"Provoke” แปลว่า

คำว่า “Provoke” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การยั่วยุ ก่อกวน หรือกระตุ้นให้เกิดการตอบสนอง มักจะไปในทางที่ไม่ดี เช่น ทำให้โกรธ ไม่พอใจ หรือก่อให้เกิดความขัดแย้ง

ในชีวิตประจำวัน เราอาจเจอสถานการณ์ที่คนอื่นพยายาม “Provoke” เรา เช่น การพูดจาเหน็บแนม การแสดงท่าทีท้าทาย หรือการทำอะไรบางอย่างเพื่อให้อีกฝ่ายแสดงอารมณ์ออกมา หรือตอบโต้กลับมา เป้าหมายของการ “Provoke” คือการทำให้อีกฝ่ายเสียอาการ หรือแสดงพฤติกรรมตามที่ผู้ยั่วยุต้องการ

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Provoke” มีความหมายหลักๆ คือ การทำให้เกิดการตอบสนอง ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นไปในทางลบ เช่น

  • ยั่วยุ: กระตุ้นให้อีกฝ่ายโกรธ หรือไม่พอใจ
  • ก่อกวน: ทำให้เกิดความรำคาญ หรือสร้างปัญหา
  • กระตุ้น: ชักนำให้เกิดการกระทำบางอย่าง

คำนี้สามารถใช้ได้ทั้งกับบุคคลและสถานการณ์ เช่น การกระทำบางอย่างอาจ “provoke” ให้เกิดความไม่สงบ หรือการพูดจาของคนๆ หนึ่งอาจ “provoke” ให้เกิดการทะเลาะวิวาทได้

ตัวอย่างการใช้งาน

ลองดูตัวอย่างเหล่านี้เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น:

  • “เขาจงใจพูดจาดูถูกเพื่อ provoke ให้ผมโมโห” (He intentionally spoke insultingly to provoke me into anger.)
  • “ข่าวลือที่แพร่กระจายไปทั่วเมืองได้ provoke ให้เกิดความแตกตื่น” (The rumors spreading through the city provoked panic.)
  • “อย่าไปสนใจคำพูดของเขาเลย เขาแค่อยากจะ provoke คุณเท่านั้น” (Don’t pay attention to his words, he just wants to provoke you.)

บริบทการใช้งานทั่วไป

“Provoke” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการอธิบายถึงการกระทำที่ตั้งใจก่อให้เกิดปฏิกิริยาจากผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง ความไม่พอใจ หรือการแสดงอารมณ์ที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการยั่วยุทางวาจา การกระทำที่ยั่วยุ หรือแม้แต่สถานการณ์บางอย่างที่สามารถกระตุ้นให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดได้

FAQ SECTION

“Provoke” กับ “Annoy” ต่างกันอย่างไร?

“Provoke” มักจะมีความหมายที่รุนแรงกว่า “Annoy” โดย “Provoke” เน้นที่การกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองที่ชัดเจน เช่น ความโกรธ การโต้เถียง หรือการกระทำบางอย่าง ในขณะที่ “Annoy” หมายถึงการทำให้รำคาญ หรือน่าเบื่อ ซึ่งอาจไม่ได้นำไปสู่การตอบสนองที่รุนแรงเสมอไป

มีคำภาษาไทยคำไหนที่ใกล้เคียงกับ “Provoke” บ้าง?

คำภาษาไทยที่ใกล้เคียงกับ “Provoke” ได้แก่ “ยั่วยุ”, “ก่อกวน”, “กระตุ้น” (ในเชิงลบ), “เร่งเร้า” หรือ “แหย่” ขึ้นอยู่กับบริบทของการใช้งาน

Similar Posts

  • "คายอ้อ” แปลว่า

    คำว่า “คายอ้อ” เป็นภาษาไทยที่ใช้เรียกอาการหรือลักษณะอย่างหนึ่ง โดยทั่วไปหมายถึง การเปิดเผย หรือการปริปากพูดความลับ หรือเรื่องที่ไม่ต้องการให้ออกไปสู่ภายนอกออกมาอย่างไม่ตั้งใจ หรือถูกบังคับให้พูด ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “คายอ้อ” ในสถานการณ์ที่คนคนหนึ่งกำลังปิดบังบางสิ่งบางอย่างอยู่ แต่แล้วจู่ๆ ก็หลุดปากพูดออกไป หรือถูกซักไซ้ไล่เลียงจนทนไม่ไหวจนต้องยอมบอกความจริงออกมา เช่น เพื่อนที่แอบซื้อของขวัญวันเกิดให้ แล้วบังเอิญทำของตกให้เห็น หรือถูกถามจนจนมุมก็อาจจะ “คายอ้อ” ออกมาว่าซื้ออะไรให้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “คายอ้อ” มีความหมายตรงตัวว่า การปล่อยสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในออกมา เช่นเดียวกับการคายสิ่งที่อยู่ในปากออกมา แต่ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง การเปิดเผยความลับ หรือการปริปากบอกเรื่องที่ไม่ต้องการให้ใครรู้ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อถูกกดดัน ถูกหลอกล่อ หรือเสียการควบคุมตนเอง ตัวอย่าง ถ้าลูกแอบไปเล่นซนจนทำของพัง แล้วพ่อแม่จับได้ ลูกอาจจะ “คายอ้อ” บอกความจริงออกมาว่าตัวเองเป็นคนทำ บริบทการใช้งานทั่วไป “คายอ้อ” มักถูกใช้ในบริบทของการเปิดเผยความลับ หรือการยอมรับผิด โดยเฉพาะเมื่อผู้พูดพยายามจะเก็บงำเรื่องนั้นไว้ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้ “คายอ้อ” หมายถึงอะไร? “คายอ้อ” หมายถึง การเปิดเผยความลับ หรือการปริปากพูดในสิ่งที่พยายามจะปกปิดออกมา มีตัวอย่างการใช้คำว่า “คายอ้อ” ในสถานการณ์ใดบ้าง?…

  • "batches” แปลว่า

    คำว่า “batches” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ชุด” หรือ “กลุ่ม” ซึ่งมักใช้เรียกสิ่งของหรือข้อมูลที่ถูกรวบรวมไว้เป็นกลุ่มๆ เพื่อดำเนินการบางอย่างพร้อมกัน หรือเพื่อความสะดวกในการจัดการ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า “batches” ในบริบทต่างๆ เช่น การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ที่บางครั้งร้านค้าอาจจะจัดส่งสินค้าเป็น “batches” ตามรอบการผลิต หรือในโรงงานอุตสาหกรรม การผลิตสินค้าก็จะถูกแบ่งออกเป็น “batches” เพื่อควบคุมคุณภาพและปริมาณ ความหมายและการใช้งาน “Batches” หมายถึง กลุ่มของสิ่งของ ข้อมูล หรือหน่วยที่ถูกจัดกลุ่มเข้าด้วยกันเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง เช่น การประมวลผล การจัดส่ง หรือการผลิต ตัวอย่างการใช้งาน ในวงการไอที “batches” อาจหมายถึงกลุ่มของข้อมูลที่ถูกส่งไปประมวลผลพร้อมกัน เช่น การส่งข้อมูลเข้าฐานข้อมูลเป็น “batches” เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือในวงการผลิตอาหาร การทำขนมปังแต่ละครั้งก็จะถือเป็น “batch” หนึ่ง บริบทที่พบบ่อย คำว่า “batches” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ การผลิต การประมวลผลข้อมูล หรือการจัดส่ง โดยเน้นที่การทำงานกับกลุ่มของสิ่งต่างๆ แทนที่จะเป็นทีละชิ้น “batches” ใช้กับอะไรได้บ้าง?…

  • "Peoples” แปลว่า

    คำว่า “Peoples” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ผู้คน” หรือ “ประชาชน” ในภาษาไทยค่ะ เป็นคำนามพหูพจน์ของคำว่า “person” (คน) ซึ่งเมื่อใช้ในรูปพหูพจน์ “people” จะหมายถึงกลุ่มคนตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรือหมายถึงประชากรโดยรวมของประเทศหรือชุมชนใดชุมชนหนึ่งก็ได้ค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Peoples” ในบริบทที่พูดถึงกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ หรือชนเผ่า เช่น “the indigenous peoples of the Amazon” หรือ “various peoples of Southeast Asia” ในกรณีนี้ “Peoples” จะเน้นย้ำถึงความแตกต่างและความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละกลุ่มคนนั้นๆ ค่ะ นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในความหมายทั่วไปเพื่อกล่าวถึงคนจำนวนมากในสถานที่หรือสถานการณ์ต่างๆ เช่น “The concert attracted peoples from all walks of life.” ซึ่งแปลว่า “คอนเสิร์ตนี้ดึงดูดผู้คนจากหลากหลายวงการ” ค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Peoples”…

  • "หมูในอวย” แปลว่า

    สำนวน “หมูในอวย” หมายถึง คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกควบคุม ถูกบงการ หรือถูกเอาเปรียบอย่างง่ายดาย โดยที่ตัวเองไม่สามารถขัดขืนหรือเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นั้นได้ เปรียบเสมือนหมูที่ถูกจับใส่ไว้ในเข่งหรือภาชนะปิด ซึ่งไม่สามารถดิ้นรนหรือหนีไปไหนได้ ในชีวิตประจำวัน สำนวนนี้มักใช้พูดถึงคนที่ตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่น หรือตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ที่เสียเปรียบ เช่น พนักงานที่ถูกหัวหน้างานกดขี่ หรือคนที่ถูกหลอกลวงจนเสียทรัพย์สิน โดยที่ไม่มีทางต่อสู้หรือแก้ไขอะไรได้ คนฟังจะเข้าใจได้ทันทีว่าผู้ที่ถูกกล่าวถึงนั้นกำลังตกอยู่ในสภาพที่อ่อนแอและไร้ทางสู้ ความหมายและการใช้งาน “หมูในอวย” เป็นสำนวนไทยที่ใช้เปรียบเปรยถึงบุคคลที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกจำกัดอิสรภาพ ถูกบงการ หรือตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างสิ้นเชิง โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือต่อสู้ได้ ตัวอย่างการใช้งาน “เขาถูกหลอกให้เซ็นสัญญา โดยที่ไม่ทันได้อ่านรายละเอียดเลย กลายเป็นหมูในอวยให้เขาโกงไปเต็มๆ” “พนักงานใหม่คนนั้นดูซื่อๆ คงไม่รู้อะไรเลย หัวหน้าคงจะปั้นให้เป็นหมูในอวยได้ง่ายๆ” “โครงการนี้มีแต่คนรู้จักของเจ้านายเข้ามาทำงานทั้งนั้น คนนอกอย่างเราเหมือนเป็นหมูในอวย ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรเลย” บริบทที่พบบ่อย สำนวนนี้มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการถูกเอาเปรียบ การถูกควบคุม หรือการตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่น โดยเฉพาะในแง่ของการทำงาน การเจรจาธุรกิจ หรือความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่งมีอำนาจเหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างชัดเจน “หมูในอวย” หมายถึงอะไร? สำนวน “หมูในอวย” หมายถึง คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกควบคุม ถูกบงการ หรือถูกเอาเปรียบอย่างง่ายดาย โดยที่ตัวเองไม่สามารถขัดขืนหรือเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นั้นได้ ใช้สำนวน “หมูในอวย” ในสถานการณ์ใดได้บ้าง? สามารถใช้สำนวนนี้ได้เมื่อต้องการอธิบายถึงบุคคลที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ ถูกจำกัดอิสรภาพ หรือถูกเอาเปรียบจากผู้อื่น…

  • "Panning” แปลว่า

    คำว่า “Panning” ในภาษาไทยมีความหมายโดยทั่วไปว่า “การแพนกล้อง” หรือ “การหมุนกล้อง” เป็นเทคนิคการถ่ายภาพหรือวิดีโอที่ผู้ถ่ายทำการหมุนกล้องไปทางซ้ายหรือขวาอย่างช้าๆ เพื่อเก็บภาพมุมกว้าง หรือติดตามวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ การแพนกล้องจะช่วยให้ผู้ชมเห็นภาพรวมของฉาก หรือการเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นการ “Panning” ในหลายสถานการณ์ เช่น เวลาถ่ายวิดีโอการแสดงคอนเสิร์ต ผู้ถ่ายอาจจะ “Panning” กล้องไปตามเวทีเพื่อเก็บภาพนักดนตรีหลายๆ คน หรือเวลาถ่ายวิดีโอการแข่งขันกีฬา ผู้ถ่ายอาจจะ “Panning” เพื่อติดตามนักกีฬาที่กำลังวิ่งไปมาในสนาม หรือแม้แต่ในการถ่ายวิดีโอทิวทัศน์สวยๆ การ “Panning” ก็ช่วยให้เราได้เห็นความงามของธรรมชาติในมุมกว้างอย่างเต็มตา Meaning & Usage “Panning” หมายถึง การเคลื่อนไหวกล้องไปทางซ้ายหรือขวาในแนวนอน โดยส่วนใหญ่จะทำอย่างช้าๆ เพื่อให้ได้ภาพที่ต่อเนื่องและสมบูรณ์ การใช้งานมักจะเพื่อแสดงให้เห็นถึงมุมมองที่กว้างขึ้น หรือเพื่อติดตามวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ไปมา Examples ตัวอย่างการใช้ “Panning” เช่น: ช่างภาพกำลัง “Panning” กล้องเพื่อเก็บภาพขบวนพาเหรดทั้งหมด ในวิดีโอสารคดี ผู้กำกับสั่งให้ “Panning” กล้องช้าๆ เพื่อให้เห็นความกว้างของทุ่งหญ้า ขณะถ่ายทำภาพยนตร์ ผู้กำกับอาจจะสั่งให้ “Panning”…

  • "คิมิโนโต๊ะ” แปลว่า

    คำว่า “คิมิโนโต๊ะ” (君の名は。) เป็นภาษาญี่ปุ่นที่แปลตรงตัวว่า “ชื่อของเธอคืออะไร” หรือ “เธอชื่ออะไร” เป็นวลีที่ใช้ถามชื่อของบุคคลที่เราไม่รู้จัก หรือต้องการทราบชื่อของใครบางคน เป็นคำถามที่สุภาพและเป็นกันเอง ในชีวิตประจำวัน คนญี่ปุ่นมักใช้คำนี้เมื่อต้องการถามชื่อของคนที่ไม่คุ้นเคย เช่น เมื่อเจอคนใหม่ๆ ที่โรงเรียน ที่ทำงาน หรือในงานสังคมต่างๆ บางครั้งก็อาจใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความสนิทสนมมากขึ้น หรือเมื่อต้องการเน้นย้ำถึงความสำคัญของชื่อบุคคลนั้นๆ แต่โดยรวมแล้วเป็นคำถามพื้นฐานที่ใช้ในการเริ่มต้นบทสนทนาเพื่อทำความรู้จักกัน ความหมายและการใช้งาน “คิมิโนโต๊ะ” (君の名は。) ประกอบด้วยคำว่า “คิมิ” (君) ซึ่งแปลว่า “เธอ” (ใช้กับคนที่สนิทสนม หรือมีสถานะเท่าเทียมกัน) “โนะ” (の) เป็นคำเชื่อมแสดงความเป็นเจ้าของ คล้ายกับ “ของ” ในภาษาไทย และ “นา” (名) แปลว่า “ชื่อ” เมื่อรวมกันจึงมีความหมายว่า “ชื่อของเธอ” ตัวอย่างการใช้งาน สถานการณ์ที่ 1: พบเพื่อนใหม่ในชมรม A: “สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” B: “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ… เอ่อ… คิมิโนโต๊ะ?” (หมายถึง…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *