"Misable” แปลว่า

คำว่า “Miserable” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า น่าเวทนา, น่าสังเวช, หรือทุกข์ยากลำบาก เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อมีชีวิตที่ไม่มีความสุข รู้สึกแย่ หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากจนแทบจะทนไม่ไหว

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Miserable” ถูกนำไปใช้ในหลายบริบท เช่น เมื่ออากาศแย่มากๆ จนไม่อยากออกไปไหน หรือเมื่อรู้สึกไม่สบายตัว เจ็บป่วย หรือแม้กระทั่งเมื่อเจอเรื่องร้ายๆ ที่ทำให้จิตใจหดหู่ ไม่มีความสุข คนที่อยู่ในสภาพ “Miserable” มักจะแสดงออกถึงความเศร้า ความเหนื่อยล้า หรือความสิ้นหวัง

ความหมายและการใช้งาน

“Miserable” แปลตรงตัวว่า น่าเวทนา, น่าสังเวช, ทุกข์ยากลำบาก บ่งบอกถึงสภาวะที่ไม่มีความสุขอย่างยิ่งยวด อาจเกิดจากความเจ็บป่วย ความยากจน ปัญหาชีวิต หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย การใช้คำนี้เน้นย้ำถึงความรู้สึกไม่ดีที่รุนแรง

ตัวอย่างการใช้งาน

อากาศวันนี้แย่มาก ทำให้รู้สึก miserable จริงๆ (อากาศวันนี้แย่มาก ทำให้รู้สึกน่าเวทนา/ทุกข์ยากจริงๆ)

เขาดู miserable หลังจากที่ตกงาน (เขาดูน่าสังเวช/ทุกข์ยาก หลังจากที่ตกงาน)

การต้องทำงานหนักโดยไม่มีวันหยุดทำให้ฉันรู้สึก miserable (การต้องทำงานหนักโดยไม่มีวันหยุดทำให้ฉันรู้สึกทุกข์ยากลำบาก)

บริบทและการใช้งานทั่วไป

คำว่า “Miserable” มักถูกใช้เพื่ออธิบายสภาพอากาศที่เลวร้าย เช่น ฝนตกตลอดวัน หนาวจัด หรือร้อนอบอ้าว จนทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและไม่อยากทำอะไร นอกจากนี้ยังใช้บรรยายถึงความรู้สึกของคนที่กำลังเผชิญกับความทุกข์ยากในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเงิน ความสัมพันธ์ หรือปัญหาสุขภาพ ทำให้ชีวิตดูหดหู่และไม่มีความสุข

คำว่า “Miserable” มีความหมายเหมือนกับคำว่า “Sad” หรือไม่?

คำว่า “Miserable” มีความหมายที่รุนแรงกว่า “Sad” (เศร้า) โดยทั่วไป “Sad” หมายถึงการรู้สึกไม่ดีหรือเสียใจ แต่ “Miserable” บ่งบอกถึงระดับความทุกข์ที่มากกว่า รู้สึกแย่มากๆ หรืออยู่ในสภาพที่ยากลำบากอย่างยิ่ง

“Miserable” ใช้กับสิ่งของได้หรือไม่?

โดยทั่วไป “Miserable” ใช้บรรยายความรู้สึกหรือสภาพของบุคคล หรือสภาพแวดล้อมที่ทำให้รู้สึกไม่ดี แต่ก็สามารถใช้เปรียบเปรยถึงสภาพของสิ่งของที่ดูแย่หรือไม่น่ามองได้เช่นกัน เช่น “a miserable attempt” (ความพยายามที่น่าเวทนา)

Similar Posts

  • "Completely” แปลว่า

    “Completely” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “อย่างสิ้นเชิง”, “โดยสมบูรณ์”, “ทั้งหมด”, “เต็มที่” หรือ “อย่างครบถ้วน” ใช้เพื่อเน้นย้ำว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นหรือเป็นไปอย่างเต็มที่ ไม่มีส่วนขาดหรือส่วนเกิน ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Completely” เพื่อบอกว่าเราทำบางสิ่งบางอย่างจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ หรือเพื่ออธิบายสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ เช่น เมื่อเราพูดว่า “I have completely forgotten” หมายถึง เราลืมไปหมดสิ้นแล้วจริงๆ หรือเมื่อเราบอกว่า “The room was completely silent” ก็หมายความว่าในห้องนั้นเงียบสนิทจริงๆ ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาเลย ความหมายและการใช้งาน “Completely” ใช้เพื่อบอกระดับความสมบูรณ์ของการกระทำ สภาพการณ์ หรือการเปลี่ยนแปลง โดยบ่งชี้ว่าสิ่งนั้นได้เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ครบถ้วน หรือโดยสิ้นเชิง ตัวอย่างการใช้งาน “I’ve completely finished my homework.” (ฉันทำการบ้านเสร็จอย่างสมบูรณ์แล้ว) “The painting was completely ruined by…

  • "Investigate” แปลว่า

    คำว่า “Investigate” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “สืบสวน” หรือ “ตรวจสอบ” โดยเป็นการกระทำที่มุ่งเน้นไปที่การค้นหาความจริง ข้อเท็จจริง หรือรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างละเอียดและเป็นระบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Investigate” หรือ “สืบสวน” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อมีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น ตำรวจก็จะทำการ investigate เพื่อหาตัวผู้กระทำผิด หรือเมื่อบริษัทมีปัญหาภายใน หัวหน้าก็จะสั่งให้ investigate เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง นอกจากนี้ ในเชิงวิชาการ นักวิจัยก็ทำการ investigate เพื่อค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ หรือตรวจสอบสมมติฐานต่างๆ การ investigate จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Investigate” หมายถึง การตรวจสอบหรือสืบหาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วน มักใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการค้นหาความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ ปัญหา หรือข้อสงสัยต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ตัวอย่างการใช้งาน เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลัง investigate คดีลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ (Police officers are investigating the theft case that…

  • "Fixing” แปลว่า

    คำว่า “Fixing” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ การแก้ไข การซ่อมแซม หรือการปรับปรุงให้ดีขึ้น เป็นการกระทำเพื่อจัดการกับปัญหา ข้อผิดพลาด หรือความเสียหายบางอย่าง เพื่อให้สิ่งนั้นกลับมาอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ปกติ หรือดีกว่าเดิม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Fixing” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น เมื่อมีสิ่งของชำรุด เราก็จะพูดว่ากำลัง “Fixing” มัน หรือเมื่อเกิดความผิดพลาดในการทำงาน ก็อาจจะมีการประชุมเพื่อหาทาง “Fixing” ปัญหานั้นๆ นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในความหมายของการปรับปรุงความสัมพันธ์ หรือการแก้ไขสถานการณ์ที่ไม่ราบรื่นให้กลับมาดีขึ้นได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Fixing” มาจากคำกริยา “fix” ซึ่งหมายถึง การทำให้มั่นคง การแก้ไข หรือการซ่อมแซม เมื่อเติม “-ing” เข้าไป จะกลายเป็นคำกริยาที่กำลังกระทำ (present participle) หรือคำนามที่หมายถึงการกระทำนั้นๆ การใช้งานหลักๆ คือ: การซ่อมแซม: ใช้กับสิ่งของที่เสียหรือชำรุด เช่น “Fixing the car” (กำลังซ่อมรถ) การแก้ไขปัญหา: ใช้กับสถานการณ์หรือข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น…

  • "Prob” แปลว่า

    คำว่า “Prob” เป็นคำย่อที่นิยมใช้กันในภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะในการสนทนาที่ไม่เป็นทางการ มีความหมายหลักคือ “probability” ซึ่งแปลว่า “ความน่าจะเป็น” แต่ในบริบทของการใช้งานจริง “Prob” มักจะถูกใช้เพื่อสื่อถึง “ปัญหา” หรือ “อุปสรรค” ที่อาจเกิดขึ้นได้ ในการพูดคุยกันในชีวิตประจำวัน ผู้คนมักจะใช้ “Prob” แทนคำว่า “problem” เมื่อต้องการกล่าวถึงเรื่องที่น่ากังวล หรือสิ่งที่อาจทำให้เกิดความยุ่งยาก เช่น เมื่อเพื่อนถามว่า “มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?” เราอาจตอบกลับไปว่า “ก็มี Prob นิดหน่อย” ซึ่งหมายความว่ามีปัญหาเล็กน้อยที่กำลังกังวลอยู่ หรือเมื่อวางแผนทำกิจกรรมอะไรบางอย่างแล้วมีคนทักขึ้นมาว่า “Prob ที่เราอาจเจอก็คือเรื่องอากาศ” ก็คือมีปัญหาหรืออุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นได้จากสภาพอากาศนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Prob” เป็นคำสแลงที่ย่อมาจากคำว่า “problem” ซึ่งแปลว่า “ปัญหา” หรือ “อุปสรรค” ใช้เพื่อสื่อถึงสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความยุ่งยาก ความไม่สะดวก หรือความกังวลใจ มักใช้ในการสนทนาทั่วไปที่ไม่เป็นทางการ ตัวอย่างการใช้งาน 1. “I think there’s a prob with the…

  • "Founded” แปลว่า

    คำว่า “Founded” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ หมายถึง การก่อตั้ง การสถาปนา หรือการตั้งขึ้น ซึ่งสามารถใช้กับการก่อตั้งองค์กร บริษัท สถาบัน หรือแม้กระทั่งแนวคิด ทฤษฎีต่างๆ ก็ได้ โดยมีความหมายโดยรวมคือ การเริ่มต้นสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมาอย่างเป็นทางการ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Founded” ใช้ในบริบทของการบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของธุรกิจหรือองค์กรต่างๆ เช่น เมื่อเราอ่านเกี่ยวกับประวัติของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เราอาจจะเจอประโยคที่ว่า “This company was founded in 1990” ซึ่งหมายความว่า บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1990 หรืออาจจะใช้ในการแนะนำบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น “He is the founder of this charity” ซึ่งแปลว่า เขาคือผู้ก่อตั้งองค์กรการกุศลแห่งนี้ ความหมายและการใช้งาน “Founded” มาจากคำว่า “found” ซึ่งเป็นรูปอดีต (Past Tense) และกริยาช่องที่ 3 (Past Participle) ของคำว่า “found”…

  • "Evening” แปลว่า

    คำว่า “Evening” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ช่วงเวลาพลบค่ำหรือช่วงเย็นของวัน โดยทั่วไปจะเริ่มตั้งแต่ตะวันตกดินไปจนถึงก่อนเข้านอน เป็นช่วงเวลาที่แสงแดดอ่อนลง บรรยากาศเริ่มสงบลง และผู้คนส่วนใหญ่มักจะเลิกงาน กลับบ้าน หรือใช้เวลากับครอบครัว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Evening” เพื่อกล่าวทักทาย หรือพูดถึงกิจกรรมที่ทำในช่วงเวลาดังกล่าว เช่น “Good evening” (สวัสดีตอนเย็น) หรือ “I usually read a book in the evening” (ปกติฉันจะอ่านหนังสือตอนเย็น) เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปและเข้าใจได้ง่ายในบริบททางสังคมและการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Evening” คือช่วงเวลาของวันตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดินไปจนถึงกลางคืน เป็นช่วงเวลาที่กิจกรรมในตอนกลางวันเริ่มสิ้นสุดลงและเตรียมเข้าสู่การพักผ่อน ตัวอย่างการใช้งาน Good evening! (สวัสดีตอนเย็น!) – ใช้กล่าวทักทายผู้คนในช่วงเวลานี้ What are you doing this evening? (คุณจะทำอะไรในเย็นวันนี้?) – ใช้ถามเกี่ยวกับแผนการในตอนเย็น We had dinner in…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *