"Precise” แปลว่า

คำว่า “Precise” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า “แม่นยำ” หรือ “ถูกต้องเที่ยงตรง” โดยสื่อถึงการกระทำ การวัด การบอกกล่าว หรือสิ่งใดๆ ที่มีความถูกต้องชัดเจน ไม่คลุมเครือ ไม่ผิดพลาด และตรงตามความเป็นจริงมากที่สุด

ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Precise” เพื่ออธิบายถึงสิ่งต่างๆ ที่ต้องการความละเอียดและถูกต้อง เช่น การบอกเวลาที่ต้องเป๊ะๆ หรือการวัดขนาดที่ต้องได้ตามสเปกที่กำหนดไว้ หากใครทำงานที่ต้องการความแม่นยำสูง หรือสื่อสารข้อมูลที่ต้องการความชัดเจน ก็มักจะถูกบอกให้ทำอย่าง “Precise” เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและลดข้อผิดพลาด

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Precise” หมายถึง การมีความถูกต้องแม่นยำอย่างมาก ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในหลายบริบท เช่น:

  • การวัด: การวัดขนาด อุณหภูมิ หรือปริมาณ ที่ต้องมีความถูกต้องตามมาตรฐาน
  • การสื่อสาร: การให้ข้อมูล หรือการอธิบาย ที่ต้องชัดเจน ตรงประเด็น ไม่กำกวม
  • การกระทำ: การทำงาน หรือการเคลื่อนไหว ที่ต้องมีความละเอียดและถูกต้อง
  • เวลา: การนัดหมาย หรือการบอกเวลา ที่ต้องตรงเป๊ะ

ตัวอย่าง

ตัวอย่างการใช้คำว่า “Precise” ในประโยค:

  • “Please give me the precise time of the meeting.” (กรุณาบอกเวลาที่แม่นยำของการประชุมให้ฉันด้วย)
  • “The scientist needs precise measurements for the experiment.” (นักวิทยาศาสตร์ต้องการการวัดที่แม่นยำสำหรับการทดลอง)
  • “Her instructions were very precise, so there was no confusion.” (คำแนะนำของเธอชัดเจนมาก จึงไม่มีความสับสน)

บริบทที่ใช้บ่อย

เรามักจะได้ยินคำว่า “Precise” ในบริบทที่ต้องการความถูกต้องสูง เช่น ในวงการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การแพทย์ การเงิน หรือแม้แต่ในการสนทนาทั่วไปเมื่อต้องการเน้นย้ำถึงความถูกต้องของข้อมูลหรือการกระทำ

🔷 FAQ SECTION

“Precise” ต่างจาก “Accurate” อย่างไร?

“Precise” เน้นที่ความสม่ำเสมอและความละเอียดของการวัดหรือการทำซ้ำๆ ในขณะที่ “Accurate” เน้นที่ความใกล้เคียงกับค่าจริงหรือเป้าหมายที่ถูกต้อง

คำไทยที่ใกล้เคียงกับ “Precise” คือคำว่าอะไร?

คำไทยที่ใกล้เคียงที่สุดคือ “แม่นยำ” “ตรงเป๊ะ” “ชัดเจน” หรือ “เที่ยงตรง” ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้

Similar Posts

  • "Points” แปลว่า

    คำว่า “Points” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “คะแนน” หรือ “แต้ม” ครับ เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายบริบท ทั้งในเกม การแข่งขัน การสะสมแต้ม หรือแม้กระทั่งในการประเมินผลต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอกับคำว่า “Points” อยู่บ่อยๆ ครับ เช่น เมื่อเราเล่นเกมออนไลน์ ก็จะมี “Points” สะสมเพื่อแลกของรางวัล หรือเมื่อไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้าบางแห่ง ก็อาจจะมีบัตรสะสม “Points” เพื่อเป็นส่วนลดในการซื้อครั้งต่อไป หรือบางทีก็ใช้ในการวัดระดับความสามารถ เช่น “He has a lot of points in this game” ก็แปลว่า “เขามีคะแนนเยอะมากในเกมนี้” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน “Points” หมายถึง หน่วยที่ใช้วัดผล หรือให้คะแนน อาจจะเป็นคะแนนที่ได้จากการทำกิจกรรม การแข่งขัน การซื้อสินค้า หรือการประเมินผลต่างๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อ เช่น การแลกของรางวัล การรับส่วนลด หรือการวัดระดับความเก่ง…

  • "Yards” แปลว่า

    “Yards” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ลาน” หรือ “พื้นที่” ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักจะหมายถึงพื้นที่เปิดโล่งที่อยู่รอบๆ อาคาร บ้าน หรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ อาจจะเป็นสนามหญ้า สวน หรือพื้นที่ว่างที่ใช้ประโยชน์อย่างอื่นก็ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “yards” ในบริบทต่างๆ เช่น เวลาพูดถึงบ้านที่มีบริเวณกว้างขวาง ก็อาจจะบอกว่าบ้านหลังนั้นมี “large yards” หรือเวลาพูดถึงสวนสาธารณะ ก็อาจจะเรียกว่า “public yards” ก็ได้ นอกจากนี้ ในบางครั้ง “yards” ก็อาจจะหมายถึงพื้นที่สำหรับจอดรถ หรือพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ เช่น การปาร์ตี้บาร์บีคิวในสวนหลังบ้าน ความหมายและการใช้งาน “Yards” หมายถึงพื้นที่เปิดโล่งที่อยู่ติดกับอาคาร โดยทั่วไปมักจะเป็นสนามหญ้า สวน หรือพื้นที่ว่างที่อยู่รอบๆ บ้านหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ สามารถใช้เป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อน ทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือปลูกต้นไม้ก็ได้ ตัวอย่างการใช้งาน The house has a beautiful garden in its yards. (บ้านหลังนี้มีสวนสวยงามในบริเวณ yards…

  • "Attachment” แปลว่า

    คำว่า “Attachment” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “สิ่งที่แนบมาด้วย” หรือ “ส่วนที่ติดมา” ซึ่งมักจะใช้ในบริบทของการสื่อสาร เช่น อีเมล หรือการส่งเอกสารต่างๆ รวมถึงในความหมายเชิงจิตวิทยาที่เกี่ยวกับความผูกพัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Attachment” บ่อยครั้งเมื่อมีการส่งอีเมล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ส่งต้องการแนบไฟล์เอกสาร รูปภาพ หรือข้อมูลอื่นๆ ไปพร้อมกับข้อความนั้นๆ เราจะเห็นคำว่า “Attachment” ปรากฏอยู่บนปุ่ม หรือเมนูที่ให้เรากดเพื่อเปิดดูไฟล์ที่แนบมา หรือบางครั้งอาจจะเห็นข้อความแจ้งเตือนว่า “You have an attachment” ซึ่งหมายถึงมีไฟล์แนบมากับอีเมลฉบับนี้ นอกจากนี้ ในเชิงจิตวิทยา “Attachment” ยังหมายถึงความผูกพันทางอารมณ์ระหว่างบุคคล เช่น ความผูกพันของเด็กกับผู้ปกครอง หรือความผูกพันระหว่างคู่รัก ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Attachment” หมายถึง สิ่งที่ถูกแนบมา หรือติดมากับสิ่งอื่น โดยทั่วไปมักใช้ในบริบทของการส่งข้อมูลผ่านระบบดิจิทัล เช่น อีเมล การส่งข้อความ หรือการอัปโหลดไฟล์ ซึ่งหมายถึงไฟล์เอกสาร รูปภาพ วิดีโอ หรือไฟล์ประเภทอื่นๆ ที่ผู้ส่งได้แนบมาพร้อมกับข้อความหลัก นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึงส่วนประกอบที่ติดตั้งเพิ่มเติม หรือสิ่งที่ติดอยู่กับวัตถุหลัก…

  • "Pollution” แปลว่า

    คำว่า “Pollution” หมายถึง มลพิษ หรือการปนเปื้อนของสารที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นอากาศ น้ำ หรือดิน ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ สภาพแวดล้อม และระบบนิเวศโดยรวม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะคุ้นเคยกับคำว่า “Pollution” ในบริบทต่างๆ เช่น มลพิษทางอากาศจากควันรถยนต์หรือโรงงาน หรือมลพิษทางน้ำจากของเสียที่ปล่อยลงสู่แม่น้ำ การใช้คำนี้ช่วยให้เราเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราได้อย่างชัดเจน ความหมายและการใช้งาน Pollution (โพลูชั่น) เป็นคำนามภาษาอังกฤษที่แปลว่า “มลพิษ” ใช้กล่าวถึงสภาพแวดล้อมที่ถูกทำให้สกปรกหรือปนเปื้อนโดยสารที่เป็นอันตราย ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และพืช หรือทำให้ระบบนิเวศเสียหาย ตัวอย่าง เช่น “Air pollution is a serious problem in big cities.” (แอร์ โพลูชั่น อีส อะ ซีเรียส โปรเบลม อิน บิ๊ก ซิตี้ส์) หมายถึง “มลพิษทางอากาศเป็นปัญหาที่ร้ายแรงในเมืองใหญ่” หรือ “Water pollution from…

  • "Studies” แปลว่า

    คำว่า “Studies” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การศึกษา การเรียน หรือการวิจัย เป็นคำนามพหูพจน์ของคำว่า “study” ซึ่งหมายถึงการเรียนรู้ การศึกษาหาความรู้ หรือการวิจัยในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Studies” ในบริบทของการเรียน การทำรายงาน หรือการวิจัยต่างๆ เช่น นักเรียนอาจจะกำลังทำ “studies” สำหรับวิชาชีววิทยา หรือนักวิจัยอาจจะกำลังตีพิมพ์ผล “studies” ของพวกเขาเกี่ยวกับโรคระบาด การใช้คำนี้บ่งบอกถึงกระบวนการที่ต้องใช้เวลา ความพยายาม และการค้นคว้าข้อมูลอย่างเป็นระบบ ความหมายและการใช้งาน “Studies” หมายถึง การศึกษา การเรียนรู้ หรือการวิจัย ซึ่งอาจจะเป็นการศึกษาด้วยตนเอง การเรียนในสถาบัน หรือการทำวิจัยเชิงลึกในสาขาวิชาต่างๆ ตัวอย่าง นักศึกษาแพทย์กำลังอ่าน “studies” เกี่ยวกับโรคหัวใจ ผลการ “studies” ล่าสุดชี้ให้เห็นว่าการออกกำลังกายช่วยลดความเครียดได้ เธอใช้เวลาหลายปีในการทำ “studies” เพื่อหาทางรักษาโรคมะเร็ง บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Studies” มักใช้ในบริบทของการศึกษาในระดับอุดมศึกษา การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ หรือสาขาวิชาการอื่นๆ ที่ต้องการการค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ…

  • "Extend” แปลว่า

    คำว่า “Extend” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า การยืดออก การขยายออก หรือการเพิ่มให้ยาวขึ้นหรือมากขึ้นกว่าเดิม สามารถนำไปใช้ได้ในหลายบริบท ทั้งในเชิงกายภาพและเชิงนามธรรม ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้คำว่า “Extend” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การขยายเวลาออกไป การเพิ่มระยะทางให้ยาวขึ้น หรือแม้กระทั่งการเสนอความช่วยเหลือให้แก่ผู้อื่น เป็นคำที่แสดงถึงการทำให้สิ่งที่มีอยู่แล้วนั้น มีขอบเขตหรือปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลักของ “Extend” คือการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้น ยาวขึ้น หรือนานขึ้นกว่าที่เป็นอยู่เดิม การใช้งานจะขึ้นอยู่กับบริบทที่แตกต่างกันไป เช่น: การยืด (Physical extension): เช่น การยืดแขนออกไป การยืดเส้นยืดสาย การขยาย (Expansion): เช่น การขยายธุรกิจออกไป การขยายพื้นที่ การเพิ่ม (Addition/Increase): เช่น การเพิ่มระยะเวลา การเพิ่มระดับ การเสนอ (Offering): เช่น การยื่นมือเข้าช่วยเหลือ การแสดงความยินดี ตัวอย่างการใช้งาน Extend the deadline: การขยายกำหนดส่งงานออกไป Extend your…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *