"mold” แปลว่า

คำว่า “mold” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เชื้อรา หรือ รา ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เจริญเติบโตได้ดีในที่อับชื้นและมีอาหาร โดยทั่วไปแล้วเราจะพบเห็นราได้ตามผนังบ้านที่เปียกน้ำ, อาหารที่เริ่มเสีย, หรือแม้กระทั่งในดิน

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “mold” อยู่บ่อยๆ เช่น เวลาที่เห็นคราบสีเขียวๆ หรือดำๆ ขึ้นตามผนังห้องน้ำ ก็จะบอกว่า “ผนังห้องน้ำมี mold ขึ้น” หรือถ้าทานขนมปังแล้วเจอรา ก็จะพูดว่า “ขนมปังนี้มี mold แล้ว กินไม่ได้แล้ว” บางครั้งอาจจะใช้ในบริบทของอุตสาหกรรม เช่น การทำแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก ก็จะเรียกว่า “plastic mold” ซึ่งมีความหมายแตกต่างออกไป แต่รากศัพท์มาจากคำว่า mold ที่แปลว่ารูปร่างหรือแบบพิมพ์

ความหมายและการใช้งาน

“Mold” แปลว่า เชื้อรา หรือ รา เป็นสิ่งมีชีวิตในกลุ่มของฟังไจ (fungi) ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเมื่อเจริญเติบโตเป็นกลุ่ม มีหลากหลายสี เช่น สีเขียว สีดำ สีขาว หรือสีฟ้า มักพบในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น ชื้น และมีสารอินทรีย์เป็นอาหาร นอกจากนี้ “mold” ยังสามารถหมายถึง แม่พิมพ์ หรือแบบพิมพ์ที่ใช้ในการขึ้นรูปสิ่งต่างๆ ได้ด้วย

ตัวอย่างการใช้งาน

ในความหมายของเชื้อรา:

  • “ในห้องน้ำมี mold ขึ้นเยอะเลย ต้องทำความสะอาดด่วน”
  • “อย่ากินผลไม้ที่มี mold ขึ้นแล้วนะ มันไม่ดีต่อสุขภาพ”
  • “กลิ่นอับในห้องเกิดจาก mold ที่ผนัง”

ในความหมายของแม่พิมพ์:

  • “โรงงานกำลังผลิตชิ้นส่วนรถยนต์โดยใช้ mold ฉีดพลาสติก”
  • “ช่างศิลปะกำลังปั้นโมเดลโดยใช้ mold ซิลิโคน”

บริบทและการใช้งานทั่วไป

โดยทั่วไปแล้ว คำว่า “mold” จะถูกใช้ในสองบริบทหลักๆ คือ การกล่าวถึงเชื้อราที่เป็นปัญหาต่อสุขภาพและสิ่งปลูกสร้าง และการกล่าวถึงแม่พิมพ์ในกระบวนการผลิตต่างๆ การทำความเข้าใจบริบทจะช่วยให้ตีความความหมายของคำได้ถูกต้อง


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ mold

Mold คืออะไร?

Mold คือ เชื้อราประเภทหนึ่งที่เจริญเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่ชื้นและมีอาหาร โดยอาจพบได้ตามผนังบ้าน อาหาร หรือสิ่งของต่างๆ

Mold ที่ขึ้นตามผนังอันตรายไหม?

Mold บางชนิดอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้ หากสูดดมเข้าไปในปริมาณมาก หรือสัมผัสเป็นเวลานาน ควรทำความสะอาดและระบายอากาศให้ดี

Similar Posts

  • "Chills” แปลว่า

    คำว่า “Chills” ในภาษาอังกฤษ เมื่อแปลเป็นภาษาไทยมีความหมายหลักๆ สองแบบ คือ ความรู้สึกหนาวสั่น หรือ ขนลุก และอีกความหมายหนึ่งที่ใช้กันบ่อยในบริบทที่ไม่เป็นทางการ คือ ความรู้สึกตื่นเต้น ดีใจ หรือประทับใจอย่างมาก จนทำให้รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างแล่นผ่านตัวไป ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Chills” โดยตรงบ่อยนัก แต่จะเข้าใจความหมายเมื่อเห็นหรือได้ยินในบริบทที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ เพลง เหตุการณ์ที่น่าประทับใจ หรือแม้แต่เรื่องราวที่ทำให้รู้สึกขนลุกจริงๆ เช่น เมื่อดูหนังผี หรือเมื่อได้ยินเพลงโปรดที่ชอบมากๆ ก็อาจจะรู้สึก “Chills” ได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Chills” สามารถสื่อถึงความรู้สึกทางกายภาพได้ เช่น เมื่ออากาศหนาวเย็นจนร่างกายสั่น หรือรู้สึกหนาวสะท้าน หรืออาจสื่อถึงความรู้สึกทางอารมณ์ที่รุนแรง เช่น ความตื่นเต้น ความสุข ความกลัว หรือความประทับใจอย่างสุดซึ้ง จนทำให้เกิดอาการขนลุก ตัวอย่างการใช้งาน ในบริบทที่เกี่ยวกับความรู้สึกตื่นเต้นหรือประทับใจ คนมักจะพูดว่า “That song gives me chills!” ซึ่งหมายถึง “เพลงนั้นทำให้ฉันรู้สึกขนลุก/ประทับใจมาก!” หรือ “The…

  • "Chain” แปลว่า

    คำว่า “Chain” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “โซ่” หรือ “สิ่งที่เชื่อมต่อกันเป็นทอดๆ” ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโซ่ที่ใช้คล้องกุญแจ โซ่ที่ใช้ในเครื่องจักร หรือแม้แต่ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เช่น โซ่แห่งมิตรภาพ ก็ล้วนแต่สื่อถึงการเชื่อมโยงกันเป็นเส้นยาวๆ หรือเป็นลำดับต่อเนื่องค่ะ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า “Chain” ในบริบทต่างๆ เช่น เวลาพูดถึงร้านค้าแฟรนไชส์ เรามักจะเรียกว่า “Chain Store” ซึ่งหมายถึงร้านค้าที่มีแบรนด์เดียวกันและมีสาขาหลายแห่งกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ หรือเวลาพูดถึงเทคโนโลยี เราอาจเคยได้ยินคำว่า “Blockchain” ที่เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin ซึ่งคำว่า “Chain” ในที่นี้ก็หมายถึงการเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกันเป็นบล็อกๆ อย่างต่อเนื่องและปลอดภัยค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Chain” หมายถึงวัตถุที่เป็นข้อๆ ต่อกันเป็นเส้นยาวๆ หรือชุดของสิ่งที่เชื่อมโยงกันตามลำดับ ในภาษาไทยเราใช้คำว่า “โซ่” หรือ “สายโซ่” เป็นคำแปลหลักๆ ค่ะ แต่ก็สามารถใช้ในความหมายเชิงนามธรรมได้ด้วย เช่น การเชื่อมโยงเหตุการณ์ หรือการต่อเนื่องของสิ่งต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน Chain Store: ร้านค้าที่มีแบรนด์เดียวกันและมีหลายสาขา เช่น…

  • "Space” แปลว่า

    คำว่า “Space” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ ที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันคือ “พื้นที่” หรือ “ช่องว่าง” ค่ะ เป็นคำที่ใช้กล่าวถึงบริเวณที่ไม่มีสิ่งใดอยู่ หรือบริเวณที่สามารถจัดวางสิ่งของได้ เรามักจะใช้คำว่า “Space” ในการพูดถึงพื้นที่ว่างในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเรากำลังจัดห้อง แล้วต้องการหา “space” เพิ่มสำหรับวางของ หรือเวลาพูดถึงพื้นที่ในรถยนต์ว่ามี “space” พอหรือไม่ นอกจากนี้ยังใช้ในการอธิบายถึงการเว้นระยะห่างระหว่างสิ่งของ หรือแม้กระทั่งในความหมายเชิงนามธรรม เช่น การให้ “space” ส่วนตัวกับใครบางคนค่ะ ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Space” หมายถึง พื้นที่ว่างเปล่า หรือบริเวณที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ในบางบริบทอาจหมายถึงระยะห่าง หรือการเว้นวรรค เช่น การเว้น “space” ระหว่างตัวอักษรในงานพิมพ์ หรือการเว้น “space” ในตารางเวลา ตัวอย่างการใช้งาน ในการตกแต่งบ้าน เราอาจพูดว่า “อยากหาเฟอร์นิเจอร์ที่กินพื้นที่น้อย จะได้มี space เหลือเยอะๆ” หรือเมื่อพูดถึงการเดินทาง อาจมีคนถามว่า “กระเป๋าเดินทางใบนี้มี space พอสำหรับเสื้อผ้าทั้งหมดไหม”…

  • "Beats” แปลว่า

    คำว่า “Beats” ในภาษาไทยสามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ โดยทั่วไปแล้ว “Beats” มาจากคำกริยา “beat” ที่แปลว่า การตี การเต้น หรือ การเอาชนะ แต่ในบริบทของดนตรีและวัฒนธรรมสมัยนิยม “Beats” มักจะหมายถึง จังหวะ หรือ ทำนองเพลง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Beats” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เวลาพูดถึงเพลงที่กำลังฮิต ก็อาจจะบอกว่า “เพลงนี้มี Beats ดีนะ” หรือเวลาพูดถึงดีเจ ก็อาจจะบอกว่า “ดีเจกำลังเปิด Beats มันส์ๆ” นอกจากนี้ “Beats” ยังถูกใช้ในความหมายของจังหวะการเต้นของหัวใจ หรือจังหวะชีวิตก็ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Beats” สามารถหมายถึง: จังหวะดนตรี: เป็นความหมายที่ใช้บ่อยที่สุด หมายถึงโครงสร้างทางจังหวะของเพลง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เพลงน่าฟังและชวนขยับตาม การเต้น (หัวใจ): ในบางครั้งอาจหมายถึงการเต้นของหัวใจ หรือจังหวะการเต้น การเอาชนะ: ในบางบริบทที่มาจากคำกริยา “beat” อาจหมายถึงการเอาชนะคู่ต่อสู้ ตัวอย่างการใช้งาน “เพลงนี้มี…

  • "Priority” แปลว่า

    “Priority” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เรียก ลำดับความสำคัญ หรือสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอันดับแรก ซึ่งหมายถึงการจัดลำดับว่าสิ่งไหนควรทำก่อน สิ่งไหนควรทำหลัง โดยพิจารณาจากความเร่งด่วน ความสำคัญ หรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “priority” เพื่อบอกว่าอะไรคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุดในขณะนั้น เช่น เมื่อมีงานหลายอย่างที่ต้องทำ เราจะเลือกทำสิ่งที่สำคัญและเร่งด่วนที่สุดก่อน หรือเมื่อต้องตัดสินใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราก็จะพิจารณาจากว่าสิ่งไหนมีผลกระทบต่อเรามากที่สุด ความหมายและการใช้งาน “Priority” หมายถึง ลำดับความสำคัญ หรือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องจัดการก่อน ในบริบทของการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน การจัดลำดับความสำคัญช่วยให้เราบริหารจัดการเวลาและทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ตัวอย่างการใช้งาน “การดูแลสุขภาพเป็น priority ของฉันในปีนี้” หมายถึง การให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเป็นอันดับแรก “โปรเจกต์นี้คือ priority สูงสุดของทีม” หมายถึง โปรเจกต์นี้มีความสำคัญมากที่สุดและต้องทำให้เสร็จก่อนโปรเจกต์อื่น บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “priority” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องมีการตัดสินใจ การวางแผน หรือการจัดการกับหลายๆ สิ่งพร้อมกัน เช่น ในการทำงาน การเรียน หรือแม้แต่การจัดการเรื่องส่วนตัว เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม “Priority” แปลว่าอะไร? “Priority” แปลว่า ลำดับความสำคัญ หรือสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอันดับแรก…

  • "songs” แปลว่า

    คำว่า “songs” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษ หมายถึง บทเพลง หรือ เพลงต่างๆ ที่เราใช้ฟังเพื่อความบันเทิง ผ่อนคลาย หรือเพื่อสื่ออารมณ์ เป็นคำที่ใช้เรียกผลงานทางดนตรีที่มีเนื้อร้องและทำนองรวมกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “songs” หรือ “เพลง” ในบริบทต่างๆ มากมาย เช่น เวลาที่เพื่อนชวนไปฟังเพลง เราก็อาจจะบอกว่า “ไปฟัง songs กันไหม” หรือเวลาที่เราอยากจะเปิดเพลงฟังระหว่างเดินทาง ก็จะพูดว่า “เปิด songs ฟังเพลินๆ ดีกว่า” หรือเวลาที่นึกถึงเพลงโปรด ก็จะบอกว่า “ชอบ songs เพลงนี้มากเลย” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและเข้าใจได้ง่ายในวงสนทนาทั่วไป ความหมายและการใช้งาน คำว่า “songs” หมายถึง บทเพลง หรือ เพลง ที่ประกอบด้วยเนื้อร้องและทำนอง ใช้เรียกผลงานทางดนตรีที่หลากหลาย ตั้งแต่เพลงป๊อป ร็อก ไปจนถึงเพลงพื้นบ้าน หรือเพลงที่แต่งขึ้นมาเฉพาะโอกาสต่างๆ สามารถใช้ได้ทั้งในรูปเอกพจน์ (song) และพหูพจน์ (songs) ขึ้นอยู่กับจำนวนเพลงที่กล่าวถึง ตัวอย่างการใช้งาน…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *