"narrow” แปลว่า

คำว่า “narrow” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “แคบ” หรือ “จำกัด” เมื่อนำไปใช้ในบริบทต่างๆ ความหมายก็จะปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่แก่นหลักยังคงอยู่ที่ความเป็นสิ่งที่มีขอบเขตจำกัด ไม่กว้างขวาง หรือไม่หลากหลาย

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “narrow” ในหลายสถานการณ์ เช่น การพูดถึงถนนที่แคบ การจำกัดขอบเขตของความคิด หรือแม้กระทั่งการพูดถึงโอกาสที่มีอยู่น้อยนิด การเข้าใจความหมายของ “narrow” จะช่วยให้เราตีความประโยคภาษาอังกฤษได้ถูกต้องและสื่อสารได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความหมายและการใช้งาน

“Narrow” สามารถใช้ได้ทั้งเป็นคำคุณศัพท์ (adjective) และคำกริยา (verb)

  • ในฐานะคำคุณศัพท์: หมายถึง แคบ, จำกัด, เล็กน้อย, ละเอียด, เฉียดฉิว
  • ในฐานะคำกริยา: หมายถึง ทำให้แคบลง, จำกัด

ตัวอย่างการใช้งาน

  • ถนนแคบ: “The road is very narrow.” (ถนนเส้นนี้แคบมาก)
  • ความคิดที่จำกัด: “He has a narrow view of the world.” (เขามีมุมมองต่อโลกที่จำกัด)
  • ชัยชนะเฉียดฉิว: “It was a narrow victory.” (เป็นการชนะที่เฉียดฉิว)
  • จำกัดวง: “We need to narrow down the list of candidates.” (เราต้องจำกัดวงรายชื่อผู้สมัครให้แคบลง)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “narrow” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับการวัดขนาด (ความกว้าง), การจำกัดขอบเขต (ความคิด, โอกาส, การเลือก), หรือการอธิบายถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉิวเฉียด

“narrow” แปลว่าอะไร?

“narrow” แปลว่า แคบ หรือ จำกัด ในภาษาไทย ใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่มีขนาดไม่กว้างขวาง มีขอบเขตจำกัด หรือมีจำนวนน้อย

ใช้ “narrow” ในประโยคอย่างไร?

เราสามารถใช้ “narrow” ได้หลายแบบ เช่น บรรยายลักษณะ “a narrow street” (ถนนที่แคบ) หรือใช้เป็นกริยาเพื่อบอกว่าทำให้แคบลง “to narrow the gap” (ลดช่องว่างให้แคบลง)

“narrow” กับ “thin” ต่างกันอย่างไร?

“narrow” เน้นที่ความกว้างที่จำกัด ในขณะที่ “thin” เน้นที่ความหนาที่น้อย หรือความบาง

Similar Posts

  • "Fold” แปลว่า

    คำว่า “Fold” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “พับ” หรือ “การพับ” ค่ะ เป็นคำกริยาที่แสดงถึงการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งแบนลงโดยการพับครึ่ง หรือซ้อนทับส่วนหนึ่งของมันลงบนอีกส่วนหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Fold” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เวลาพับเสื้อผ้า พับกระดาษ หรือแม้แต่พับแขนเสื้อ เวลาพูดถึงการพับสิ่งของต่างๆ ภาษาไทยเรามักจะใช้คำว่า “พับ” ตรงๆ เลยค่ะ หรือบางทีก็ใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับการพับหน้าจอของโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต ที่มีดีไซน์พิเศษที่สามารถพับได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Fold” หมายถึง การทำให้แบนลงด้วยการพับ หรือการซ้อนทับส่วนหนึ่งลงบนอีกส่วนหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน การพับผ้า: “Please fold your clothes neatly.” (กรุณาพับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย) การพับกระดาษ: “He folded the letter and put it in an envelope.” (เขาพับจดหมายและใส่ซอง) การพับหน้าจออุปกรณ์: “This new…

  • "Me” แปลว่า

    “Me” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวว่า “ฉัน” หรือ “ดิฉัน” ซึ่งเป็นสรรพนามบุรุษที่ 1 ใช้เรียกแทนตัวเองเมื่อผู้พูดต้องการกล่าวถึงตนเองในฐานะกรรมของประโยค หรือเมื่อต้องการเน้นย้ำถึงตัวผู้พูดเอง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Me” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในบริบทของการสนทนาที่ไม่เป็นทางการ หรือเมื่อมีการใช้ภาษาอังกฤษปะปนอยู่ในการพูดคุย เช่น เมื่อเพื่อนชาวต่างชาติถามว่า “Who is this?” แล้วเราตอบว่า “It’s me!” หรือเมื่อเราต้องการบอกว่าของสิ่งนี้เป็นของเรา อาจจะพูดว่า “This is for me.” หรือ “Give it to me.” นอกจากนี้ ในโลกออนไลน์ สื่อสังคม หรือการสื่อสารผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ คำว่า “Me” ก็ถูกใช้เป็นประจำในการแสดงตัวตน หรือในการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวต่างๆ ความหมายและการใช้งาน “Me” เป็นสรรพนามบุรุษที่ 1 ในรูปกรรม (objective case) ใช้เมื่อต้องการกล่าวถึงตัวเองในฐานะผู้ถูกกระทำ หรือเป็นส่วนหนึ่งของประโยคที่ต้องการเน้นย้ำถึงตัวผู้พูดเอง ตัวอย่างการใช้งาน “She gave the…

  • "First Name” แปลว่า

    First Name” แปลว่า ชื่อต้น หรือชื่อจริง ซึ่งเป็นชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้เราตั้งแต่เกิด เพื่อใช้เรียกขานและบ่งบอกตัวตนของเรา โดยทั่วไป First Name จะเป็นชื่อแรกที่ปรากฏในชื่อเต็มของเรา และมักจะแตกต่างจากนามสกุล (Last Name) ซึ่งเป็นชื่อที่บ่งบอกถึงวงศ์ตระกูล ในชีวิตประจำวัน เราใช้ First Name ในการทักทาย แนะนำตัวเอง หรือเรียกชื่อบุคคลทั่วไป เช่น เมื่อเราพบเพื่อน เราอาจจะทักทายว่า “สวัสดี [First Name]!” หรือเมื่อคุณครูเรียกชื่อนักเรียนในชั้นเรียน ก็มักจะเรียก First Name ของนักเรียนคนนั้นๆ การใช้ First Name แสดงถึงความคุ้นเคยและความเป็นกันเองระหว่างบุคคล ความหมายและการใช้งาน First Name คือ ชื่อที่ใช้เรียกบุคคลโดยเฉพาะ เป็นชื่อที่ได้รับมาจากครอบครัว หรือตั้งให้เมื่อแรกเกิด เพื่อแยกแยะบุคคลออกจากผู้อื่น ในหลายวัฒนธรรม First Name มักจะมีความหมายที่ดี หรือมีความเชื่อมโยงกับความเชื่อทางศาสนา ประวัติศาสตร์ หรือบุคคลสำคัญ ตัวอย่างการใช้งาน สมมติว่าชื่อเต็มของคุณคือ “สมชาย…

  • "Agent” แปลว่า

    คำว่า “Agent” โดยทั่วไปแล้วหมายถึง “ตัวแทน” หรือ “ผู้แทน” ซึ่งเป็นบุคคลหรือองค์กรที่ได้รับมอบหมายให้กระทำการแทนผู้อื่น หรือทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการติดต่อหรือดำเนินการบางอย่างให้กับบุคคลหรือองค์กรอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นการใช้คำว่า “Agent” ในหลากหลายบริบท เช่น เอเจนต์ท่องเที่ยวที่ช่วยเราจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรม, เอเจนต์อสังหาริมทรัพย์ที่ช่วยเราหาซื้อหรือขายบ้าน, หรือแม้กระทั่งเอเจนต์สายลับที่คอยปฏิบัติภารกิจลับ ๆ คำว่า “Agent” จึงเป็นคำที่ครอบคลุมถึงผู้ที่มีบทบาทในการเป็นตัวกลาง หรือผู้ดำเนินการแทนในเรื่องต่าง ๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Agent” มีความหมายหลักคือ “ตัวแทน” หรือ “ผู้แทน” สามารถใช้ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น: ตัวแทนขาย/นายหน้า: บุคคลที่ทำหน้าที่ขายสินค้าหรือบริการแทนบริษัท หรือเป็นคนกลางในการซื้อขายทรัพย์สิน เช่น เอเจนต์ประกันชีวิต, เอเจนต์อสังหาริมทรัพย์ ตัวแทนดำเนินการ: บุคคลหรือองค์กรที่ได้รับมอบอำนาจให้จัดการเรื่องใดเรื่องหนึ่งแทน เช่น เอเจนต์ท่องเที่ยวที่จัดการการเดินทางให้เรา, เอเจนต์ของนักแสดงที่ดูแลเรื่องงานให้ สายลับ/เจ้าหน้าที่: ในบริบทของภาพยนตร์หรือนิยาย อาจหมายถึงสายลับหรือเจ้าหน้าที่พิเศษที่ปฏิบัติภารกิจ เช่น James Bond เป็นสายลับที่รู้จักกันดีในชื่อ “007 Agent” ตัวอย่างการใช้งาน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองดูตัวอย่างเหล่านี้:…

  • "Comeback” แปลว่า

    คำว่า “Comeback” (คัมแบ็ก) ในภาษาไทยมีความหมายตรงตัวว่า “การกลับมา” หรือ “การหวนคืน” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในบริบทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวงการบันเทิง กีฬา หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวัน เพื่อสื่อถึงการปรากฏตัวอีกครั้งหลังจากหายไปหรือหยุดพักไปช่วงหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Comeback” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงศิลปิน ดารา นักร้อง หรือนักกีฬาที่เคยมีชื่อเสียง แต่หายหน้าหายตาไปสักพัก แล้วกลับมามีผลงานหรือลงแข่งขันอีกครั้ง ผู้คนจะใช้คำว่า “Comeback” เพื่อแสดงความตื่นเต้น ดีใจ หรือรอคอยการกลับมาของบุคคลนั้นๆ นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในเชิงเปรียบเปรยถึงการกลับมาประสบความสำเร็จหลังจากเคยล้มเหลว หรือการกลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้งในสถานการณ์ต่างๆ ความหมายและการใช้งาน “Comeback” หมายถึง การกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง หรือการกลับมามีบทบาทหลังจากที่เคยหายไป หรือหยุดพักไป อาจเป็นการกลับมาของศิลปินหลังหมดสัญญากลับค่ายเดิม กลับมาออกอัลบั้มใหม่ หรือการกลับมาของนักกีฬาหลังบาดเจ็บและพักฟื้น หรือแม้แต่การกลับมาของแบรนด์สินค้าที่เคยได้รับความนิยม ตัวอย่างการใช้งาน “วงเกิร์ลกรุ๊ปวงโปรดของฉันกำลังจะ Comeback พร้อมเพลงใหม่แล้ว!” “นักเทนนิสขวัญใจฉันทำ Comeback ที่น่าทึ่งในรอบชิงชนะเลิศ” “หลังจากปิดตัวไปนาน ร้านอาหารเจ้าอร่อยก็ประกาศ Comeback อย่างเป็นทางการ” บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Comeback” มักถูกใช้ในบริบทของวงการบันเทิง…

  • "Seen” แปลว่า

    คำว่า “Seen” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “เห็น” หรือ “ดูแล้ว” ครับ เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลต่างๆ เช่น แอปพลิเคชันส่งข้อความ หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Seen” เมื่อเราส่งข้อความหาใครสักคน แล้วข้อความนั้นถูกอ่านแล้ว โดยปกติแล้วแอปพลิเคชันแชทจะแสดงสถานะ “Seen” ขึ้นมาเพื่อบอกให้เรารู้ว่าผู้รับได้เปิดอ่านข้อความของเราแล้ว หรือในบางกรณี อาจหมายถึงการที่เราได้เห็นบางสิ่งบางอย่าง เช่น “I’ve seen that movie” ก็แปลว่า “ฉันเคยดูหนังเรื่องนั้นแล้ว” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Seen” มาจากภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวว่า “เห็น” หรือ “ถูกเห็น” ในบริบทของการสื่อสารดิจิทัล มักใช้เพื่อบ่งบอกว่าข้อความหรือการแจ้งเตือนนั้นๆ ได้ถูกอ่านหรือเปิดดูแล้ว เป็นการยืนยันว่าผู้รับได้รับทราบข้อมูลแล้ว ตัวอย่าง เมื่อเราส่งข้อความใน LINE หรือ Facebook Messenger แล้วขึ้นว่า “Seen” แสดงว่าเพื่อนของเราเปิดอ่านข้อความแล้ว ถ้าโพสต์ในโซเชียลมีเดียมีคนกด “Like” หรือ “React”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *