหมายและการใช้งาน “Reject” แปลตรงตัวว่า การปฏิเสธ การไม่ยอมรับ หรือการขับไล่ ใช้ได้ทั้งกับคน สิ่งของ หรือความคิดเห็น ตัวอย่างการใช้งาน The job application was rejected. (ใบสมัครงานถูกปฏิเสธ) She rejected his proposal. (เธอปฏิเสธข้อเสนอของเขา) The system rejected the login attempt….

  • "Calling” แปลว่า

    คำว่า “Calling” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ ที่คนไทยนิยมใช้กันอยู่ 2 ความหมาย คือ “การโทรศัพท์” หรือ “การเรียก” และอีกความหมายหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น คือ “เสียงเรียกเข้า” ของโทรศัพท์มือถือ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะคุ้นเคยกับการใช้คำว่า “Calling” ในบริบทของการสื่อสารผ่านโทรศัพท์ เช่น เมื่อมีคนกำลังพยายามติดต่อเรา เราอาจจะได้ยินคำว่า “มีคน calling มา” หรือ “กำลัง calling หาอยู่” ซึ่งหมายถึงการโทรศัพท์เข้ามา หรือการพยายามโทรออกไปหาใครสักคน นอกจากนี้ ในยุคของสมาร์ทโฟน คำว่า “Calling” ยังถูกนำมาใช้เรียกแทน “เสียงเรียกเข้า” ที่ดังขึ้นเมื่อมีสายเข้า ซึ่งเราสามารถตั้งค่าเสียงเรียกเข้าที่แตกต่างกันได้ตามความต้องการ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Calling” โดยทั่วไปมีความหมายว่า “การเรียก” หรือ “การโทรศัพท์” ในภาษาไทย แต่เมื่อใช้ในบริบทของโทรศัพท์มือถือ มักจะหมายถึง “เสียงเรียกเข้า” หรือ “การโทรเข้า/โทรออก” ครับ ตัวอย่างการใช้งาน “เมื่อกี้มี…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *