"narrow” แปลว่า

คำว่า “narrow” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “แคบ” หรือ “จำกัด” เมื่อนำไปใช้ในบริบทต่างๆ ความหมายก็จะปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่แก่นหลักยังคงอยู่ที่ความเป็นสิ่งที่มีขอบเขตจำกัด ไม่กว้างขวาง หรือไม่หลากหลาย

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “narrow” ในหลายสถานการณ์ เช่น การพูดถึงถนนที่แคบ การจำกัดขอบเขตของความคิด หรือแม้กระทั่งการพูดถึงโอกาสที่มีอยู่น้อยนิด การเข้าใจความหมายของ “narrow” จะช่วยให้เราตีความประโยคภาษาอังกฤษได้ถูกต้องและสื่อสารได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความหมายและการใช้งาน

“Narrow” สามารถใช้ได้ทั้งเป็นคำคุณศัพท์ (adjective) และคำกริยา (verb)

  • ในฐานะคำคุณศัพท์: หมายถึง แคบ, จำกัด, เล็กน้อย, ละเอียด, เฉียดฉิว
  • ในฐานะคำกริยา: หมายถึง ทำให้แคบลง, จำกัด

ตัวอย่างการใช้งาน

  • ถนนแคบ: “The road is very narrow.” (ถนนเส้นนี้แคบมาก)
  • ความคิดที่จำกัด: “He has a narrow view of the world.” (เขามีมุมมองต่อโลกที่จำกัด)
  • ชัยชนะเฉียดฉิว: “It was a narrow victory.” (เป็นการชนะที่เฉียดฉิว)
  • จำกัดวง: “We need to narrow down the list of candidates.” (เราต้องจำกัดวงรายชื่อผู้สมัครให้แคบลง)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “narrow” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับการวัดขนาด (ความกว้าง), การจำกัดขอบเขต (ความคิด, โอกาส, การเลือก), หรือการอธิบายถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉิวเฉียด

“narrow” แปลว่าอะไร?

“narrow” แปลว่า แคบ หรือ จำกัด ในภาษาไทย ใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่มีขนาดไม่กว้างขวาง มีขอบเขตจำกัด หรือมีจำนวนน้อย

ใช้ “narrow” ในประโยคอย่างไร?

เราสามารถใช้ “narrow” ได้หลายแบบ เช่น บรรยายลักษณะ “a narrow street” (ถนนที่แคบ) หรือใช้เป็นกริยาเพื่อบอกว่าทำให้แคบลง “to narrow the gap” (ลดช่องว่างให้แคบลง)

“narrow” กับ “thin” ต่างกันอย่างไร?

“narrow” เน้นที่ความกว้างที่จำกัด ในขณะที่ “thin” เน้นที่ความหนาที่น้อย หรือความบาง

Similar Posts

  • "Enhances” แปลว่า

    คำว่า “Enhances” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ หมายถึง การทำให้บางสิ่งบางอย่างดีขึ้น มีคุณค่ามากขึ้น หรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในภาษาไทยสามารถแปลได้ว่า “ทำให้ดีขึ้น”, “เสริมสร้าง”, “ยกระดับ” หรือ “เพิ่มประสิทธิภาพ” ครับ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “enhances” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณสมบัติที่ดีกว่าเดิม การปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือแม้แต่การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมความงามหรือสุขภาพให้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น สกินแคร์บางตัวอาจมีคำโฆษณาว่าช่วย “enhances” ความกระจ่างใสของผิว หรือซอฟต์แวร์บางตัวอาจถูกออกแบบมาเพื่อ “enhances” ประสิทธิภาพการทำงานของผู้ใช้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “enhances” สื่อถึงการกระทำที่ทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความสมบูรณ์หรือมีคุณสมบัติที่ดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลง แต่เป็นการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น มีความสามารถมากขึ้น หรือน่าพึงพอใจมากขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน This new feature enhances user experience. (ฟีเจอร์ใหม่นี้ช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้) Regular exercise enhances overall health. (การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเสริมสร้างสุขภาพโดยรวม) The lighting design enhances…

  • "Independent” แปลว่า

    คำว่า “Independent” ในภาษาไทยแปลตรงตัวว่า “อิสระ” หรือ “เป็นอิสระ” ซึ่งหมายถึงการไม่ขึ้นต่อผู้อื่น ไม่ถูกควบคุม หรือไม่มีพันธะผูกพันกับสิ่งใดเป็นพิเศษ เป็นการดำรงอยู่หรือการตัดสินใจด้วยตนเอง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Independent” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น การพูดถึงคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ตามกระแส หรือสามารถดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร หรืออาจใช้กับการอธิบายประเทศที่ปกครองตนเอง ไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของชาติอื่น หรือแม้แต่ธุรกิจที่ไม่ใช่เครือของบริษัทใหญ่ๆ ก็เรียกว่าเป็น “Independent business” ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Independent” สื่อถึงภาวะที่สามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน ความคิด หรือการกระทำ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้กับบุคคล องค์กร หรือแม้แต่ประเทศ ตัวอย่างการใช้งาน บุคคล: “เธอเป็นคน Independent มาก หาเงินใช้เอง ไม่เคยขอพ่อแม่” (She is very independent. She earns her own money and never asks her parents.)…

  • "Catch” แปลว่า

    คำว่า “Catch” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “จับ” หรือ “คว้า” ครับ เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อเราต้องการรับหรือยึดสิ่งของที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาเรา หรือเมื่อเราต้องการทำให้บางสิ่งหยุดนิ่ง ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Catch” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เวลาเล่นกีฬา เช่น “catch a ball” (รับลูกบอล) หรือ “catch a fish” (จับปลา) นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายอื่นๆ ได้อีก เช่น “catch a cold” (เป็นหวัด) หรือ “catch a train/bus” (ขึ้นรถไฟ/รถประจำทางให้ทัน) บางครั้งก็ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการรับทราบหรือเข้าใจ เช่น “Did you catch what I said?” (คุณเข้าใจที่ฉันพูดไหม?) หรือ “catch up” ที่แปลว่า “ตามให้ทัน” หรือ…

  • "Where” แปลว่า

    คำว่า “Where” เป็นคำคุณศัพท์ (adverb) หรือคำสันธาน (conjunction) ในภาษาอังกฤษ ที่ใช้เพื่อกล่าวถึงสถานที่ หรือตำแหน่ง โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “ที่ไหน” หรือ “ที่ซึ่ง” เพื่อสอบถามเกี่ยวกับสถานที่ หรือเพื่อเชื่อมประโยคที่อ้างถึงสถานที่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Where” อยู่บ่อยครั้ง ทั้งในการสนทนาทั่วไป หรือในสื่อต่างๆ เช่น เมื่อเราต้องการถามเพื่อนว่า “Where are you?” (คุณอยู่ที่ไหน?) หรือเมื่อเราบอกว่า “This is the place where we first met.” (นี่คือสถานที่ที่เราพบกันครั้งแรก) มันช่วยให้เราสามารถระบุตำแหน่งหรืออ้างถึงสถานที่ได้อย่างชัดเจน ความหมายและการใช้งาน “Where” สามารถใช้ได้ทั้งในการตั้งคำถามและในการเชื่อมประโยค การตั้งคำถาม: ใช้เพื่อถามถึงสถานที่ เช่น “Where is the nearest ATM?” (ตู้ ATM ที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน?) การเชื่อมประโยค: ใช้เพื่ออธิบายหรือระบุสถานที่ที่ถูกกล่าวถึงในประโยคก่อนหน้า เช่น…

  • "Composition” แปลว่า

    “Composition” แปลว่า การประพันธ์, การเรียบเรียง, การประกอบกัน หรือ การจัดวาง ซึ่งคำนี้มีความหมายที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Composition” ในหลายสถานการณ์ เช่น ในแวดวงดนตรี นักแต่งเพลงจะพูดถึงการทำ Composition เพลง หรือในแวดวงศิลปะ จิตรกรจะคำนึงถึง Composition ของภาพวาด เพื่อให้ผลงานออกมาสวยงามและสื่อความหมายได้ดีที่สุด นอกจากนี้ ในการเขียนเรียงความ หรือบทความ ก็มีการใช้หลัก Composition เพื่อจัดระเบียบความคิดและนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นระบบ ความหมายและการใช้งาน “Composition” หมายถึง การนำส่วนประกอบต่างๆ มาประกอบกันให้เป็นรูปร่างหรือโครงสร้างที่สมบูรณ์ หรือการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ อย่างมีศิลปะ เพื่อให้เกิดความสวยงาม น่าสนใจ หรือสื่อความหมายได้ชัดเจน ตัวอย่างการใช้งาน ดนตรี: การแต่งเพลง การเรียบเรียงทำนองและเนื้อร้อง ศิลปะ: การจัดวางองค์ประกอบในภาพวาด ภาพถ่าย หรือการออกแบบ การเขียน: การเรียบเรียงเนื้อหา การจัดโครงสร้างของบทความหรือเรียงความ วิทยาศาสตร์: องค์ประกอบทางเคมีของสาร บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Composition”…

  • "Break Down” แปลว่า

    “Break Down” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้กันบ่อยในหลายบริบท โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักคือการแยกสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกเป็นส่วนย่อยๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น หรือเพื่อทำการวิเคราะห์ ตรวจสอบ หรือซ่อมแซม ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Break Down” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อรถยนต์เสีย เราจะพูดว่า “รถยนต์ break down” หรือเมื่อต้องอธิบายเรื่องที่ซับซ้อนให้เพื่อนฟัง เราอาจจะขอให้เขา “break down” ให้เข้าใจง่ายขึ้น หรือในที่ทำงาน เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น เราอาจจะต้อง “break down” ปัญหาเพื่อหาสาเหตุและวิธีแก้ไข ความหมายและการใช้งาน “Break Down” สามารถแปลได้หลากหลายตามบริบท แต่ความหมายหลักๆ มีดังนี้: การเสีย (สำหรับเครื่องจักร, รถยนต์): เมื่ออุปกรณ์หรือยานพาหนะไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ การแยกส่วน: การแบ่งสิ่งของหรือข้อมูลที่ซับซ้อนออกเป็นส่วนเล็กๆ การวิเคราะห์: การพิจารณาส่วนประกอบต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจ การพังทลาย (ทางอารมณ์): การไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ ตัวอย่างการใช้งาน “รถของฉัน break down กลางทางเลย ต้องเรียกช่างมาดู” (รถยนต์เสีย)…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *