"Nephews” แปลว่า

คำว่า “Nephews” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษ หมายถึง หลานชาย ซึ่งก็คือลูกชายของพี่ชายหรือน้องชาย หรือลูกชายของพี่สาวหรือน้องสาวของพ่อแม่นั่นเอง

ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Nephews” บ่อยนัก แต่ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว หากมีพี่น้องที่มีลูกชาย เราก็จะเรียกว่า “หลานชาย” นั่นเองค่ะ ในบริบทของการพูดคุยเรื่องครอบครัว หรือการแนะนำญาติที่เป็นผู้ชายในครอบครัวของสามีหรือภรรยา เราอาจจะได้ยินคำนี้ หรือใช้คำนี้เพื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษ

ความหมายและการใช้งาน

“Nephews” (เนฟ-ฟิวส์) เป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า “Nephew” (เนฟ-ฟิว) ซึ่งหมายถึง หลานชาย

ตัวอย่างการใช้งาน

เช่น “My sister has two sons, so I have two nephews.” (พี่สาวของฉันมีลูกชายสองคน ดังนั้นฉันจึงมีหลานชายสองคน)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Nephews” มักจะใช้ในบริบทของการอธิบายความสัมพันธ์ในครอบครัว หรือเมื่อพูดถึงญาติพี่น้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสื่อสารกับผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

🔷 FAQ SECTION

“Nephew” กับ “Niece” ต่างกันอย่างไร?

“Nephew” หมายถึง หลานชาย ส่วน “Niece” (ไนส) หมายถึง หลานสาว

ถ้ามีหลานชายหลายคน ต้องใช้คำว่าอะไร?

ถ้ามีหลานชายมากกว่าหนึ่งคน เราจะใช้คำว่า “Nephews” ซึ่งเป็นรูปพหูพจน์ค่ะ

Similar Posts

  • "Were” แปลว่า

    คำว่า “Were” เป็นรูปอดีตกาล (past tense) ของกริยา “to be” ซึ่งใช้ได้ทั้งกับประธานเอกพจน์และพหูพจน์ในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงเหตุการณ์หรือสภาวะที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดไปแล้วในอดีต ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอ “Were” ในสถานการณ์ที่พูดถึงสิ่งที่เคยเป็นเคยเกิดขึ้นในอดีต เช่น การบอกเล่าเรื่องราวในอดีต การพูดถึงความรู้สึกหรือสภาพการณ์ในอดีต หรือแม้แต่ในประโยคเงื่อนไขที่สมมติสิ่งที่ไม่เป็นจริงในอดีต การทำความเข้าใจการใช้งานของ “Were” จะช่วยให้เราสื่อสารภาษาอังกฤษได้ถูกต้องและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Were” เป็นรูปอดีตกาลของกริยา “to be” ใช้ได้กับประธานพหูพจน์ (เช่น they, we, you) และประธานเอกพจน์ (เช่น I, he, she, it) ในบางกรณี โดยเฉพาะในประโยคเงื่อนไขที่พูดถึงสิ่งที่ไม่เป็นจริง (subjunctive mood) หรือเมื่อพูดถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นแล้ว ตัวอย่างการใช้งาน ประธานพหูพจน์ในอดีต: They were happy to see the results. (พวกเขาดีใจที่ได้เห็นผลลัพธ์) ประธานเอกพจน์ในอดีต (ในรูป Subjunctive):…

  • "Ascend” แปลว่า

    คำว่า “Ascend” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การก้าวขึ้น การไต่เต้า การเลื่อนตำแหน่ง หรือการสูงขึ้น ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัว เช่น การปีนป่ายขึ้นที่สูง หรือในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เช่น การประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน หรือการมีสถานะทางสังคมที่สูงขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Ascend” ในบริบทที่เกี่ยวกับการเติบโตและความก้าวหน้า เช่น เมื่อพูดถึงการเลื่อนตำแหน่งในที่ทำงาน เราอาจจะบอกว่า “He is looking to ascend to a management position” ซึ่งหมายถึง เขากำลังมองหาโอกาสที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหาร หรือเมื่อพูดถึงความสำเร็จในวงการบันเทิง ก็อาจจะใช้คำว่า “Her career began to ascend after the hit song” หมายถึง อาชีพของเธอเริ่มรุ่งเรืองหลังจากเพลงฮิตของเธอออกมา นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในเชิงนามธรรม เช่น การก้าวข้ามขีดจำกัด หรือการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Ascend” มีความหมายหลักๆ คือ…

  • "Damned” แปลว่า

    คำว่า “Damned” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ถูกสาป” หรือ “ต้องโทษ” ในเชิงศาสนา มักจะหมายถึงคนที่ถูกพระเจ้าตัดสินลงโทษให้ตกนรก หรือต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส แต่ในภาษาพูดทั่วไป คำนี้ก็ถูกนำมาใช้ในความหมายที่เบาลง เพื่อแสดงความรู้สึกหงุดหงิด รำคาญ หรือผิดหวังในสถานการณ์ต่างๆ ได้เช่นกัน ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Damned” ตรงๆ บ่อยนัก แต่เราสามารถเห็นการนำไปใช้ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เวลาพูดถึงภาพยนตร์ เพลง หรือแม้กระทั่งในการแสดงอารมณ์ขันที่ออกแนวประชดประชัน ลองนึกภาพเวลาที่เราเจอเรื่องที่น่าหงุดหงิดมากๆ แล้วอุทานออกมาเบาๆ ว่า “โอ๊ย แย่จริงๆ” หรือ “น่าเบื่อชะมัด” ความรู้สึกแบบนั้นแหละที่ใกล้เคียงกับความหมายของ “Damned” ในการใช้งานแบบไม่เป็นทางการ ความหมายและการใช้งาน โดยพื้นฐาน “Damned” หมายถึงการถูกสาป หรือถูกลงโทษอย่างร้ายแรง ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนาหรือตำนาน แต่ในปัจจุบัน คำนี้ถูกนำมาใช้ในความหมายที่หลากหลายขึ้น เพื่อเน้นย้ำถึงความรู้สึกต่างๆ เช่น: ความหงุดหงิด/รำคาญ: ใช้แสดงอารมณ์เมื่อเจอเรื่องที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หรือเจออุปสรรคที่น่าโมโห ความผิดหวัง: ใช้เมื่อรู้สึกผิดหวังกับผลลัพธ์บางอย่าง การเน้นย้ำ: บางครั้งใช้เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับคำพูด ให้ดูหนักแน่นขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน…

  • "Hour” แปลว่า

    คำว่า “Hour” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า “ชั่วโมง” ซึ่งเป็นหน่วยวัดเวลาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดย 1 ชั่วโมง เท่ากับ 60 นาที ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Hour” ในบริบทต่างๆ มากมาย เช่น การนัดหมาย การวางแผนตารางเวลา หรือการพูดถึงระยะเวลาของกิจกรรมต่างๆ ตัวอย่างเช่น “We have one hour to finish this task.” (เรามีเวลาหนึ่งชั่วโมงเพื่อทำงานนี้ให้เสร็จ) หรือ “The meeting will last for two hours.” (การประชุมจะใช้เวลาสองชั่วโมง) ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Hour” หมายถึง หน่วยเวลามาตรฐานที่เท่ากับ 60 นาที หรือ 1 ใน 24 ของวัน โดยทั่วไปแล้ว การใช้คำว่า “hour”…

  • "คิมิโนโต๊ะ” แปลว่า

    คำว่า “คิมิโนโต๊ะ” (君の名は。) เป็นภาษาญี่ปุ่นที่แปลตรงตัวว่า “ชื่อของเธอคืออะไร” หรือ “เธอชื่ออะไร” เป็นวลีที่ใช้ถามชื่อของบุคคลที่เราไม่รู้จัก หรือต้องการทราบชื่อของใครบางคน เป็นคำถามที่สุภาพและเป็นกันเอง ในชีวิตประจำวัน คนญี่ปุ่นมักใช้คำนี้เมื่อต้องการถามชื่อของคนที่ไม่คุ้นเคย เช่น เมื่อเจอคนใหม่ๆ ที่โรงเรียน ที่ทำงาน หรือในงานสังคมต่างๆ บางครั้งก็อาจใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความสนิทสนมมากขึ้น หรือเมื่อต้องการเน้นย้ำถึงความสำคัญของชื่อบุคคลนั้นๆ แต่โดยรวมแล้วเป็นคำถามพื้นฐานที่ใช้ในการเริ่มต้นบทสนทนาเพื่อทำความรู้จักกัน ความหมายและการใช้งาน “คิมิโนโต๊ะ” (君の名は。) ประกอบด้วยคำว่า “คิมิ” (君) ซึ่งแปลว่า “เธอ” (ใช้กับคนที่สนิทสนม หรือมีสถานะเท่าเทียมกัน) “โนะ” (の) เป็นคำเชื่อมแสดงความเป็นเจ้าของ คล้ายกับ “ของ” ในภาษาไทย และ “นา” (名) แปลว่า “ชื่อ” เมื่อรวมกันจึงมีความหมายว่า “ชื่อของเธอ” ตัวอย่างการใช้งาน สถานการณ์ที่ 1: พบเพื่อนใหม่ในชมรม A: “สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” B: “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ… เอ่อ… คิมิโนโต๊ะ?” (หมายถึง…

  • "Bugging” แปลว่า

    คำว่า “Bugging” ในภาษาไทยมีความหมายตรงตัวว่า “การติดหนอน” หรือ “การมีแมลง” แต่ในบริบทของการสื่อสารและการใช้งานทั่วไป คำนี้มักจะหมายถึง การแอบดักฟังหรือแอบบันทึกเสียงการสนทนาโดยที่เจ้าของเสียงไม่รู้ตัว โดยการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่เรียกว่า “Bug” หรือ “เครื่องดักฟัง” นั่นเอง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Bugging” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น ในภาพยนตร์สายลับ หรือในข่าวที่เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวน ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับการที่บุคคลหนึ่งแอบติดตั้งเครื่องดักฟังไว้ในห้องทำงาน บ้าน หรือแม้กระทั่งในโทรศัพท์ เพื่อเก็บข้อมูลการสนทนาของอีกฝ่ายหนึ่ง นอกจากนี้ ในบางครั้ง คำว่า “Bugging” ก็อาจถูกนำมาใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เพื่ออธิบายถึงการที่ใครบางคนกำลังให้ความสนใจหรือจับตาดูใครบางคนอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ แต่ความหมายหลักที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือการแอบดักฟังครับ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Bugging” มาจากคำว่า “Bug” ซึ่งหมายถึง แมลง หรือสิ่งเล็กๆ ที่น่ารำคาญ ในบริบทของการดักฟัง “Bug” หมายถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่ถูกซ่อนไว้เพื่อบันทึกหรือส่งสัญญาณเสียงการสนทนา เมื่อมีการนำอุปกรณ์นี้ไปติดตั้งเพื่อดักฟัง เราจะเรียกว่า “Bugging” การกระทำนี้ถือเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวอย่างร้ายแรง และผิดกฎหมายในหลายประเทศ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น ถ้ามีคนสงสัยว่าห้องทำงานของตนเองอาจถูกดักฟัง เขาอาจพูดว่า “I think…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *