"Political” แปลว่า

คำว่า “Political” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล การเมือง หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปกครองประเทศ การบริหารอำนาจ และการตัดสินใจของสาธารณะ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Political” เมื่อมีการพูดถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับการเมือง การเลือกตั้ง การบริหารประเทศ หรือแม้แต่การตัดสินใจในองค์กรที่ส่งผลกระทบต่อหลายคน เช่น การเมืองภายในบริษัท การเมืองในครอบครัว หรือการเมืองระดับนานาชาติ

ความหมายและการใช้งาน

Political หมายถึง สิ่งที่เกี่ยวข้องกับการปกครอง การบริหารรัฐกิจ หรือการเมืองโดยทั่วไป อาจใช้เพื่ออธิบายถึงบุคคล นโยบาย กิจกรรม หรือสถานการณ์ที่อยู่ในขอบเขตของการเมือง

ตัวอย่างการใช้งาน

หากมีข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างประเทศ เราอาจจะเรียกว่าเป็น “Political conflict” หรือหากมีการพูดถึงเรื่องการหาเสียงเลือกตั้ง ก็จะเกี่ยวข้องกับ “Political campaign”

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า Political มักถูกใช้ในบริบทของข่าวสาร การอภิปรายสาธารณะ การวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมือง หรือการทำความเข้าใจเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอำนาจและการตัดสินใจในระดับสังคม

FAQ SECTION

“Political” กับ “Politics” ต่างกันอย่างไร?

Political เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ใช้ขยายคำนามเพื่อบอกว่าสิ่งนั้นเกี่ยวข้องกับการเมือง ส่วน Politics เป็นคำนาม (noun) หมายถึง วิชาว่าด้วยการเมือง หรือการเมืองโดยรวม

มีคำไทยที่แปลว่า “Political” ตรงตัวหรือไม่?

คำไทยที่ใกล้เคียงและใช้บ่อยคือ “ทางการเมือง” หรือ “เชิงการเมือง” ซึ่งสื่อถึงความหมายเดียวกัน

Similar Posts

  • "Mix” แปลว่า

    คำว่า “Mix” ในภาษาอังกฤษมีความหมายโดยรวมว่า “ผสม” หรือ “การผสมผสาน” ค่ะ เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อนำสิ่งของตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไปมารวมกัน หรืออาจเป็นคำนามที่หมายถึงส่วนผสมที่ได้จากการรวมกันนั้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Mix” ในหลายสถานการณ์ค่ะ เช่น เวลาที่เราทำอาหาร เราอาจจะ “mix” ส่วนผสมต่างๆ เข้าด้วยกัน หรือเวลาฟังเพลง เราอาจจะชอบฟังเพลงแนว “mix” ที่เป็นการนำเพลงหลายๆ เพลงมารวมกัน หรือแม้แต่ในการทำงาน เราอาจจะพูดถึงการ “mix” ไอเดียต่างๆ เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาก็ได้ค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Mix” หมายถึงการนำสิ่งต่างๆ ตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไปมารวมกัน ทำให้เกิดเป็นส่วนผสมใหม่ หรือการผสมผสานเข้าด้วยกันค่ะ ตัวอย่างการใช้งาน “Let’s mix these ingredients together to make a cake.” (มาผสมส่วนผสมเหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อทำเค้กกันเถอะ) “I like listening to DJ mixes.” (ฉันชอบฟังเพลง…

  • "Fire” แปลว่า

    คำว่า “Fire” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วหมายถึง ไฟ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการเผาไหม้ ทำให้เกิดความร้อน แสงสว่าง และควัน ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Fire” ในหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงการก่อกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่น หรือใช้ในการทำอาหาร นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบเพื่ออธิบายถึงความกระตือรือร้น ความมุ่งมั่น หรือการถูกไล่ออกจากการทำงาน ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลัก: ไฟ, เพลิง การใช้งานในชีวิตประจำวัน: การก่อไฟ: “Let’s make a fire.” (เรามาจุดไฟกันเถอะ) การถูกไล่ออก: “He was fired from his job.” (เขาถูกไล่ออกจากงาน) ความกระตือรือร้น: “She has a fire in her belly.” (เธอมีความมุ่งมั่นแรงกล้า) การยิงปืน: “Fire your weapons!” (ยิงอาวุธของคุณ!) ตัวอย่าง “The…

  • "Pour” แปลว่า

    คำว่า “Pour” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “เท” หรือ “ราด” เป็นการกระทำที่เกี่ยวกับการทำให้ของเหลวไหลออกจากภาชนะหนึ่งไปยังอีกภาชนะหนึ่ง หรือไปยังพื้นผิวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “pour” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น การเทน้ำลงในแก้ว การราดน้ำซอสบนอาหาร หรือแม้แต่การเทปูนซีเมนต์ในการก่อสร้าง เป็นคำกริยาที่สื่อถึงการเคลื่อนไหวของของเหลวอย่างชัดเจน ความหมายและการใช้งาน “Pour” หมายถึง การทำให้ของเหลวไหลออกมาอย่างต่อเนื่องจากภาชนะ โดยทั่วไปจะใช้เมื่อต้องการเติมของเหลวลงในสิ่งอื่น หรือเททิ้ง ตัวอย่างการใช้งาน Pour a drink: เทเครื่องดื่ม (เช่น เทน้ำ, เทน้ำผลไม้, เทกาแฟ) Pour sauce: ราดซอส (เช่น ราดซอสบนสลัด, ราดซอสบนพาสต้า) Pour rain: ฝนตกหนัก (ใช้เปรียบเทียบปริมาณฝนที่ตกหนัก เหมือนเทลงมา) Pour concrete: เทปูนซีเมนต์ บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “pour” มักใช้ในบริบทของการทำอาหาร การดื่ม การก่อสร้าง และเมื่อพูดถึงสภาพอากาศ…

  • "Implications” แปลว่า

    “Implications” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ แต่โดยรวมแล้วหมายถึง ผลกระทบ ผลสืบเนื่อง หรือสิ่งที่ตามมา ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ แต่เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาหรือคาดการณ์ล่วงหน้า ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Implications” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีการตัดสินใจครั้งสำคัญ มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย หรือมีการคาดการณ์ถึงอนาคต เมื่อพูดถึง “Implications” ผู้พูดมักจะต้องการสื่อถึงผลที่จะตามมาจากการกระทำหรือเหตุการณ์นั้นๆ เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจถึงความสำคัญและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อจะได้เตรียมพร้อมหรือพิจารณาทางเลือกต่างๆ ได้อย่างรอบคอบ ความหมายและการใช้งาน “Implications” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ: ผลกระทบ (Effects): สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาจากการกระทำหรือเหตุการณ์ ผลสืบเนื่อง (Consequences): ผลลัพธ์ที่ตามมา ซึ่งอาจเป็นไปตามที่คาดหวังหรือไม่ก็ได้ นัยยะ (Suggestions/Inferences): ความหมายโดยนัย หรือสิ่งที่บอกเป็นนัย การใช้งานจะขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการสื่อถึงอะไร หากเป็นการพูดถึงผลของการตัดสินใจ มักจะใช้ในความหมายของ “ผลกระทบ” หรือ “ผลสืบเนื่อง” แต่หากเป็นการตีความจากคำพูดหรือสถานการณ์ อาจจะหมายถึง “นัยยะ” ตัวอย่างการใช้งาน ลองดูตัวอย่างง่ายๆ เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น: “What are the implications…

  • "Yummy” แปลว่า

    คำว่า “Yummy” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงความรู้สึกว่าอร่อย น่ารับประทาน หรือถูกปาก มักใช้บรรยายรสชาติของอาหารหรือเครื่องดื่มที่ทำให้รู้สึกพึงพอใจและมีความสุขเมื่อได้ลิ้มลอง ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “Yummy” ทับศัพท์เวลาพูดถึงอาหารที่อร่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดกับเด็กๆ หรือใช้ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการ เพื่อให้การสื่อสารดูสนุกสนานและเป็นกันเองมากขึ้น บางครั้งก็ใช้ในการรีวิวอาหารสั้นๆ หรือเมื่อโพสต์รูปอาหารลงโซเชียลมีเดีย ก็จะใส่แคปชั่นสั้นๆ ว่า “Yummy!” เพื่อสื่อว่าอาหารจานนั้นอร่อยมาก ความหมายและการใช้งาน “Yummy” แปลตรงตัวว่า “อร่อย” หรือ “น่ารับประทาน” ใช้เพื่อบอกว่าอาหารมีรสชาติที่ดีมาก ทำให้ผู้ที่ได้ทานรู้สึกดีใจหรือมีความสุข ตัวอย่างการใช้งาน เด็กน้อยพูดว่า “This cake is yummy!” (เค้กนี้อร่อยจังเลย!) เพื่อนคุยกันเรื่องอาหาร “Wow, the pad thai you made looks yummy!” (ว้าว ผัดไทยที่เธอทำดูน่ากินมาก!) เมื่อทานอาหารที่ถูกใจ “Mmm, this ice cream is so yummy!” (อืม ไอศกรีมนี้อร่อยสุดๆ…

  • "บูรพา” แปลว่า

    คำว่า “บูรพา” เป็นคำนามในภาษาไทย มีความหมายถึง ทิศตะวันออก หรือ ด้านตะวันออก เป็นทิศที่พระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า เป็นทิศแห่งการเริ่มต้นและความหวัง ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “บูรพา” ในบริบทต่างๆ เช่น การบอกทิศ การตั้งชื่อสถานที่ หรือแม้แต่ในการกล่าวถึงสิ่งที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ เมื่อพูดถึง “ทิศบูรพา” ก็คือทิศตะวันออกนั่นเอง บางครั้งอาจใช้ในสำนวนที่สื่อถึงการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ หรือการก้าวไปข้างหน้า ความหมายและการใช้งาน คำว่า “บูรพา” มาจากภาษาสันสกฤต หมายถึง ทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศที่ดวงอาทิตย์ขึ้น เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นวันใหม่ แสงสว่าง และความเจริญรุ่งเรือง ในทางตรงกันข้าม ทิศประจิม (ทิศตะวันตก) มักถูกมองว่าเป็นทิศแห่งการสิ้นสุด ตัวอย่างการใช้งาน เราสามารถใช้คำว่า “บูรพา” ได้ในหลายลักษณะ เช่น: “บ้านของฉันหันหน้าไปทางทิศบูรพา ทำให้ได้รับแสงแดดยามเช้าอย่างเต็มที่” “โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ในเขตบูรพาของเมือง” “การเดินทางครั้งนี้เปรียบเสมือนการก้าวไปสู่ทิศบูรพาแห่งความสำเร็จ” บริบทที่พบบ่อย คำว่า “บูรพา” มักพบเห็นได้ในการตั้งชื่อสถานที่ต่างๆ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล หรือโครงการหมู่บ้าน ที่ต้องการสื่อถึงความหมายที่ดี การเริ่มต้น…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *