"Predict” แปลว่า

คำว่า “Predict” เป็นภาษาอังกฤษ แปลว่า “ทำนาย” หรือ “คาดการณ์” เป็นการบอกถึงการคาดเดาหรือการคาดคะเนสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ หรือจากประสบการณ์และความรู้ที่มี

ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “predict” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราดูพยากรณ์อากาศ เราก็กำลัง “predict” ว่าฝนจะตกหรือไม่ หรือเมื่อเราดูแนวโน้มของตลาดหุ้น เราก็พยายาม “predict” ว่าราคาหุ้นจะขึ้นหรือลง หรือแม้แต่การคาดเดาว่าเพื่อนจะมาถึงเมื่อไหร่ ก็ถือเป็นการ “predict” อย่างหนึ่ง คำนี้ช่วยให้เราสามารถวางแผนหรือเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้

Meaning & Usage

คำว่า “Predict” หมายถึง การคาดเดาหรือการคาดคะเนสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาจจะมาจากข้อมูล สถิติ หรือประสบการณ์ เพื่อใช้ในการตัดสินใจหรือวางแผน

Examples

เช่น นักวิทยาศาสตร์พยายาม predict สภาพอากาศล่วงหน้า 7 วัน หรือ นักวิเคราะห์พยายาม predict การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปีหน้า

Context / Common Use

มักใช้ในบริบทของการคาดการณ์อนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทั่วไป เช่น การทำนายผลฟุตบอล หรือเรื่องที่เป็นทางการมากขึ้น เช่น การ predict แนวโน้มของตลาด

🔷 FAQ SECTION

“Predict” กับ “Forecast” ต่างกันอย่างไร?

“Predict” เป็นคำที่กว้างกว่า สามารถใช้ได้กับการคาดเดาโดยทั่วไป ส่วน “Forecast” มักจะใช้กับการคาดการณ์ที่อาศัยข้อมูลทางสถิติหรือแบบจำลองที่ซับซ้อนกว่า เช่น การ forecast สภาพอากาศ หรือการ forecast ยอดขาย

มีคำไทยคำไหนที่ใกล้เคียงกับ “Predict” บ้าง?

คำไทยที่ใกล้เคียง ได้แก่ ทำนาย, คาดการณ์, คาดคะเน, พยากรณ์

Similar Posts

  • "Bre” แปลว่า

    คำว่า “Bre” เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในภาษาไทยเพื่อสื่อถึงการแสดงออกถึงความประหลาดใจ ความไม่เชื่อ หรือการอุทานเมื่อได้ยินเรื่องที่น่าตกใจหรือไม่คาดคิด เป็นคำสั้นๆ ที่ช่วยให้ผู้พูดสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Bre” ถูกใช้ในหลากหลายบริบท เช่น เมื่อเพื่อนเล่าเรื่องเหลือเชื่อให้ฟัง หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น บางครั้งอาจใช้เพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจ หรือแม้กระทั่งเพื่อแซวเล่นกับเพื่อนฝูง เป็นคำที่สะท้อนอารมณ์และความรู้สึกของผู้พูดได้อย่างชัดเจน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Bre” โดยทั่วไปแล้วไม่ได้มีความหมายตายตัวในพจนานุกรม แต่เป็นคำอุทานที่เกิดขึ้นจากการออกเสียงที่สั้นและกระชับของผู้พูด เพื่อสื่อสารอารมณ์ที่หลากหลาย เช่น ตกใจ, ประหลาดใจ, ไม่เชื่อ, หรือแม้กระทั่งขำขัน การใช้งานจะขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและสถานการณ์แวดล้อม ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเพื่อนบอกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง: “Bre! จริงเหรอเนี่ย!” เมื่อเห็นอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ: “Bre! เป็นอะไรมากไหม?” เมื่อได้ยินข่าวลือที่เหลือเชื่อ: “Bre! ใครบอกเนี่ย?” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Bre” มักถูกใช้ในการสนทนาแบบไม่เป็นทางการระหว่างเพื่อนฝูง หรือคนในครอบครัว เป็นคำที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและแสดงถึงความรู้สึกร่วมของผู้พูดที่มีต่อเรื่องที่กำลังพูดถึง “Bre” มาจากภาษาอะไร? คำว่า “Bre” ไม่ได้มีที่มาจากภาษาใดภาษาหนึ่งอย่างเป็นทางการ แต่เป็นคำอุทานที่เกิดขึ้นจากการออกเสียงสั้นๆ ของผู้ใช้ภาษาไทยในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อแสดงอารมณ์ การใช้…

  • "Overwhelm” แปลว่า

    คำว่า “Overwhelm” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ภาวะที่รู้สึกท่วมท้น รู้สึกหนักอึ้ง หรือรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างมากเกินไปจนรับมือไม่ไหว ไม่ว่าจะเป็นภาระงาน ความรู้สึก ความคิด หรือสถานการณ์ต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาพร้อมๆ กัน จนทำให้รู้สึกสับสน วิตกกังวล หรือหมดหนทางที่จะจัดการได้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะใช้คำว่า “Overwhelm” หรือ “รู้สึก Overwhelm” เมื่อเจอกับสถานการณ์ที่หนักหนาเกินกว่าที่คาดคิด เช่น นักเรียนที่ต้องอ่านหนังสือสอบหลายวิชาพร้อมกัน หรือพนักงานที่ได้รับมอบหมายงานจำนวนมากในเวลาจำกัด คนที่กำลังเผชิญปัญหาชีวิตหลายๆ อย่างพร้อมกัน ก็อาจจะรู้สึก Overwhelm ได้เช่นกัน มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนเมื่อต้องเผชิญกับความกดดันที่มากเกินไป ความหมายและการใช้งาน “Overwhelm” สื่อถึงสภาวะที่ถูกครอบงำด้วยสิ่งต่างๆ จนเกินกำลังที่จะจัดการได้ ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าทางอารมณ์และจิตใจ อาจแสดงออกมาในรูปแบบของการวิตกกังวล ความเครียด หรือการขาดสมาธิ ตัวอย่างการใช้งาน “พอเห็นกองงานที่ต้องทำในสัปดาห์นี้ ฉันรู้สึก Overwhelm ไปหมดเลย” “เขาต้องรับผิดชอบโปรเจกต์ใหญ่หลายอย่างพร้อมกัน ทำให้เขารู้สึก Overwhelm มาก” บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Overwhelm” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับความเครียดจากการทำงาน ภาระทางการเรียน หรือสถานการณ์ชีวิตที่ยากลำบาก…

  • "Mid” แปลว่า

    คำว่า “Mid” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “กลาง” หรือ “ตรงกลาง” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงตำแหน่งที่อยู่ระหว่างสองสิ่ง ระยะทาง หรือช่วงเวลา เรามักจะได้ยินคำว่า “Mid” ในชีวิตประจำวันบ่อยครั้ง เช่น ในบริบทของการประชุม เราอาจได้ยินคำว่า “mid-meeting” ซึ่งหมายถึงช่วงกลางของการประชุม หรือในการพูดถึงช่วงเวลาของวัน อาจมีการใช้คำว่า “mid-day” หมายถึงตอนกลางวัน หรือ “mid-afternoon” คือช่วงบ่ายแก่ๆ ในวงการธุรกิจ อาจมีการพูดถึง “mid-career” ซึ่งหมายถึงช่วงกลางของอาชีพการงาน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Mid” เป็นคำที่มาจากภาษาอังกฤษ ทำหน้าที่เป็นคำนำหน้า (prefix) หรือเป็นส่วนหนึ่งของคำประสม เพื่อระบุตำแหน่งหรือช่วงเวลาที่อยู่ตรงกลาง ตัวอย่าง Mid-term: การสอบกลางภาค Mid-point: จุดกึ่งกลาง Mid-size: ขนาดกลาง บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Mid” ถูกนำไปใช้ในหลากหลายบริบท ทั้งในเรื่องของเวลา สถานที่ ขนาด และระดับต่างๆ เพื่อสื่อสารให้เข้าใจถึงตำแหน่งหรือช่วงเวลาที่อยู่ระหว่างจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด 🔷 FAQ…

  • "Costs” แปลว่า

    “Costs” เป็นคำภาษาอังกฤษที่หมายถึง “ค่าใช้จ่าย” หรือ “ต้นทุน” เป็นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายออกไปเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือเพื่อดำเนินกิจกรรมบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Costs” เพื่อพูดถึงเงินที่เราต้องเสียไปกับสิ่งต่างๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ การเข้าใจเรื่อง “Costs” ช่วยให้เราวางแผนการเงินและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความหมายและการใช้งาน “Costs” หมายถึง เงินที่ต้องจ่ายออกไปเพื่อให้ได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมา อาจเป็นค่าสินค้า บริการ หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่างๆ เช่น ต้นทุนการผลิตสินค้า (production costs) ค่าใช้จ่ายในการทำการตลาด (marketing costs) หรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวในแต่ละวัน (daily living costs) ตัวอย่างการใช้งาน “The costs of living in this city are very high.” (ค่าครองชีพในเมืองนี้สูงมาก) “We need to reduce our…

  • "Do” แปลว่า

    คำว่า “Do” ในภาษาอังกฤษ เป็นคำกริยาที่มีความหมายหลักๆ ว่า “ทำ” หรือ “กระทำ” ค่ะ เป็นคำพื้นฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน และสามารถนำไปใช้ได้ในหลากหลายสถานการณ์ ทั้งในการบอกเล่า การตั้งคำถาม หรือการให้คำสั่ง เวลาที่เราใช้คำว่า “Do” ในชีวิตประจำวัน เราจะเห็นบ่อยๆ ในรูปประโยคคำถาม เช่น “Do you want some coffee?” (คุณต้องการกาแฟไหม?) หรือ “What did you do yesterday?” (เมื่อวานคุณทำอะไรมา?) นอกจากนี้ยังใช้ในการปฏิเสธ เช่น “I don’t know.” (ฉันไม่รู้) ซึ่งมาจาก “Do not” นั่นเอง บางครั้งก็ใช้เพื่อเน้นย้ำ เช่น “I do love you.” (ฉันรักคุณจริงๆ นะ) เพื่อแสดงความรู้สึกที่หนักแน่นขึ้นค่ะ ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Do”…

  • "Stores” แปลว่า

    คำว่า “Stores” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ร้านค้า หรือ แหล่งรวบรวมสิ่งต่างๆ มักใช้เรียกสถานที่ที่ผู้คนไปซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะคุ้นเคยกับคำว่า “Stores” ในบริบทของการจับจ่ายซื้อของ เช่น เราอาจจะพูดว่า “ไปร้านสะดวกซื้อ (convenience stores) กันดีกว่า” หรือ “ห้างสรรพสินค้า (department stores) มีสินค้าให้เลือกเยอะแยะเลย” นอกจากนี้ คำว่า “Stores” ยังสามารถใช้ในความหมายที่กว้างขึ้นได้อีก เช่น “App Stores” ก็คือแหล่งรวมแอปพลิเคชันต่างๆ บนโทรศัพท์มือถือ หรือ “Cloud Stores” ก็คือบริการเก็บข้อมูลออนไลน์นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Stores” โดยทั่วไปหมายถึง “ร้านค้า” เป็นคำนามพหูพจน์ของ “Store” ซึ่งหมายถึงร้านค้าเดี่ยวๆ ดังนั้น “Stores” จึงหมายถึงร้านค้าหลายๆ แห่ง หรือประเภทของร้านค้า ตัวอย่างการใช้งาน Convenience Stores: ร้านค้าสะดวกซื้อ เช่น 7-Eleven,…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *