"Multiple” แปลว่า

คำว่า “Multiple” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การมีหลายสิ่งหลายอย่าง หรือการเป็นทวีคูณของจำนวนใดจำนวนหนึ่ง เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย เรามักจะใช้คำว่า “หลาย” หรือ “จำนวนมาก” เพื่อสื่อความหมายเดียวกัน

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Multiple” ในบริบทที่แตกต่างกันไป เช่น เมื่อพูดถึงการคูณ เราอาจจะพูดว่า “2 เป็น Multiple ของ 1” ซึ่งหมายความว่า 1 คูณกับ 2 แล้วได้ 2 หรือในแง่ของจำนวน เราอาจจะบอกว่า “มีผู้เข้าร่วมงาน Multiple คน” หมายถึง มีผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก หรือหลายคนนั่นเอง

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Multiple” หมายถึง สิ่งที่มีจำนวนมาก มากกว่าหนึ่ง หรือเป็นผลคูณของจำนวนใดจำนวนหนึ่ง การใช้งานในภาษาไทยจะขึ้นอยู่กับบริบท โดยทั่วไปจะแปลว่า “หลาย” “จำนวนมาก” หรือ “หลายเท่า”

ตัวอย่าง

  • Multiple Choice: ข้อสอบแบบเลือกตอบหลายข้อ
  • Multiple Sclerosis (MS): โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่ส่งผลต่อสมองและไขสันหลัง
  • Multiple Languages: การรองรับหลายภาษา
  • Multiple Issues: ปัญหาหลายประการ

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Multiple” มักถูกใช้ในบริบททางวิชาการ การแพทย์ เทคโนโลยี หรือเมื่อต้องการสื่อถึงจำนวนที่มากกว่าหนึ่งอย่างชัดเจน เช่น ในข้อสอบแบบ Multiple Choice เราต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องจากตัวเลือกหลายๆ ข้อ

Multiple หมายถึงอะไร?

Multiple หมายถึง การมีหลายสิ่งหลายอย่าง หรือการเป็นทวีคูณของจำนวนใดจำนวนหนึ่ง

คำว่า Multiple ใช้ในภาษาไทยอย่างไร?

ในภาษาไทย เรามักใช้คำว่า “หลาย” “จำนวนมาก” หรือ “หลายเท่า” เพื่อสื่อความหมายของ Multiple ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้

Similar Posts

  • "Bake” แปลว่า

    คำว่า “Bake” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การอบอาหารด้วยความร้อนแห้ง มักจะใช้กับการทำขนมอบต่างๆ เช่น เค้ก คุกกี้ ขนมปัง หรือแม้แต่อาหารคาวบางชนิดที่ต้องการการอบ เช่น ไก่ย่าง หรือมันฝรั่งอบ โดยใช้เตาอบเป็นอุปกรณ์หลักในการให้ความร้อน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Bake” บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงการทำขนมที่บ้าน หรือเมื่อไปร้านเบเกอรี่ การ “Bake” คือกระบวนการสำคัญที่ทำให้ส่วนผสมต่างๆ กลายเป็นขนมอร่อยๆ ที่เราคุ้นเคย เช่น เวลาเห็นเพื่อนโพสต์รูปเค้กสวยๆ อาจจะมีแคปชั่นว่า “เพิ่ง Bake เค้กเสร็จใหม่ๆ เลย” หรือเวลาไปร้านกาแฟแล้วเจอขนมอบหอมๆ ก็มักจะมีป้ายบอกว่า “Freshly Baked” ซึ่งหมายถึงอบสดใหม่นั่นเอง นอกจากนี้ การ “Bake” ยังอาจหมายถึงการอบส่วนผสมบางอย่างเพื่อให้มีกลิ่นหอมหรือสีสันที่น่ารับประทานยิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Bake” มีความหมายหลักคือ การทำให้สุกด้วยความร้อนในเตาอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแป้งที่ผสมกับส่วนผสมอื่นๆ แล้วนำไปอบจนสุกและมีสีเหลืองทอง การใช้งานจะครอบคลุมถึงการทำขนมหวานเป็นหลัก แต่ก็สามารถใช้กับการอบอาหารคาวได้เช่นกัน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “I want to…

  • "Snapped” แปลว่า

    คำว่า “Snapped” ในภาษาอังกฤษ เมื่อแปลเป็นภาษาไทยมีความหมายหลักๆ ได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ แต่โดยทั่วไปแล้ว หมายถึง การขาดออกจากกันอย่างกะทันหัน การหัก หรือการแตกออก มักใช้กับวัตถุที่ยืดหยุ่นหรือเปราะบาง หรือในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง การที่อารมณ์หรือสติของคนเราขาดสะบั้นลงอย่างรวดเร็ว ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “snapped” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เวลาที่เราเห็นยางรัดของขาด หรือเชือกเส้นเล็กๆ หักกลางอากาศ หรืออาจใช้เมื่อมีคนพูดจาเสียงดังและหงุดหงิดใส่เราอย่างไม่ทันตั้งตัว ซึ่งแสดงว่าเขาอาจจะ “ขาดสติ” หรือ “อารมณ์เสียอย่างรุนแรง” ไปชั่วขณะ ความหมายและการใช้งาน “Snapped” มาจากกริยาช่อง 2 หรือ 3 ของคำว่า “snap” ซึ่งมีความหมายว่า หัก, ขาด, งับ, หรือพูดอย่างฉุนเฉียว ดังนั้น เมื่อใช้ในบริบทต่างๆ จะมีความหมายดังนี้: การหัก/ขาด: ใช้กับสิ่งของที่หักหรือขาดออกจากกัน เช่น “The rubber band snapped.” (ยางรัดของขาด) การพูดอย่างฉุนเฉียว: ใช้เมื่อมีคนพูดจาเสียงดังหรือหงุดหงิดใส่ผู้อื่นอย่างกะทันหัน…

  • "Depending” แปลว่า

    คำว่า “Depending” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อแสดงว่าบางสิ่งบางอย่างขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น หรือผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน เพราะต้องรอการตัดสินใจหรือเหตุการณ์อื่นก่อน โดยทั่วไปแล้วจะใช้ในความหมายว่า “ขึ้นอยู่กับ” หรือ “แล้วแต่” ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Depending” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราวางแผนกิจกรรมกับเพื่อน แล้วมีคนถามว่า “ไปกันได้ไหม?” เราอาจจะตอบว่า “Depending on the weather” ซึ่งหมายความว่า “ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศนะ ถ้าอากาศดีก็ไป ถ้าฝนตกก็อาจจะไม่ได้ไป” หรือในที่ทำงาน เมื่อมีคนถามว่า “โปรเจกต์นี้จะเสร็จเมื่อไหร่?” เราอาจจะตอบว่า “Depending on the approval from the manager” แปลว่า “ก็ขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากผู้จัดการนะ ถ้าท่านอนุมัติเร็ว งานก็เสร็จเร็ว” Meaning & Usage “Depending” มาจากกริยา “depend” ซึ่งมีความหมายว่า “ขึ้นอยู่กับ” เมื่อเติม “-ing” เข้าไป จะใช้เป็นส่วนหนึ่งของวลีเพื่ออธิบายว่าสิ่งหนึ่งเป็นผลมาจากอีกสิ่งหนึ่ง หรือยังไม่สามารถสรุปได้จนกว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องจะชัดเจนขึ้น Examples…

  • "These” แปลว่า

    คำว่า “These” เป็นคำสรรพนามชี้เฉพาะ (Demonstrative Pronoun) ในภาษาอังกฤษ ใช้เพื่อกล่าวถึงสิ่งของหรือบุคคลหลายสิ่งหลายอย่างที่อยู่ใกล้ตัวผู้พูด หรือเพิ่งถูกกล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ โดยมีความหมายตรงกับคำว่า “เหล่านี้” ในภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นการใช้ “These” บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย การเขียน หรือสื่อต่างๆ เช่น เมื่อเราเห็นหนังสือหลายเล่มวางอยู่บนโต๊ะ เราอาจจะพูดว่า “These books are mine” (หนังสือเหล่านี้เป็นของฉัน) หรือเมื่อเรากำลังพูดถึงเพื่อนหลายคนที่เราสนิทด้วย เราอาจจะกล่าวว่า “These are my best friends” (เหล่านี้คือเพื่อนสนิทของฉัน) เป็นต้น การใช้ “These” ช่วยให้เราสามารถระบุเจาะจงถึงกลุ่มสิ่งของหรือบุคคลที่เรากำลังพูดถึงได้อย่างชัดเจน ความหมายและการใช้งาน “These” ใช้เพื่ออ้างถึงสิ่งของ คน หรือแนวคิดหลายอย่างที่อยู่ใกล้ผู้พูด หรือเพิ่งถูกกล่าวถึงไปแล้ว มีความหมายเหมือนกับ “เหล่านี้” ตัวอย่างการใช้งาน These apples are very sweet. (แอปเปิ้ลเหล่านี้หวานมาก) Can you…

  • "Costs” แปลว่า

    “Costs” เป็นคำภาษาอังกฤษที่หมายถึง “ค่าใช้จ่าย” หรือ “ต้นทุน” เป็นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายออกไปเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือเพื่อดำเนินกิจกรรมบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Costs” เพื่อพูดถึงเงินที่เราต้องเสียไปกับสิ่งต่างๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ การเข้าใจเรื่อง “Costs” ช่วยให้เราวางแผนการเงินและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความหมายและการใช้งาน “Costs” หมายถึง เงินที่ต้องจ่ายออกไปเพื่อให้ได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมา อาจเป็นค่าสินค้า บริการ หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่างๆ เช่น ต้นทุนการผลิตสินค้า (production costs) ค่าใช้จ่ายในการทำการตลาด (marketing costs) หรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวในแต่ละวัน (daily living costs) ตัวอย่างการใช้งาน “The costs of living in this city are very high.” (ค่าครองชีพในเมืองนี้สูงมาก) “We need to reduce our…

  • "Portal” แปลว่า

    คำว่า “Portal” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “ประตู” หรือ “ช่องทาง” ที่นำไปสู่สิ่งอื่น ซึ่งมักจะใช้ในบริบทของโลกดิจิทัล หรือโลกออนไลน์เป็นหลัก เปรียบเสมือนประตูบานใหญ่ที่เชื่อมต่อเราเข้ากับข้อมูล ข่าวสาร หรือบริการต่างๆ ที่หลากหลาย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Portal” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเวลาที่เราเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมข้อมูล เช่น เว็บไซต์ข่าว เว็บไซต์การศึกษา หรือเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาล เราจะใช้คำว่า “Portal” เพื่ออ้างถึงเว็บไซต์เหล่านั้นว่าเป็นเหมือน “ประตู” ที่ให้เราเข้าไปค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังอาจหมายถึงช่องทางในการเข้าถึงระบบหรือบริการบางอย่าง เช่น “Employee Portal” ซึ่งเป็นช่องทางสำหรับพนักงานเข้าไปดูข้อมูล สวัสดิการ หรือแจ้งเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการทำงาน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Portal” หมายถึง จุดเชื่อมต่อหรือทางเข้าสู่ระบบ โลก หรือข้อมูลที่กว้างขวางกว่า โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ มักใช้กับเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและบริการต่างๆ ไว้ในที่เดียว เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงได้ง่าย ตัวอย่างการใช้งาน 1. เว็บไซต์ข่าว: เว็บไซต์ข่าวใหญ่ๆ ที่มีข่าวสารหลากหลายประเภท ทั้งการเมือง…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *