"Poor” แปลว่า

คำว่า “Poor” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “ยากจน” หรือ “ขัดสน” หมายถึงการขาดแคลนสิ่งจำเป็นในชีวิต เช่น เงิน อาหาร หรือที่อยู่อาศัย ทำให้การดำรงชีวิตเป็นไปอย่างลำบาก

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Poor” ในหลายบริบท ไม่ใช่แค่เรื่องความยากจนทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่อาจหมายถึงสภาพที่ไม่ดีหรือไม่น่าพอใจก็ได้ เช่น การพูดถึง “poor quality” (คุณภาพแย่) หรือ “poor performance” (ผลงานไม่ดี) หรือแม้แต่การแสดงความเห็นใจต่อสถานการณ์ที่ไม่ดีของใครบางคน เช่น “I feel poor for him” (ฉันรู้สึกสงสารเขา)

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Poor” สามารถใช้ได้หลายลักษณะ:

  • ในเชิงเศรษฐกิจ: หมายถึงผู้ที่ไม่มีทรัพย์สินเงินทองเพียงพอต่อการดำรงชีวิต
  • ในเชิงคุณภาพ: หมายถึงสิ่งที่ไม่ดี ไม่น่าพอใจ หรือมีข้อบกพร่อง
  • ในเชิงความรู้สึก: ใช้แสดงความสงสารหรือเห็นใจ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • Poor family: ครอบครัวที่ยากจน
  • Poor health: สุขภาพไม่แข็งแรง หรือ สุขภาพย่ำแย่
  • Poor effort: ความพยายามที่น้อย หรือ ไม่เพียงพอ
  • That’s a poor excuse: นั่นเป็นข้อแก้ตัวที่ไม่ดี (ฟังไม่ขึ้น)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Poor” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการอธิบายถึงการขาดแคลน การด้อยคุณภาพ หรือการแสดงความรู้สึกเห็นใจ โดยอาจปรากฏในข่าวสาร บทสนทนาทั่วไป หรือแม้แต่ในการประเมินผลต่างๆ

🔷 FAQ SECTION

“Poor” ใช้กับสิ่งของได้หรือไม่?

ได้ครับ “Poor” สามารถใช้กับสิ่งของเพื่อบ่งบอกถึงคุณภาพที่ไม่ดี หรือสภาพที่ย่ำแย่ได้ เช่น “poor lighting” (แสงสว่างไม่เพียงพอ) หรือ “poor condition” (สภาพไม่ดี)

“Poor” มีความหมายอื่นอีกไหม?

นอกเหนือจากความหมายหลักว่า “ยากจน” แล้ว “Poor” ยังสามารถหมายถึง “น่าสงสาร” “น้อย” “ขาดแคลน” หรือ “คุณภาพต่ำ” ได้ ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้

Similar Posts

  • "Job” แปลว่า

    คำว่า “Job” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง งาน หรือ อาชีพ เป็นคำนามที่ใช้เรียกกิจกรรมที่ทำเพื่อแลกกับค่าตอบแทน หรือเป็นสิ่งที่บุคคลทำเป็นประจำเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนพูดถึง “Job” ในหลายบริบท เช่น เวลาที่พูดถึงงานที่กำลังทำอยู่ หรือเมื่อมีการสมัครงานใหม่ๆ ถ้ามีคนถามว่า “What’s your job?” ก็หมายถึง ถามว่าคุณทำงานอะไร หรือมีอาชีพอะไรนั่นเอง บางครั้งก็ใช้ในความหมายของ “หน้าที่” ที่ต้องรับผิดชอบด้วย เช่น “This is my job to do.” ก็แปลว่า นี่เป็นหน้าที่ของฉันที่ต้องทำ ความหมายและการใช้งาน “Job” หมายถึง งาน หรือ อาชีพ โดยทั่วไปใช้ในความหมายของการทำงานเพื่อหารายได้ หรือหมายถึงตำแหน่งงานที่ทำอยู่ อาจใช้ในความหมายของภารกิจหรือหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบก็ได้ ตัวอย่าง “I’m looking for a new job.” (ฉันกำลังหางานใหม่) “My job is…

  • "Pitchy” แปลว่า

    คำว่า “Pitchy” เป็นคำสแลงในภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในวงการบันเทิง หรือเมื่อพูดถึงการนำเสนออะไรบางอย่างที่มีลักษณะน่าสนใจ ดึงดูดใจ หรือน่ารักจนเกินไปจนอาจจะดูประดิษฐ์หรือเกินจริงไปหน่อย ในชีวิตประจำวัน คนมักจะใช้คำว่า “Pitchy” เพื่ออธิบายถึงการแสดงออก พฤติกรรม หรือแม้แต่การพูดที่ดูพยายามจะน่ารัก หรือน่าประทับใจมากเกินไป จนบางครั้งอาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือทำให้คนฟังรู้สึกหมั่นไส้ได้ เช่น เวลาเห็นดาราบางคนทำท่าทางหรือพูดจาที่ดูพยายามแอ็คอาร์ตเกินเบอร์ หรือเวลาเห็นโฆษณาที่ใช้เพลงหรือภาพที่ดูน่ารักจนเกินจริง ก็อาจจะบอกได้ว่า “มันดู Pitchy ไปหน่อยนะ” ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Pitchy” มาจากคำว่า “pitch” ที่หมายถึงระดับเสียง หรือความสูงต่ำของเสียง เมื่อเติม “-y” เข้าไป ทำให้มีความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า มีลักษณะคล้ายคลึงกับ “pitch” ในความหมายที่สูง หรือแหลมเกินไป ในบริบทของการใช้งานทั่วไป “Pitchy” จึงหมายถึง สิ่งที่ดูน่ารักเกินไป, ดัดจริต, หรือพยายามจะประทับใจมากเกินไป จนอาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติ ตัวอย่างการใช้งาน “นักร้องคนนั้นร้องเพลงเสียงสูงมากจนฟังดู pitchy เลย” (ในกรณีนี้อาจหมายถึงเสียงแหลมเกินไป หรือฟังดูไม่เป็นธรรมชาติ) “ท่าเต้นของเธอ pitchy ไปหน่อยนะ ดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเลย”…

  • "Secrets” แปลว่า

    คำว่า “Secrets” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความลับ หรือ สิ่งที่ถูกปกปิด ไม่ให้ผู้อื่นรับรู้ โดยทั่วไปแล้ว “secrets” อาจเป็นข้อมูล เรื่องราว หรือความรู้สึกส่วนตัว ที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มคน ตั้งใจเก็บงำไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “secrets” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เพื่อนสนิทอาจจะบอก “secret” ของตัวเองให้ฟัง หรือบางคนอาจจะมี “secret crush” (แอบชอบใครบางคน) โดยไม่กล้าบอกใคร การเก็บ “secrets” อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งเพื่อปกป้องตัวเอง เพื่อรักษาความสัมพันธ์ หรือเพื่อสร้างความประหลาดใจให้กับผู้อื่น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Secrets” สื่อถึงสิ่งที่ถูกเก็บซ่อนไว้ ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ อาจเป็นเรื่องส่วนตัว ข้อมูลสำคัญ หรือแผนการบางอย่าง การเปิดเผย “secrets” ถือเป็นการบอกเล่าสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน ตัวอย่างการใช้งาน เธอมี “secrets” มากมายที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน พวกเขาตกลงที่จะเก็บเรื่องนี้เป็น “secret” ระหว่างเรา เด็กๆ ตื่นเต้นกับการวางแผน…

  • "Meal” แปลว่า

    คำว่า “Meal” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “มื้ออาหาร” หรือ “อาหารแต่ละมื้อ” ที่เราทานกันในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า มื้อกลางวัน หรือมื้อเย็น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Meal” เพื่อพูดถึงอาหารที่เราวางแผนจะทาน หรืออาหารที่เราเพิ่งทานไป เช่น “What’s for your next meal?” (มื้อต่อไปจะทานอะไร?) หรือ “That was a delicious meal.” (เป็นมื้อที่อร่อยมากเลย) บางครั้งก็ใช้เพื่อกล่าวถึงอาหารที่จัดเตรียมไว้เป็นชุดๆ เช่น “a three-course meal” (อาหารสามคอร์ส) หรือ “a quick meal” (อาหารจานด่วน) ความหมายและการใช้งาน “Meal” หมายถึง ปริมาณอาหารที่ทานในคราวเดียว โดยปกติแล้วจะแบ่งเป็นมื้อหลักๆ เช่น มื้อเช้า (breakfast), มื้อกลางวัน (lunch), และมื้อเย็น (dinner) นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึงอาหารที่ปรุงและจัดเตรียมไว้สำหรับการบริโภคในครั้งนั้นๆ ได้ด้วย…

  • "Shoulder” แปลว่า

    คำว่า “Shoulder” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ไหล่” ซึ่งเป็นส่วนของร่างกายที่เชื่อมต่อระหว่างแขนกับลำตัว ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักและช่วยในการเคลื่อนไหวของแขน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Shoulder” หรือ “ไหล่” ในหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงการบาดเจ็บที่ไหล่ เช่น “I hurt my shoulder” (ฉันเจ็บไหล่) หรือเมื่อพูดถึงการแสดงท่าทางที่เกี่ยวกับไหล่ เช่น “He put his arm around my shoulder” (เขาโอบแขนไว้ที่ไหล่ของฉัน) นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น “She’s a shoulder to cry on” (เธอเป็นที่พึ่งให้ร้องไห้ได้) หมายถึงคนที่พร้อมจะรับฟังและให้กำลังใจ ความหมายและการใช้งาน “Shoulder” หมายถึง ไหล่ ซึ่งเป็นส่วนบนสุดของแขนที่เชื่อมต่อกับลำตัว เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถยก แบก หรือเคลื่อนไหวแขนได้อย่างอิสระ ในทางปฏิบัติ คำนี้ใช้ได้ทั้งกับส่วนของร่างกายโดยตรง และในเชิงเปรียบเทียบถึงการสนับสนุนหรือการเป็นที่พึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน “The bag…

  • "Arrive” แปลว่า

    คำว่า “Arrive” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “มาถึง” หรือ “ถึงที่หมาย” เป็นคำกริยาที่ใช้อธิบายการเดินทางไปถึงสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Arrive” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเรากำลังรอใครสักคน เราอาจจะถามว่า “When will they arrive?” (พวกเขาจะมาถึงเมื่อไหร่?) หรือเมื่อเราเดินทางไปถึงสนามบิน เราก็อาจจะบอกว่า “We have arrived at the airport.” (เรามาถึงสนามบินแล้ว) หรือแม้แต่ในบริบทของการประชุม เราอาจจะใช้คำว่า “The delegates will arrive tomorrow.” (ผู้เข้าร่วมประชุมจะมาถึงในวันพรุ่งนี้) เป็นต้น คำนี้ช่วยให้เราสื่อสารเรื่องการเดินทางและการไปถึงจุดหมายได้อย่างชัดเจน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Arrive” หมายถึง การไปถึง การมาถึง หรือการได้ไปปรากฏตัว ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง หลังจากที่ได้เดินทางมา ตัวอย่างการใช้งาน The train will arrive…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *