"Missed” แปลว่า

คำว่า “Missed” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษที่แปลว่า “พลาด” หรือ “ไม่ทัน” ในบริบททั่วไป หมายถึง การไม่สามารถไปถึงบางสิ่งบางอย่าง ไม่สามารถจับบางสิ่งบางอย่างได้ หรือไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมบางอย่างได้

ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Missed” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น การพลาดรถประจำทาง การพลาดโอกาส การพลาดการนัดหมาย หรือแม้แต่การคิดถึงใครบางคน (ในความหมายว่ารู้สึกว่าขาดหายไป) เป็นคำที่ใช้กันบ่อยและเข้าใจง่ายในภาษาอังกฤษ

ความหมายและการใช้งาน

“Missed” มาจากกริยาช่องที่ 2 และ 3 ของคำว่า “Miss” ซึ่งมีความหมายหลักๆ ดังนี้:

  • พลาด (สิ่งของ, โอกาส, เหตุการณ์): ใช้เมื่อไม่สามารถคว้า, จับ, หรือเข้าร่วมบางสิ่งบางอย่างได้ เช่น “I missed the bus” (ฉันพลาดรถเมล์) หรือ “She missed the chance to study abroad” (เธอพลาดโอกาสที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ)
  • คิดถึง (บุคคล, สถานที่): ใช้เมื่อรู้สึกว่าขาดหายไปหรือไม่พบเจอใครหรือสถานที่ที่คุ้นเคย เช่น “I miss my family” (ฉันคิดถึงครอบครัวของฉัน)
  • ไม่เข้าใจ, ไม่ได้รับสาร: ใช้ในกรณีที่ไม่ได้รับข้อความหรือไม่ได้ยินสิ่งที่คนอื่นพูด เช่น “Did I miss anything important?” (ฉันพลาดอะไรสำคัญไปหรือเปล่า?)

ตัวอย่าง

  • “He missed the train by five minutes.” (เขาพลาดรถไฟไปห้านาที)
  • “We missed you at the party last night.” (เราคิดถึงคุณที่งานปาร์ตี้เมื่อคืนนี้)
  • “I’m sorry, I missed what you said.” (ขอโทษค่ะ/ครับ ฉันไม่ได้รับสารที่คุณพูด)

บริบทที่ใช้บ่อย

“Missed” มักถูกใช้ในประโยคที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง การนัดหมาย กิจกรรมทางสังคม หรือความรู้สึกส่วนตัว เป็นคำที่สื่อถึงการไม่บรรลุเป้าหมาย หรือการขาดหายไปในสถานการณ์ต่างๆ

คำถามที่พบบ่อย

“Missed” กับ “Lost” ต่างกันอย่างไร?

“Missed” มักหมายถึงการพลาดโอกาส การไม่ทัน หรือการพลาดการเข้าร่วม ในขณะที่ “Lost” หมายถึงการไม่สามารถหาสิ่งของหรือเส้นทางเจอ หรือการสูญเสียบางสิ่งไป

ถ้าใช้ “Missed” กับเวลา หมายความว่าอย่างไร?

เมื่อใช้ “Missed” กับเวลา มักหมายถึงการพลาดบางสิ่งไปเพราะเวลาไม่พอ หรือเลยเวลาไปแล้ว เช่น “I missed the deadline” (ฉันพลาดกำหนดส่งงาน)

Similar Posts

  • "Updates” แปลว่า

    คำว่า “Updates” เป็นคำภาษาอังกฤษที่คนไทยนิยมใช้กันทั่วไป หมายถึง การปรับปรุงให้ทันสมัย หรือการแจ้งข้อมูลข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นเรื่องของซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน ข่าวสาร กิจกรรม หรือสถานการณ์ต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอคำว่า “Updates” อยู่บ่อยครั้ง เช่น เมื่อเราใช้แอปพลิเคชันบนมือถือ ระบบก็จะแจ้งเตือนให้ทำการ “อัปเดต” เพื่อให้แอปทำงานได้ดีขึ้น มีฟีเจอร์ใหม่ๆ หรือแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ หรือในกรณีของข่าวสาร ผู้ประกาศข่าวอาจจะพูดว่า “ขอแจ้งอัปเดตสถานการณ์ล่าสุด” เพื่อบอกข้อมูลที่เพิ่งได้รับมาให้ผู้ชมทราบ หรือเพื่อนร่วมงานอาจจะถามกันว่า “มีอัปเดตงานอะไรบ้างไหม” เพื่อสอบถามความคืบหน้าของโปรเจกต์ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Updates” มาจากคำกริยา “update” ที่แปลว่า ปรับปรุงให้ทันสมัย หรือทำให้เป็นปัจจุบัน การใช้งานในภาษาไทยมักจะทับศัพท์ว่า “อัปเดต” หรือ “อัพเดท” ซึ่งมีความหมายเดียวกัน คือการทำให้สิ่งที่มีอยู่แล้วมีความใหม่ สด หรือมีข้อมูลที่ถูกต้อง ณ เวลานั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างการใช้ในประโยค: “อย่าลืมอัปเดตแอปพลิเคชัน LINE ของคุณให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดนะ” “ทีมงานกำลังรออัปเดตผลการประชุมจากหัวหน้าอยู่” “เว็บไซต์นี้มีการอัปเดตข้อมูลสินค้าใหม่ทุกสัปดาห์”…

  • "Pray” แปลว่า

    คำว่า “Pray” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “สวดมนต์” หรือ “อธิษฐาน” เป็นการกระทำที่แสดงออกถึงการสื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพเจ้า หรือพลังที่สูงกว่า เพื่อขอพร ขอความช่วยเหลือ หรือแสดงความเคารพ ในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่มักจะใช้คำว่า “Pray” ในสถานการณ์ที่ต้องการกำลังใจ หรือเมื่อเผชิญกับเรื่องที่ยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นการขอให้สิ่งต่างๆ ผ่านพ้นไปด้วยดี การขอให้คนที่รักปลอดภัย หรือแม้กระทั่งการขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ ที่ได้รับ เป็นการแสดงออกถึงความหวังและความศรัทธาในสิ่งมองไม่เห็น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Pray” หมายถึงการพูดหรือคิดกับพระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยทั่วไปแล้ว มักจะทำด้วยการพนมมือ หลับตา หรือกล่าวคำพูดบางอย่างออกมา ซึ่งอาจเป็นการขอพร การขอบคุณ หรือการระลึกถึง ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อมีคนถามว่า “Did you pray this morning?” (คุณสวดมนต์เมื่อเช้านี้ไหม?) เขาหมายถึงว่าคุณได้ทำการสวดมนต์หรืออธิษฐานในช่วงเช้าหรือไม่ ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เช่น มีคนป่วยหนัก เราอาจจะบอกว่า “Let’s pray for her recovery.” (มาสวดมนต์/อธิษฐานให้เธอหายป่วยกันเถอะ) เพื่อแสดงความหวังดีและส่งกำลังใจ…

  • "Void” แปลว่า

    คำว่า “Void” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความว่างเปล่า ความไม่มีอะไร หรือช่องว่างที่ไม่มีสิ่งใดอยู่ข้างใน โดยทั่วไปแล้วเรามักจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายถึงพื้นที่ที่ว่างเปล่า หรือสถานะที่ไม่มีอยู่จริง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Void” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงสัญญาที่ไม่มีผลทางกฎหมาย เราอาจเรียกว่า “Void contract” หรือเมื่อพูดถึงพื้นที่ว่างในอาคารที่ยังไม่ได้ก่อสร้าง ก็อาจเรียกว่า “Void space” ได้เช่นกัน บางครั้งก็ใช้ในเชิงนามธรรม หมายถึง สภาวะที่รู้สึกว่างเปล่าภายในจิตใจ ความหมายและการใช้งาน “Void” หมายถึง ความว่างเปล่า ไม่มีสาระ หรือไม่มีผลบังคับใช้ สามารถใช้ได้ทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรม ในทางกฎหมาย หมายถึง สิ่งที่ไม่มีผลทางกฎหมายตั้งแต่ต้น ในทางวิทยาศาสตร์ อาจหมายถึง อวกาศที่ไม่มีสสาร ในชีวิตประจำวัน อาจหมายถึง ความรู้สึกว่างเปล่า หรือช่องว่างที่ไม่มีอะไรเติมเต็ม ตัวอย่างการใช้งาน 1. “The contract was declared void.” (สัญญาถูกประกาศให้เป็นโมฆะ) – ในที่นี้ Void หมายถึง…

  • "Posted” แปลว่า

    คำว่า “Posted” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษที่เมื่อแปลเป็นภาษาไทยแล้วมีความหมายว่า “โพสต์” หรือ “ลงประกาศ” โดยทั่วไปมักใช้กับการนำข้อมูล รูปภาพ วิดีโอ หรือข้อความต่างๆ ไปเผยแพร่บนช่องทางออนไลน์ต่างๆ เช่น โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ หรือฟอรั่ม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Posted” อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเพื่อนของเราแชร์รูปภาพหรืออัปเดตสถานะบน Facebook, Instagram หรือ Twitter เราก็จะพูดว่า “เขาโพสต์รูปไปแล้วนะ” หรือเมื่อเห็นประกาศรับสมัครงานบนเว็บไซต์ ก็จะบอกว่า “ประกาศนี้ถูกโพสต์เมื่อวานนี้” เป็นต้น แสดงให้เห็นว่า “Posted” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการสื่อสารเกี่ยวกับการเผยแพร่เนื้อหาออนไลน์ ความหมายและการใช้งาน “Posted” หมายถึง การนำข้อมูลไปเผยแพร่หรือแสดงต่อสาธารณะ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ เช่น การโพสต์ข้อความบน Facebook, การอัปโหลดรูปภาพบน Instagram, การแชร์วิดีโอลง YouTube หรือการลงประกาศบนเว็บไซต์ เป็นต้น ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “รูปภาพงานแต่งงานของฉันถูกpostedบน Facebook แล้ว” (My wedding photos…

  • "Dirtiness” แปลว่า

    คำว่า “Dirtiness” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง สภาพหรือลักษณะของการสกปรก ความสกปรก หรือความโสโครก เป็นคำนามที่ใช้บรรยายถึงการมีสิ่งสกปรก เชื้อโรค หรือสิ่งที่ไม่สะอาดติดอยู่ หรือสภาพที่ไม่สะอาดโดยทั่วไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Dirtiness” หรือนึกถึงความหมายของมันเมื่อพูดถึงสิ่งของ เสื้อผ้า หรือสถานที่ที่ไม่ได้รับการทำความสะอาด หรือมีร่องรอยของฝุ่นละออง คราบสกปรก หรือแม้กระทั่งกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ เช่น เมื่อเห็นพื้นบ้านที่เต็มไปด้วยฝุ่น หรือมือที่เปื้อนโคลน เราอาจจะพูดถึง “Dirtiness” ของสิ่งเหล่านั้นได้ ความหมายและการใช้งาน “Dirtiness” แปลตรงตัวว่า “ความสกปรก” สามารถใช้ได้กับทั้งสิ่งของที่จับต้องได้และนามธรรมที่บ่งบอกถึงความไม่สะอาด ไม่เป็นระเบียบ หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมที่ไม่ดี ตัวอย่างการใช้งาน The Dirtiness of the kitchen made me want to clean it immediately. (ความสกปรกของห้องครัวทำให้ฉันอยากทำความสะอาดทันที) We need to address the Dirtiness of the…

  • "ท็อกซิก” แปลว่า

    คำว่า “ท็อกซิก” (Toxic) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่คนไทยนิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมีความหมายถึง สารพิษ หรือ สิ่งที่เป็นอันตราย แต่ในบริบทของการใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในการสื่อสาร หรือการอธิบายความสัมพันธ์ มักจะหมายถึง บุคคลที่มีพฤติกรรมหรือความคิดที่ส่งผลเสีย ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ ทำร้ายจิตใจ หรือสร้างบรรยากาศที่ไม่ดีให้กับคนรอบข้าง เรามักจะได้ยินคำว่า “ท็อกซิก” ถูกนำไปใช้เพื่ออธิบายถึงคนที่มีนิสัยชอบวิจารณ์ ตำหนิ หรือทำให้คนอื่นรู้สึกแย่ อาจจะมาในรูปแบบของการพูดจาประชดประชัน การบั่นทอนกำลังใจ การควบคุม หรือแม้กระทั่งการสร้างปัญหาอยู่เสมอ พฤติกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนที่ถูกกระทำ แต่ยังสามารถทำลายความสัมพันธ์ ทำให้เกิดความเครียด และส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตได้ในระยะยาว ความหมายและการใช้งาน “ท็อกซิก” หมายถึง สิ่งที่เป็นพิษ เป็นอันตราย หรือมีผลเสีย เมื่อนำมาใช้กับบุคคล จะหมายถึงคนที่มีลักษณะนิสัย หรือพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อจิตใจและอารมณ์ของผู้อื่น ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ เครียด หรือเสียใจ อาจเป็นการแสดงออกผ่านคำพูด การกระทำ หรือทัศนคติ ตัวอย่างการใช้งาน “เพื่อนคนนั้นนิสัยท็อกซิกมากเลย ชอบพูดจาเหน็บแนมตลอด” “ความสัมพันธ์แบบนี้มันท็อกซิกเกินไป ฉันรู้สึกไม่มีความสุขเลย” “อย่าไปสนใจคำพูดท็อกซิกของเขาเลย ปล่อยเขาไป” บริบทที่พบบ่อย คำว่า “ท็อกซิก” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ต่างๆ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *