"Poorly” แปลว่า

คำว่า “Poorly” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า “อย่างไม่ดี”, “อย่างแย่”, “อย่างบกพร่อง”, หรือ “อย่างไม่ถูกต้อง” ใช้เพื่ออธิบายลักษณะการกระทำหรือสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไม่ดีหรือไม่สมบูรณ์

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอการใช้คำว่า “Poorly” ในหลายสถานการณ์ เช่น เวลาพูดถึงสุขภาพของใครบางคนว่า “He is feeling poorly today” ซึ่งหมายถึง “วันนี้เขารู้สึกไม่ค่อยสบาย” หรือเมื่อพูดถึงผลการทำงานที่ออกมาไม่ดี เช่น “The project was executed poorly” แปลว่า “โครงการนี้ดำเนินงานออกมาได้ไม่ดี” หรือแม้กระทั่งเมื่ออธิบายถึงการพูดหรือการเขียนที่ผิดพลาด “She speaks English poorly” ก็คือ “เธอพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดีนัก” เป็นต้น

ความหมายและการใช้งาน

“Poorly” ใช้ขยายกริยา (verb) หรือคำคุณศัพท์ (adjective) เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นๆ เกิดขึ้นหรือมีลักษณะอย่างไร โดยเน้นไปที่ความไม่สมบูรณ์ ความบกพร่อง หรือการทำได้ไม่ดี

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “The car engine is running poorly.” (เครื่องยนต์รถยนต์ทำงานได้ไม่ดี)
  • “He explained the concept poorly, so no one understood.” (เขาอธิบายแนวคิดได้ไม่ดี ทำให้ไม่มีใครเข้าใจ)
  • “The company’s financial performance has been poorly managed.” (ผลประกอบการทางการเงินของบริษัทถูกจัดการอย่างบกพร่อง)

บริบทและการใช้ทั่วไป

คำว่า “Poorly” มักใช้ในบริบทที่ต้องการสื่อถึงคุณภาพที่ไม่ดี การทำงานที่ผิดพลาด หรือสภาพการณ์ที่ไม่น่าพอใจ อาจใช้กับการพูดถึงสุขภาพ การทำงาน การบริหารจัดการ หรือการแสดงออกต่างๆ

🔷 FAQ SECTION

“Poorly” ใช้กับอะไรได้บ้าง?

“Poorly” สามารถใช้ขยายกริยา (เช่น run poorly, performed poorly) หรือขยายคำคุณศัพท์ (เช่น poorly written, poorly designed) เพื่ออธิบายลักษณะการกระทำหรือสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไม่ดี

มีความหมายเหมือนกับ “badly” หรือไม่?

โดยทั่วไป “Poorly” และ “badly” มีความหมายใกล้เคียงกันคือ “อย่างไม่ดี” แต่ “poorly” มักจะเน้นที่ความบกพร่อง หรือการทำได้ไม่ถึงมาตรฐาน ส่วน “badly” อาจจะสื่อถึงความเสียหาย หรือผลกระทบที่รุนแรงกว่า

Similar Posts

  • "Explain” แปลว่า

    “Explain” แปลว่า อธิบาย หรือ ชี้แจง เป็นคำกริยาภาษาอังกฤษที่ใช้เมื่อเราต้องการบอกให้ใครสักคนเข้าใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้มากขึ้น อาจเป็นการให้ข้อมูลเพิ่มเติม การชี้แจงรายละเอียด หรือการทำให้สิ่งที่ซับซ้อนเข้าใจง่ายขึ้น ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Explain” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น เมื่อเราอธิบายวิธีการทำงานของสิ่งของให้เพื่อนฟัง เมื่อเราชี้แจงเหตุผลที่เราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือเมื่อเราขอให้ใครสักคนอธิบายเรื่องที่เขาเชี่ยวชาญให้เราฟัง มันเป็นคำที่ช่วยให้การสื่อสารราบรื่นและลดความเข้าใจผิดได้ ความหมายและการใช้งาน “Explain” หมายถึง การทำให้ชัดเจน การให้คำอธิบาย หรือการชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับบางสิ่ง เพื่อให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแนวคิด กระบวนการ หรือเหตุการณ์ ตัวอย่างการใช้งาน “Can you explain how this machine works?” (คุณช่วยอธิบายได้ไหมว่าเครื่องนี้ทำงานอย่างไร?) “The teacher explained the lesson to the students.” (คุณครูอธิบายบทเรียนให้นักเรียนฟัง) “I need you to explain your decision.” (ฉันต้องการให้คุณชี้แจงการตัดสินใจของคุณ) บริบทการใช้งานทั่วไป…

  • "Calculations” แปลว่า

    “Calculations” เป็นคำภาษาอังกฤษ หมายถึง การคำนวณ หรือ การคิดเลข ซึ่งเป็นกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการหาผลลัพธ์จากตัวเลขหรือข้อมูลที่กำหนดให้ โดยอาจเป็นการบวก ลบ คูณ หาร หรือการใช้สูตรทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนกว่านั้น ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “Calculations” อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณเงินทอนเมื่อไปซื้อของ การคิดดอกเบี้ยเงินกู้ การวางแผนงบประมาณรายรับรายจ่ายของครอบครัว หรือแม้แต่การคำนวณระยะทางและเวลาในการเดินทาง การทำความเข้าใจ “Calculations” จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความหมายและการใช้งาน “Calculations” หมายถึง การคิดคำนวณ หรือ การประมวลผลทางคณิตศาสตร์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ อาจเป็นการคำนวณอย่างง่ายไปจนถึงการคำนวณที่ซับซ้อน ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับตัวเลข ตัวแปร หรือสูตรต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน ในการวางแผนการเงิน เราต้องทำ “Calculations” เพื่อดูว่ารายรับเพียงพอต่อรายจ่ายหรือไม่ หรือเมื่อต้องการซื้อของชิ้นใหญ่ เราอาจต้องคำนวณยอดผ่อนต่อเดือน ในทางวิทยาศาสตร์ “Calculations” เป็นส่วนสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูลและทดสอบสมมติฐานต่างๆ บริบทที่ใช้ทั่วไป คำว่า “Calculations” มักพบในการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ การเงิน วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ หรือสถานการณ์ใดๆ ที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์เชิงปริมาณ “Calculations”…

  • "Invoice” แปลว่า

    คำว่า “Invoice” (อิน-วอยซ์) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไปในวงการธุรกิจและการค้า หมายถึง เอกสารที่แสดงรายการสินค้าหรือบริการที่ขายไป พร้อมทั้งระบุจำนวน ราคา และยอดรวมที่ผู้ซื้อต้องชำระให้กับผู้ขาย เป็นหลักฐานสำคัญในการซื้อขายและใช้ในการบันทึกบัญชี ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอ Invoice ได้บ่อยครั้งเมื่อเราซื้อสินค้าหรือใช้บริการต่างๆ เช่น เมื่อเราซื้อของในร้านค้า ซื้อสินค้าออนไลน์ หรือแม้แต่เมื่อเราใช้บริการต่างๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีที่เราได้รับนั้น ก็คือรูปแบบหนึ่งของ Invoice นั่นเอง Invoice ช่วยให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายทราบรายละเอียดของรายการที่เกิดขึ้น และใช้เป็นหลักฐานในการยืนยันการซื้อขายได้ ความหมายและการใช้งาน Invoice คือเอกสารทางการเงินที่ออกโดยผู้ขายให้กับผู้ซื้อ เพื่อแจ้งหนี้ที่ผู้ซื้อต้องชำระ โดยทั่วไป Invoice จะประกอบด้วยข้อมูลสำคัญต่างๆ เช่น ชื่อและที่อยู่ของผู้ขายและผู้ซื้อ วันที่ออก Invoice รายการสินค้าหรือบริการที่ซื้อขาย จำนวน ราคาต่อหน่วย ราคารวมทั้งหมด และเงื่อนไขการชำระเงิน Invoice มีความสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินธุรกิจ เพราะเป็นเครื่องมือในการติดตามรายได้ ค่าใช้จ่าย และช่วยให้การจัดการทางการเงินเป็นไปอย่างมีระบบ ตัวอย่างการใช้งาน สมมติว่าคุณสั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าออนไลน์ เมื่อคุณชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ร้านค้าจะส่ง Invoice มาให้คุณทางอีเมล…

  • "Task” แปลว่า

    คำว่า “Task” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “งาน” หรือ “ภารกิจ” ซึ่งหมายถึงสิ่งที่เราต้องทำ หรือหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ อาจจะเป็นงานเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันหรืองานใหญ่ที่มีความสำคัญก็ได้ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Task” อยู่บ่อยครั้ง โดยอาจจะไม่ได้นึกถึงคำแปลตรงตัวเสมอไป เช่น เมื่อเราวางแผนว่าจะต้องไปซื้อของ ซักผ้า หรือตอบอีเมล ก็ถือเป็น “Task” ที่เราต้องจัดการให้เสร็จ หรือในที่ทำงาน หัวหน้าอาจจะมอบหมาย “Task” ให้กับลูกน้อง เพื่อให้ไปดำเนินการบางอย่างให้สำเร็จลุล่วง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Task” หมายถึง กิจกรรมหรืองานที่ต้องทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่ใหญ่กว่า หรือเป็นหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย การใช้งานในภาษาไทยอาจจะใช้คำว่า “งาน” “ภารกิจ” “หน้าที่” หรือ “สิ่งที่ต้องทำ” ขึ้นอยู่กับบริบท ตัวอย่าง ตัวอย่างการใช้งาน “Task” ในประโยค: “My main task today is to finish this report.”…

  • "Joys” แปลว่า

    คำว่า “Joys” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษที่มาจากคำว่า “joy” ซึ่งมีความหมายว่า ความสุข ความปิติ ความปีติยินดี หรือความเบิกบานใจ เมื่อใช้ในรูปพหูพจน์ “Joys” จึงหมายถึง ความสุขหลายๆ อย่าง หรือประสบการณ์แห่งความสุขต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจไม่ค่อยได้ใช้คำว่า “Joys” โดยตรงบ่อยนัก แต่จะนิยมใช้คำว่า “ความสุข” หรือ “สิ่งดีๆ” แทนมากกว่า อย่างไรก็ตาม หากมีการใช้คำนี้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับภาษาอังกฤษ หรือในสื่อต่างๆ ก็สามารถเข้าใจได้ว่าหมายถึง ความสุขหลากหลายรูปแบบ หรือช่วงเวลาแห่งความสุขต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต เช่น การได้ใช้เวลากับครอบครัว การได้ทำกิจกรรมที่ชอบ หรือการประสบความสำเร็จในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ความหมายและการใช้งาน Joys หมายถึง ความรู้สึกยินดี ปิติ หรือความสุขที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน หรือความสุขที่ยิ่งใหญ่ในโอกาสพิเศษ เมื่อใช้ในรูปพหูพจน์ “Joys” จะเน้นถึงความสุขที่หลากหลาย หรือประสบการณ์แห่งความสุขหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน ตัวอย่างการใช้งาน ถึงแม้จะไม่ใช่คำที่ใช้บ่อยในภาษาไทย แต่หากเจอในประโยคภาษาอังกฤษ เราอาจเห็นการใช้ในลักษณะนี้…

  • "Leather” แปลว่า

    Leather (เลทเธอร์) คือ หนังสัตว์ที่ผ่านกระบวนการแปรรูปเพื่อให้มีความคงทน ยืดหยุ่น และสวยงาม สามารถนำไปใช้ทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้หลากหลายชนิด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็น Leather ในข้าวของเครื่องใช้รอบตัวมากมาย เช่น กระเป๋า รองเท้า เข็มขัด แจ็กเก็ต หรือแม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์อย่างโซฟา การที่ Leather เป็นที่นิยมก็เพราะความทนทาน มีสไตล์ และให้ความรู้สึกหรูหราเมื่อได้สัมผัส ความหมายและการใช้งาน Leather มาจากหนังสัตว์จริง เช่น หนังวัว หนังแกะ หนังแพะ หรือหนังจระเข้ ซึ่งผ่านการฟอกและตกแต่งให้มีคุณสมบัติตามต้องการ เพื่อนำไปผลิตเป็นสินค้าต่างๆ มากมาย ตั้งแต่เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ไปจนถึงของใช้ในบ้าน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน เช่น กระเป๋าถือผู้หญิงที่ทำจาก Leather แท้ จะมีความทนทานและดูดีกว่ากระเป๋าที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ หรือรองเท้าหนังที่ให้ความรู้สึกคลาสสิกและใช้งานได้นาน บริบทและการใช้ทั่วไป คำว่า Leather มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับแฟชั่น เครื่องประดับ หรือสินค้าที่มีคุณภาพสูง เพื่อสื่อถึงความพรีเมียมและความทนทานของวัสดุ Leather คืออะไร? Leather…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *