"Personal” แปลว่า
คำว่า “Personal” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักว่า “ส่วนตัว” หรือ “เกี่ยวกับบุคคล” โดยสื่อถึงสิ่งที่เป็นของผู้คนคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ใช่ของสาธารณะ หรือเป็นเรื่องทั่วไป
ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Personal” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึง “Personal belongings” (ของใช้ส่วนตัว) หรือ “Personal information” (ข้อมูลส่วนตัว) นอกจากนี้ยังอาจพบในคำว่า “Personal hygiene” (สุขอนามัยส่วนบุคคล) หรือ “Personal trainer” (ผู้ฝึกสอนส่วนตัว) ซึ่งล้วนแต่บ่งบอกถึงความเป็นเจ้าของหรือเกี่ยวข้องกับตัวบุคคลนั้นๆ โดยตรง
ความหมายและการใช้งาน
“Personal” หมายถึง เกี่ยวข้องกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ หรือเป็นของบุคคลนั้นๆ โดยไม่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น ใช้เพื่อแยกแยะสิ่งที่เป็นส่วนตัวออกจากสิ่งที่เป็นสาธารณะ หรือเป็นเรื่องทั่วไป
ตัวอย่างการใช้งาน
- Personal computer: คอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่เราใช้กันทั่วไป
- Personal assistant: ผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยจัดการงานต่างๆ ให้
- Personal opinion: ความคิดเห็นส่วนตัวของแต่ละบุคคล
- Personal space: พื้นที่ส่วนตัวที่แต่ละคนต้องการ
บริบทที่พบบ่อย
คำว่า “Personal” มักปรากฏในคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัว ข้อมูล หรือบริการที่เจาะจงสำหรับบุคคล เช่น “Personal data” (ข้อมูลส่วนบุคคล) หรือ “Personal loan” (สินเชื่อส่วนบุคคล) นอกจากนี้ยังใช้เพื่อเน้นย้ำถึงลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลนั้นๆ เช่น “He has a very personal style.” (เขามีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก)
“Personal” ต่างจาก “Private” อย่างไร?
แม้จะมีความหมายใกล้เคียงกัน แต่ “Personal” มักเน้นที่ความเป็นเจ้าของหรือเกี่ยวข้องกับตัวบุคคลโดยตรง ในขณะที่ “Private” มักเน้นที่การไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ หรือการเก็บเป็นความลับ
เราสามารถใช้ “Personal” กับสิ่งของได้หรือไม่?
ได้ เราสามารถใช้ “Personal” กับสิ่งของได้ เพื่อบ่งบอกว่าเป็นของใช้ส่วนตัว เช่น “This is my personal mug.” (นี่คือแก้วส่วนตัวของฉัน)