"Prohibit” แปลว่า

คำว่า “Prohibit” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ หมายถึง การห้าม การไม่อนุญาต หรือการขัดขวางไม่ให้กระทำการใดๆ เป็นการออกกฎ ข้อบังคับ หรือคำสั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งใดเกิดขึ้น หรือไม่ให้ใครทำอะไรบางอย่าง

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำสั่งห้ามต่างๆ มากมาย เช่น ป้าย “No Smoking” ที่แปลว่า “ห้ามสูบบุหรี่” หรือ “No Entry” ที่หมายถึง “ห้ามเข้า” เป็นต้น นอกจากนี้ ในการทำงานหรือการใช้กฎหมาย ก็มีการใช้คำว่า “Prohibit” เพื่อระบุถึงสิ่งที่กฎหมายหรือข้อบังคับไม่อนุญาตให้ทำ เช่น กฎหมายอาจจะ prohibit การทิ้งขยะในที่สาธารณะ หรือบริษัทอาจจะมีกฎ prohibit การใช้โทรศัพท์มือถือในระหว่างการประชุม

ความหมายและการใช้งาน

“Prohibit” หมายถึง การสั่งห้ามอย่างเป็นทางการ หรือการออกกฎเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำบางอย่าง มักใช้ในบริบทที่เป็นทางการ กฎหมาย หรือกฎระเบียบต่างๆ เพื่อแสดงถึงสิ่งที่ไม่อนุญาตให้ทำ

ตัวอย่างการใช้งาน

The sign on the door said “Prohibited to enter without permission.” (ป้ายที่ประตูเขียนว่า “ห้ามเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต”)

The law prohibits the sale of alcohol to minors. (กฎหมายห้ามการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้เยาว์)

Smoking is prohibited in this area. (การสูบบุหรี่ถูกห้ามในบริเวณนี้)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Prohibit” มักพบในป้ายประกาศ กฎหมาย ข้อบังคับขององค์กร หรือคำแนะนำต่างๆ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงสิ่งที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ

🔷 FAQ SECTION

“Prohibit” กับ “Forbid” ต่างกันอย่างไร?

“Prohibit” มักจะหมายถึงการห้ามอย่างเป็นทางการหรือตามกฎหมาย ในขณะที่ “Forbid” สามารถใช้ได้ทั้งในบริบทที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น พ่อแม่อาจจะ forbid ลูกไม่ให้ไปเที่ยวกลางคืน

มีคำอื่นที่ใช้แทน “Prohibit” ได้ไหม?

ได้ครับ ในบางบริบท อาจใช้คำว่า “ban”, “disallow”, “outlaw” หรือ “veto” แทนได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์

Similar Posts

  • "Tired” แปลว่า

    คำว่า “Tired” เป็นภาษาอังกฤษ แปลว่า “เหนื่อย” หรือ “อ่อนเพลีย” เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้เมื่อร่างกายหรือจิตใจได้รับการใช้งานหนักเกินไป หรือขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Tired” เพื่ออธิบายความรู้สึกเมื่อเราทำกิจกรรมต่างๆ มาทั้งวัน เช่น การทำงาน การเรียน หรือการออกกำลังกาย บางครั้งอาจจะรู้สึกง่วงนอนร่วมด้วย หรือบางทีก็แค่รู้สึกหมดแรง ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำอะไรต่อ ความหมายและการใช้งาน “Tired” หมายถึง สภาพของความเหนื่อยล้า อ่อนแรง หรือหมดกำลังกาย/ใจ มักใช้เพื่อบอกถึงสภาวะทางร่างกายหรือจิตใจที่ต้องการการพักผ่อน สามารถใช้ได้ทั้งในสถานการณ์ทั่วไปและสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง ตัวอย่างการใช้งาน I’m so tired after a long day at work. (ฉันเหนื่อยมากหลังจากทำงานมาทั้งวัน) She looked tired because she didn’t sleep well last night. (เธอดูเหนื่อยเพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับ) Are you tired? Let’s…

  • "Services” แปลว่า

    คำว่า “Services” (เซอร์วิส) ในภาษาไทยมีความหมายว่า “บริการ” ค่ะ เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงการกระทำ การช่วยเหลือ หรือการอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่มอบให้กับผู้อื่น โดยมักจะไม่ได้เป็นสิ่งของที่จับต้องได้ แต่เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้รับเกิดความพึงพอใจ หรือได้รับการตอบสนองความต้องการบางอย่างค่ะ ในชีวิตประจำวัน เราพบเจอ “Services” อยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ ลองนึกถึงเวลาเราไปร้านอาหาร พนักงานเสิร์ฟที่มาดูแลเรา สั่งอาหาร รับออเดอร์ เสิร์ฟอาหาร และเก็บเงิน ก็ถือเป็น “Services” อย่างหนึ่ง หรือเวลาเราไปร้านทำผม ช่างทำผมที่ตัดแต่งทรงผมให้เรา ดูแลเส้นผมของเรา ก็เป็น “Services” เช่นกันค่ะ แม้แต่การที่เราใช้แอปพลิเคชันต่างๆ บนมือถือ เช่น แอปเรียกรถ แอปส่งอาหาร หรือแอปธนาคาร ก็เป็นการใช้ “Services” ในรูปแบบดิจิทัล ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เราในชีวิตประจำวันค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Services” หมายถึง การให้บริการต่างๆ ที่มีจุดประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการ หรือสร้างความพึงพอใจให้กับผู้รับบริการ ซึ่งอาจเป็นบริการที่เกี่ยวข้องกับสินค้า หรือเป็นบริการที่แยกออกมาโดยตรงก็ได้ค่ะ การใช้งานในชีวิตประจำวันมีความหลากหลายมาก ตั้งแต่บริการพื้นฐานไปจนถึงบริการเฉพาะทาง ตัวอย่างการใช้งาน Customer…

  • "sick” แปลว่า

    คำว่า “sick” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่คนไทยคุ้นเคยกันดีคือ “ป่วย” หรือ “ไม่สบาย” ครับ เป็นคำที่ใช้บอกอาการเจ็บไข้ได้ป่วยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นอาการเป็นหวัด ปวดหัว หรือรู้สึกไม่สบายตัว ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “sick” ในบริบทที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา เมื่อเราหรือคนรอบข้างมีอาการป่วย เช่น ถ้าเพื่อนถามว่าเป็นอะไร เราอาจจะตอบว่า “I’m feeling a bit sick” ซึ่งก็หมายถึง “ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย/ป่วยนิดหน่อย” หรือถ้ามีอาการหนักหน่อยก็อาจจะบอกว่า “I’m really sick” แปลว่า “ฉันป่วยหนักมาก” นอกจากนี้ บางครั้งคำว่า “sick” ก็อาจจะถูกนำไปใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบหรือสแลง ซึ่งจะอธิบายเพิ่มเติมในหัวข้อถัดไปครับ ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลักของ “sick” คือ การมีอาการป่วยทางร่างกาย หรือรู้สึกไม่สบาย ซึ่งอาจเกิดจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น เป็นไข้หวัด ท้องเสีย หรือรู้สึกอ่อนเพลีย นอกจากนี้ “sick” ยังสามารถใช้ในเชิงสแลง หรือความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น **น่าเบื่อ…

  • "Achievements” แปลว่า

    คำว่า “Achievements” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ความสำเร็จ” หรือ “ผลสัมฤทธิ์” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงสิ่งที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลได้บรรลุหรือทำให้สำเร็จลุล่วงไปได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ การบรรลุเป้าหมายเหล่านี้มักจะมาพร้อมกับความรู้สึกภาคภูมิใจและความพึงพอใจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Achievements” หรือ “ความสำเร็จ” ในหลากหลายบริบท เช่น การเรียน การทำงาน กีฬา หรือแม้แต่ในชีวิตส่วนตัว เราอาจพูดถึงความสำเร็จในการสอบผ่าน การได้รับเลื่อนตำแหน่ง การชนะการแข่งขัน หรือการทำเป้าหมายส่วนตัวให้สำเร็จ การมี “Achievements” ที่ดีสามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจและความมั่นใจให้กับตนเองได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Achievements” (อะชีฟเม้นท์) เป็นคำนามในภาษาอังกฤษ หมายถึง การบรรลุเป้าหมาย, ผลสำเร็จ, หรือความสำเร็จที่ได้มาจากการพยายามหรือทำงานหนัก ในภาษาไทยเราสามารถแปลได้ว่า “ความสำเร็จ” หรือ “ผลสัมฤทธิ์” ใช้พูดถึงสิ่งที่เราทำได้สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ตัวอย่างการใช้งาน ในที่ทำงาน หัวหน้าอาจกล่าวชื่นชมทีมว่า “We’ve had great achievements this quarter.” (เรามีความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมในไตรมาสนี้) หรือนักเรียนอาจจะภูมิใจกับ “academic achievements” (ความสำเร็จทางวิชาการ)…

  • "Subtract” แปลว่า

    คำว่า “Subtract” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ลบ” หรือ “หักออก” ในภาษาไทย เป็นการกระทำทางคณิตศาสตร์ที่นำจำนวนหนึ่งออกจากอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อหาผลต่าง เวลาที่เราใช้คำว่า “Subtract” ในชีวิตประจำวัน มักจะหมายถึงการหักลบสิ่งต่างๆ ออกไป เช่น การหักส่วนลดออกจากราคาสินค้า การลบตัวเลขในใจ หรือแม้กระทั่งการหักเงินออกจากบัญชีของเรา เป็นการลดจำนวนลงเพื่อให้ได้จำนวนที่น้อยลงกว่าเดิม ความหมายและการใช้งาน ในทางคณิตศาสตร์ “Subtract” คือการดำเนินการพื้นฐานที่ตรงข้ามกับการบวก เมื่อเรา subtract จำนวนหนึ่งออกจากอีกจำนวนหนึ่ง ผลลัพธ์ที่ได้คือส่วนที่เหลืออยู่ หรือผลต่างระหว่างสองจำนวนนั้น ตัวอย่างการใช้งาน สมมติว่าคุณมีเงิน 100 บาท แล้วคุณซื้อของไป 30 บาท คุณจะใช้คำว่า “Subtract” ได้ว่า “You need to subtract 30 from 100” ซึ่งหมายถึง คุณต้องหัก 30 บาทออกจาก 100 บาท ทำให้เหลือเงิน 70 บาท…

  • "Massively” แปลว่า

    คำว่า “Massively” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อขยายความหมายของคำกริยา คำคุณศัพท์ หรือคำวิเศษณ์อื่น ๆ เพื่อบอกให้รู้ว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นหรือมีขนาดใหญ่มาก ใหญ่โตมโหฬาร หรือในปริมาณที่มากมายมหาศาล ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคำนี้ในบริบทที่เกี่ยวกับการเติบโต การแพร่กระจาย หรือผลกระทบที่ใหญ่หลวง เช่น บริษัทที่เติบโตแบบ “Massively” หมายถึงเติบโตอย่างรวดเร็วและมีขนาดใหญ่มาก หรือแคมเปญที่ประสบความสำเร็จแบบ “Massively” ก็คือประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย หรือได้รับความนิยมอย่างมหาศาล ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Massively” สื่อถึงความเป็น “อย่างมาก” “อย่างใหญ่หลวง” “อย่างมหาศาล” หรือ “อย่างท่วมท้น” ใช้เพื่อเน้นย้ำถึงขนาด ปริมาณ ความรุนแรง หรือผลกระทบที่เกินกว่าปกติทั่วไป ตัวอย่างการใช้งาน The company has grown massively in the last five years. (บริษัทเติบโตขึ้นอย่างมหาศาลในช่วงห้าปีที่ผ่านมา) The new movie was a massively popular…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *